ก็รู้เธอหวังอยากให้ฉัน...เปลี่ยน
     แบกอะไรก็ไม่หนักเท่าแบกความคาดหวังของคนอื่น

     ไม่รู้ฉันแบกมันมานานเท่าไหร่แล้ว แถมติดนิสัยเสียด้วย พาลทำเอาคนรอบตัวหลายคนติดนิสัยคาดหวังในตัวฉันมากขึ้น ทำอย่างไรได้ล่ะ ก็ฉันเปิดทางให้พวกเขาคาดหวังเองนี่

"เด็กไม่ดี"
"ไม่คิดเลยว่าจะเป็นคนแบบนี้"
"ก้าวร้าว"

     อีกมากมายคำเรียกเมื่อฉันแสดงทัศนะของตนเองออกไปตามตรง คนจำนวนหนึ่งที่กดขี่ข่มเหงฉันมาตลอดเลยตกใจจนต้องรีบแปะป้ายว่าฉันเป็นเด็กไม่ดี นึกแล้วก็ขำ....เพราะฉันไม่ใช่เด็ก แค่เด็กกว่าพวกเขาเท่านั้น

     ทุกครั้งที่ฉันรู้สึกว่าทำลายความคาดหวังของคนอื่นไป ฉันจะเปิดเพลง เปลี่ยน ของวง Flure ฟัง ฉันฟังมาตั้งแต่อยู่ประถมจนตอนนี้จบปริญญาโทแล้ว ยิ่งเติบโตยิ่งเข้าใจว่า

...ความตอแหลสำคัญมากในประเทศนี้

     ซึ่งพูดให้ดูดีก็คือ "อยู่เป็น" อยู่กับคนที่ตำแหน่งใหญ่กว่า อาวุโสกว่าให้เป็น แม้ว่าเขาจะทำร้ายเราอย่างไรก็ได้ พูดจาถากถางเท่าไหร่ก็ต้องยอม ช่วยไม่ได้...ก็เด็กกว่านี่ ถ้าเธอแย้งเธอคือเด็กก้าวร้าวเลยนะ 

     ผู้ใหญ่ที่ดีช่วยปลอบโยนฉันจากการถูกทำร้ายจิตใจอยู่บ้าง แต่ถึงแม้พวกเขาจะดีกับฉัน แต่ก็เกลี้ยกล่อมให้ฉันยอมจำนนต่อความไม่ยุติธรรมอันแสนอุบาทว์เพื่อให้ดูเป็น "เด็กดี" ต่อไป

     ถ้าฉันมีลูกหลานหรือนักเรียน....ฉันจะปล่อยให้พวกเขาตั้งคำถามต่อฉัน โดยไม่เอาแต่ดุด่า ทำลายผลงานที่เขารัก ฉีกความฝันเขาเป็นชิ้นๆ โดยอ้างว่าอยากให้ได้ดี ทำไมไม่อดทนเหมือนคนรุ่นก่อนก็คนรุ่นใหม่ มันไม่เหมือนคนรุ่นก่อนแล้วไง
     ถึงตอนนี้แล้วใครกันแน่ที่ต้องปรับตัว?

    เมื่อฉันพูดสิ่งที่รู้สึกออกไป ทุกคนบอกว่าฉันอ่อนแอเอง ใครๆ ก็เคยเจอกันทั้งนั้น ...ใช่ไง คนพวกนั้นเขาไม่พูด แต่ใช่ว่าเขาจะพอใจที่โดนดูถูกย่ำยีเสียเมื่อไหร่

     ฉันเคยเห็นใครบางคนกล้าพูดแบบที่ฉันทำ แต่ก็โดนด่ากลับว่าอ่อนแอ เหมือนที่ฉันโดน

     เรามาโฟกัสคำคำนี้กัน "อ่อนแอ"

     แบบไหนเรียกว่าอ่อนแอ ระหว่างคนที่กล้าพูดเรื่องราวที่ไม่ยุติธรรมออกมา หรือคนที่รับรู้ความไม่ยุติธรรมแต่กลับวางเฉยเพราะไม่อยากมีปัญหา

คนประเภทไหนอ่อนแอกว่ากัน?

     ในฐานะที่ฉันเป็นครูนอกระบบกระจอกๆ คนหนึ่ง ฉันพบว่าเด็กสมัยนี้ช่างกล้าหาญ และพวกเขากล้าหาญที่จะถาม จะแย้งด้วยเหตุผลกัน พวกเขามีคุณลักษณะนี้เป็นจำนวนมากขึ้น จนการสมยอมอะไรผิดๆ ที่ถูกฝังรากด้วยระบบอาวุโสกำลังจะถูกปฏิวัติ

     ผู้อาวุโสตำหนิตักเตือนผู้อ่อนวัยกว่าได้ แต่ต้องด้วยคำพูดที่ให้เกียรติ แล้วผู้อาวุโสจึงจะได้เกียรติกลับไป มิเช่นนั้นจะกลายเป็นได้ "เกลียด" กลับไปแทน

     ฉันเป็นฉันที่จะกล้าพูด กล้ารับฟัง กล้าแย้ง จะไม่อมพะนำเพื่อผลประโยชน์ใดๆ ทั้งนั้น ฉันไม่รู้สึกขยะแขยงตัวเอง ซ้ำยังรักตัวเองมากกว่าเมื่อก่อน ขณะที่มีคนรอบตัวน้อยลงไป เพราะเขาผิดหวังในคาดหวังที่เขาอุปโลกขึ้นเอง
ฉันเป็นฉันอย่างนี้ สวรรค์คงไม่ปล่อยให้ฉันตาย


SHARE
Written in this book
Emotional Muse
อารมณ์ความรู้สึก และบทกวี
Writer
TikNopOfficial
FB TikNopOfficial, IG tik.nop
music, writing, politics, philosophy , mythology, psychology, pets

Comments