เศษประกายแสงจันทร์ จรัสท่วมท้น
แสงจันทร์ครั้นเราสองนั้นพบกัน ฉันยังคงจำได้เสมอมา


ยามวิกาลในคืนที่ดวงจันทร์เต็มดวง ฉันยังคงมิอาจนอนลับลงไปยังห้วงนิทรา แสงจันทร์ประกายฉายรัศมีอันอ่อนนุ่มตกกระทบพื้นหญ้าปรากฎคำอำลาที่คุณกล่าวไว้กับฉัน


ไม่อาจขืนลับลงในแสงจันทร์ที่สว่างในครานี้ ความคิดถึงคุณมันสะท้อนภาพเราสองภายใต้ดวงส่องจันทร์แสง ยามที่คุณบรรเลงขลุ่ยไม้ไผ่มอบบทเพลงแก่ฉัน ช่างไพเราะนุ่มนวลทว่าช่างโศกเศร้าและเย็นยะเยือกถึงแก่นดวงใจ ยามที่คุณจูงมือเราสองย่องเตร่ชมจันทร์ท่ามกลางป่าไผ่อันสว่างไสว ยามที่คุณนั่งคุยกับฉันริมแม่น้ำซึ่งสะท้อนภาพดวงจันทร์เอาไว้เบื้องหลัง 


ราวกับเขตอาคมที่ซึ่งฉากจันทร์ฉาย กระเจิงแสงกระจายไฟ ระยิบระยับดั่งดวงดาวปกคลุมเราสองอย่างอ่อนโยน ดั่งบทเพลงที่คุณบรรเลงให้ฉันฟัง ราวกับม่านมายาที่มีเพียงสองเราท่ามกลางแสงจันทร์สาดสะท้านสะท้อนแสงเรืองรองแสงจันทร์ทำให้ฉันไม่อยากพลัดพรากจากโลกใบนี้แสงจันทร์ทำให้ฉันยังลำลึกถึงคุณอยู่ทุกครา แสงจันทร์ทำให้ฉันจองจำในโลกของคุณฉันลุกออกจากฟูกนอน ออกย่างกรายสู่นอกเรือน ย่ำก้าวเข้าทางเดินที่ที่ฉันกับคุณเคยเดินด้วยกัน แหงนมองท้องนภา ปรากฎสายธารดวงกฤษ์ สะท้อนร่องแสงประกายค่ำ ประดับดวงจันทร์ดวงกลมโต เป็นท้องฟ้าผืนเดียวกันกับท้องฟ้าที่เราเคยแหงนมองด้วยกัน
 

ลำพังดวงจันทร์ก็ไม่อาจปรากฏบนท้องฟ้าในทุกๆค่ำคืน มันไม่ได้มีทุกวันอยู่แล้ว ทว่าดวงจันทร์เต็มดวงนั้นยิ่งกว่า จึงทำให้ดวงจันทร์กลมโตในคืนนี้ มีค่ายิ่งขึ้นไปอีก หากคืนนี้คุณเงยหน้ามองท้องฟ้าในยามค่ำคืนนี้บ้างเหมือนกันกับฉัน หากว่าคุณยังคงดูดวงจันทร์ดวงเดียวกันกับฉันในเวลานี้ที่ไหนซักแห่ง คุณจะนึกถึงฉันเหมือนที่ฉันนึกถึงคุณหรือไม่


หากแสงจากดวงจันทร์นั้นระยิบระยับดั่งความคิดถึงที่ฉันมีให้คุณ ความเหงาของฉันก็อาจพร่างพรายดั่งดวงจันทร์ที่ทอประกายภายใต้เราสองในคืนนั้น ไม่เหมือนดั่งวันวานยามที่เราสองเคียงข้างดวงจันทร์ น้ำเสียงชวนขันของคุณมันปัดเป่าความเดียวดายในดวงใจของฉัน สายตาของคุณที่มองฉันอย่างเปล่งประกายราวกับดวงดาราทั่วทั้งฟากฟ้า ดั่งการตอบรับคำอธิษฐานของฉันว่าคุณจะอยู่เคียงข้างฉันตลอดไป

แสงจันทร์ทำฉันไม่อยากพลัดพรากจากคุณ ปรารถนาให้ตัวฉัน อาจเคียงข้างดวงเดือน จันทราและประกายดวงดารา จักเป็นสักขีพยานแก่คำปฏิญาณเราสอง ดั่งผู้จุดประกายให้หวนคิดถึงความฝันในอีต บันดาลสองเราระลึกถึงตลอดไป

ราวกับดินแดนอันหนาวเหน็บอันปกคลุมด้วยแสงสะท้อนจากดวงตะวัน สวยงามดั่งดวงจันทร์ประดับประกายทะเลดวงดาว สะท้อนสายธารร่องทางช้างเผือก ทว่าช่างรู้สึกว่างเปล่ายามไร้คุณ


หากสายลมไม่พัดความรู้สึกของคุณมาแก่ฉัน ฉไนจึงพัดความเหงาและความหนาวเย็นดั่งฤดูที่ไม่มีคุณมา ไยจึงไม่พักตัวฉันไป พัดไปกระทั่งดวงจันทร์ที่ที่ฉันฝากความทรงจำและคำอธิษฐานเอาไว้ ถ้าเป็นที่แห่งนั้น ซักวันคุณคงจะหันมาเหลียวแลฉันบ้าง จากโลกสู่ดวงจันทร์ที่ที่ฉันยืนอยู่

ขอให้คุณแค่ยังคงอยู่เคียงข้างฉัน แม้จะเป็นเพียงแค่ความคะนึงใจใน ต่อให้ไม่ต้องมองจันทราเบื้องบนก็ไม่เป็นไร เฉกเช่นแสงจันทร์ครานี้ ตัวฉันจะจดจำ ราวกับครั้นเราสองนั้นพบกัน แม้ครั้งนี้จะไม่มีคุณ ทว่าฉันนั้นได้ฝากความคิดถึงของฉัน ไว้ให้คุณผ่านดวงจันทร์เสียแล้ว


ดั่งค่ำคืนที่ดวงจันทร์เต็มดวง ขึ้น 15 ค่ำ หนึ่งวันในหนึ่งเดือนช่วงเวลาอันสั้นที่แสนจะมีค่า ทำให้ความรู้ของฉันที่มีต่อคุณ ช่วงเวลาที่มีต่อคุณ ความทรงจำร่วมกันกับคุณนั้น มีค่ายิ่งๆขึ้นไปอีก ต่อให้ดวงจันทร์จะมีอยู่ในทุกๆวันและทุกๆคืน ก็มิอาจเทียบเคียงได้กับการทอแสงได้มากมายเท่าคืนนี้อีกแล้ว

ค่ำคืนที่แสงจันทร์ทอส่องสว่างมากที่สุดในรอบเดือน ส่องสว่างจนกระทั่งจุดประกายความทรงจำที่เคยฝากไว้ยังดวงจันทร์ราวกับความฝันดังวันวาน
หากเดือนหน้าในวันที่ะพระจันทร์เต็มดวง ให้ฉันชวนคุณมาดูด้วยกันได้ไหมนะ


SHARE
Writer
MyHighness
Reading slowly
ขอความกรุณาอ่านบทความอย่างช้าๆ เพื่อซึมซับบรรยากาศการเขียนที่ถูกร้อยเรียงอย่างละเมียดละไมด้วยความตั้งใจที่จะสานความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลลงบนตัวหนังสือ *ความจริงแล้วผมเพียงอยากให้คุณอยู่กับผมไปนานๆเท่านั้น*

Comments