บอกกับดาว


แล้วความรักก็เกิดขึ้น แล้วก็จบไปอีก เริ่มต้นมาอย่างดีเหมือนกับภาพฝัน แล้วสุดท้ายก็จบแบบเดิมๆ-จบแบบแย่ๆทุกครั้ง
พอฉากเก่าๆฉายวนซ้ำเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ ฉันก็รู้วิธีที่จะจัดการกับมัน
นั่นก็คือการไม่สนใจมันเลย
ใครเข้ามาคุย ก็คุยด้วย ใครอยากจะไป ก็เชิญไป
เราจะไม่บอกรัก ไม่พูดคำหวาน เราอาจจะมีโมเม้นต์เกิดขึ้นแบบผิวเผิน เทคแคร์เกินกว่าเพื่อนไปบ้างในบางจังหวะ แล้วก็ปล่อยให้มันจางไปแบบนั้น

ปล่อยให้มันเป็นเหมือนความฝันของเมื่อวาน





"ทำไมล่ะ"
ดาวเอียงคอถาม ท่าทางสงสัยอย่างไม่ได้ตั้งใจของเธอดูน่ารัก มันน่าทึ่งมากที่คนเราสามารถทั้งน่ารัก สวย และเท่ในคนเดียวกันได้

"ดาวคิดว่าความรักมันมีอยู่จริง จริงๆเหรอ มันก็แค่อารมณ์หนึ่งที่เข้ามา แล้วก็ผ่านไป คนๆนึงเข้ามาในชีวิตเรา แล้วก็หายไปเหมือนเคยไม่มีอยู่จริง" ฉันถอนหายใจ การพูดประโยคยาวๆทำให้ฉันเหนื่อย "เราว่านะ คนเราคิดไปเองว่ารัก แค่เพราะหนัง ละคร และเพลงรักที่กล่อมให้เราเพ้อเจ้อ"

"ตั้งแต่เกิดมา แกเคยบอกรักใครบ้างรึเปล่าเนี่ย"

"ไม่อ่ะ เพราะเรามันลูซเซอร์ เลยแค่คบกับคนที่เข้าหาเราก่อน" ฉันดื่มน้ำเปล่าตามทันที "ถ้าสวยเหมือนดาว เราอาจจะลองบอกรักใครสักคนดูก็ได้"

"แกน่ารักจะตาย"

"อย่ามาโกหก รำคาญ"
 ฉันปัดมือเหมือนโบกไล่คำพูดไร้สาระของดาวทิ้ง ให้สาวสวยเบ้หน้าก่อนจะจิบไวน์แดงไปอีกอึกใหญ่


เสียงรอบข้างเราเริ่มดังขึ้น เพื่อนของเราดื่มเหล้ากันจนได้ที่ หลายคนเมาแล้วลุกขึ้นเรื้อน บางคนเต้น บางคนทำลายข้าวของ บางคนเป็นปีศาจกอด บางคนก็ร้องไห้คิดถึงแฟนเก่า






ฉันกับดาวรู้จักกันมา 10 ปีแล้ว แต่จะว่าเรารู้จักกันดีก็ไม่ใช่ จะว่าเป็นคนห่างไกลก็ไม่เชิง
เวลาคนพูดถึงดาว ประโยคแรกมักจะเป็น 'ดาวที่สวยๆ'
เพราะดาวเป็นผู้หญิงที่ดูสวยน่ารักเหมือนเจ้าหญิง
แต่ในขณะเดียวกัน มีอีกมุมที่คนหลายคนไม่รู้คือดาวเป็นคนเท่มาก
เธอมักจะเอื้อเฟื้อคนอื่น ขับรถไปส่งเพื่อนที่เมา เทคแคร์ เอาใจใส่ แล้วดาวก็ร้องเพลงแรปเก่งมากๆ เรียกได้ว่าเป็นน้องสาว eminem เลยล่ะ

ส่วนฉัน...
ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าคนอื่นพูดถึงฉันว่ายังไง แต่ต้องไม่ใช่เรื่องความสวยแน่นอน ฉันมั่นใจ
อาจจะเป็น ผู้หญิงจืดๆคนนึง ผู้หญิงเพี้ยนๆ โอตาคุเพลงคนนึง อะไรทำนองนั้นล่ะมั้ง 







"เราจะกลับแล้วล่ะ"

ฉันพูดหลังจากมองเวลาในมือถือที่บอกเวลาสามทุ่ม ตอนนี้ยังไม่มีใครกลับสักคน แต่ฉันเป็นคนแบบนี้ คนที่ไม่ดื่มเหล้า แสร้งทำเป็นพูดคุยกับทุกคนอย่างสนุกสนาน และมักจะแอบหนีจากงานสังคมกลับบ้านเป็นคนแรกเสมอ

"จะกลับแล้วเหรอ ไม่กลับได้มั้ย"

"ไม่ได้ จะกลับแล้ว" ฉันยืนยันพร้อมขำกับคำพูดของเธอ

"น้องดาวครับ พี่นั่งด้วยนะ"
เสียงใครสักคนเอ่ยแทรกขึ้นมา ดาวหันมองดูผู้ชายที่มาใหม่ ก่อนจะควงแขนฉันแน่น แล้วตอบกลับไปด้วยท่าทีจริงจัง "พอดีว่าดาวจะกลับกับเพื่อนแล้วน่ะค่ะ พรุ่งนี้ดาวต้องฉีดวัคซีน ดาวจะรีบกลับไปนอน"

"ถ้างั้นพี่ไปส่ง--" คนตามจีบยังตื๊อไปหยุด แต่สาวสวยเองก็ไม่ยอมใจอ่อนเช่นกัน


"ไม่ค่ะ ดาวอยากอยู่กับเพื่อน-แค่สองคน"
แล้วดาวก็จับมือฉันลุกขึ้นให้เดินตามไปแทบไม่ทัน


เราเดินออกมาจากร้านอาหาร ข้ามถนนที่ตอนนี้ไม่ค่อยมีผู้คน ตัดผ่านร้านรถเข็นข้างทางหลายร้าน และหมาจรจัดหลายตัว จนเดินมาถึงท่าน้ำ


"อยากอยู่กับแกนานๆจัง"

"จะอยู่นานๆได้ยังไง พรุ่งนี้แกต้องไปฉีดวัคซีนไม่ใช่เหรอ" ฉันอดแซวไม่ได้

"นั่นแค่ข้ออ้างหรอกน่า" ดาวมุ่ยหน้า "อยากให้มีดนตรีสดตรงนี้ เผื่อจะได้ดูด้วยกันเหมือนคืนนั้น"

เพราะฉันชอบดนตรีสด เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ดาวรู้ดี ฉันว่ามันค่อนข้างประหลาด ทั้งที่เราไม่ใช่เพื่อนกลุ่มเดียวกัน แต่ดูเหมือนว่าดาวจะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับฉัน จนบางครั้งฉันก็สงสัยว่าดาวจะล่วงรู้สิ่งที่ฉันคิดอยู่ในหัวในตอนนี้ด้วยรึเปล่า


"ถ้าหากคืนนี้มีดาวเต็มฟ้า หรือดาวตกเหมือนวันที่พวกเราไปเข้าค่ายบนภูด้วยกันก็คงดีเนอะ หรือถ้ามีร้านโจ๊กอร่อยๆให้กินในวันที่อากาศหนาวแบบนี้ ก็คงเป็นวันที่อยากจะหยุดเวลาไว้แบบนี้ตลอดไป"

ฉันชะงักไปทันที เมื่อดาวมองฟ้ามืดสนิทไร้แสงดาวแล้วพูดประโยคนั้นออกมา เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ฉันกำลังคิดอยู่ในใจทั้งหมด

"แก..."

"เรามีพลังจิตน่ะ" ดาวเอามือเคาะที่กะโหลกตัวเอง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเองเมื่อเห็นสีหน้าเหวอๆของฉัน "อย่าทำหน้าอย่างนั้นดิ ล้อเล่นหรอก"


"นั่นสิ แกอ่านใจคนไม่ได้หรอก เพราะไม่งั้นแกก็ต้องรู้แล้วว่า--"
ฉันยั้งตัวเองก่อนจะพูดจบประโยค

"รู้ว่าอะไร"

"ไม่มีอะไร"

"มีสิ"

"จะมีอะไรล่ะ-เราจะกลับบ้านแล้ว เดี๋ยวรถไฟฟ้าเที่ยวสุดท้ายหมด..." 
ฉันแสร้งหัวเราะแบบที่ฉันมักทำเสมอ แต่มันช่างทำให้เป็นธรรมชาติได้ยากเย็นเมื่อดาวจับข้อมือของฉันไว้แน่น แล้วในวินาทีต่อมา เธอก็ดึงฉันเข้าไปกอดไว้เหมือนกลัวว่าถ้าปล่อยแล้วฉันจะหายไป

"อย่าปล่อยให้เราจางไปแบบคนอื่นๆของแกได้มั้ย"
 ดาวขอร้องด้วยน้ำเสียงน่าสงสารแบบที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน และแม้ฉันจะมองไม่เห็นหน้าเธอในตอนนี้ แต่ก็รู้ดีว่ามันต้องเป็นใบหน้าของคนที่หวั่นไหวใกล้จะร้องไห้แน่ๆ "บอกเราหน่อยว่าแกรู้สึกกับเรายังไง"









ฉันพอจะรู้ว่าดาวคิดยังไงกับฉัน
แต่ฉันไม่มั่นใจ

เพราะเราไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว ชีวิตมันไม่ง่ายแบบนั้น ความรักเป็นเรื่องที่ยากมากๆ
สักวันความรู้สึกนี้ก็ต้องหายไป สักวันเราอาจจะเกลียดกันก็ได้ สักวันสาวสวยอย่างดาวก็คงลงเอยกับผู้ชายเพอร์เฟคสักคน แล้วก็หัวเราะขำกับความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ 
แล้วก็...


ภาพเมื่อ 7 ปีก่อนย้อนเข้ามาในหัวอย่างฉับพลัน ตอนที่ดาวถูกกดดันให้สมัครเป็นดาวมหาลัย แล้วในรอบแสดงความสามารถพิเศษ ดาวก็ขึ้นไปบนเวทีพร้อมกีต้าร์ แล้วพูดผ่านไมค์เหมือนคุยกับทุกคน ทั้งๆที่สายตาจ้องมองมาที่ฉันเพียงคนเดียว

'สวัสดีค่ะ ดาวค่ะ ดาวไม่ได้อยากจะเป็นดาวมหาลัยอะไรนี่หรอก การตัดสินกันที่ beauty standard มันน่าสมเพชจะตาย แต่ดาวอยากจะขอใช้พื้นที่เวทีนี้ร้องเพลงๆนี้ให้เพื่อนนึง เพราะเพื่อนคนนี้ชอบดวงดาวมากค่ะ แล้วก็บอกดาวว่าอยากให้มีคนร้องเพลงนี้จีบ เพราะเธอคิดว่าเพลงนี้โรแมนติก-- ดาวก็เลยอยากเล่นเพลงนี้ เพลง ดาว ของ paradox'

แล้วดาวก็ดีดกีต้าร์พร้อมกับร้องเพลงดาว 

แสงไฟบนเวทีตอนนั้นสะท้อนที่ร่างของดาว ทำให้ฉันรู้สึกเป็นครั้งแรกว่าดาวสวยเหมือนมาจากโลกอื่น
สวยเกินเอื้อม
สวยจนฉันไม่กล้าที่จะคิดเข้าข้างตัวเองถึงความหมายในสายตาคู่นั้น



แต่เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วนับจากวันนั้น
แต่ดาวก็ยังอยู่ตรงนี้ กอดฉันและวอนขอเหมือนกับคนคลั่งรักที่ไม่เคยรู้ว่าความรักไม่มีอยู่จริง
ถ้าเป็นความรักที่ฉันรู้จัก ตอนนี้ มันจะต้องหมดอายุได้แล้ว


"แกนี่เพ้อเจ้อจริงๆเลย" ฉันถอนใจอ่อน 
...แต่ฉันก็คงเพ้อเจ้อไม่ต่างกัน


ฉันไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรเหมือนกัน
อาจเพราะว่าฉันเผลอดื่มเบียร์ไปหนึ่งอึก
อาจเพราะรุ่นพี่ที่มาจีบดาวทำให้ฉันโมโห
อาจเพราะไม่เคยมีใครเลยที่รั้งฉันไว้อย่างจริงจัง เมื่อฉันปล่อยมือจากความสัมพันธ์ครั้งไหนๆ
อาจเพราะเพลงของ paradox ในวันนั้น
หรืออาจเพราะว่าฉันเก็บซ่อนความรู้สึกที่ไม่น่าจะเป็นไปได้นี้มานานแสนนาน แต่มันกลับไม่จางไปจากใจเสียที


ในวินาทีที่ดาวกอดฉันแน่นขึ้น ฉันเลยกระซิบข้างๆหูเธอช้าๆชัดๆ
ถึงถ้อยคำที่คนลูซเซอร์อย่างฉันไม่เคยคิดจะบอกกับใคร


แต่บอกกับดาว






SHARE

Comments

Pararimpimpim
3 days ago
กรี๊ดดดด เราเขิน !
Reply
Girlwearsblue
2 days ago
ขอบคุณน้าาา อยากเขียนยูริมานานแล้ว อิอิ 😆
niji
19 hours ago
น่ารัก อ่านแล้วรู้สึกเขินๆ แฮะ
Reply