"อยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหน ไม่ต้องห่วง"
แค่เชื่อใจซึ่งกันและกัน อยู่ตรงนี้นะ วางใจได้           14 กันยา 64 ตื่นเช้ามากับบรรยากาศที่ฝนตกปรอย ๆ ชวนให้คนเหงาแบบเราเหงากว่าเดิมอีก 10:00 น. เริ่มต้นการเดินทางมุ่งหน้ามายังบ้านที่จังหวัดร้อยเอ็ด ระหว่างทางฝนตกปรอย ๆ ไม่ตกแรงแต่ก็สามารถทำให้เราเปียกได้ ระหว่างทางมาบ้านถ้าตรงไหนมีเมฆมืดครึ้มนั้นเรารู้เลยว่าฝนตกแน่นอน มองไปข้างหน้ากับการขับรถที่ค่อนข้างเร็วเห็นสายฝนที่ปรอย ๆ สลับกับแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนทางข้างหน้าเป็นสีขาวโพรน ชวนให้ใจเราหวิว ชะลอรถอย่างไว ขับรถท่ามกลางฝนตกแบบนี้เรารู้สึกว่าระหว่างทางนั้นสวยกว่าทุก ๆ ครั้งที่เราขับรถกลับบ้าน เรารู็สึกว่าร่างกายเราต้องการเที่ยวมาก ๆ เราหยุดรถชั่วคราวยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดี ๆ กับบรรยากาศดี ๆ ในวันนี้ มาถึงบ้านกับสภาพที่ชุ่มฉ่ำ เปียกเหมือนลูกหมาตกน้ำ ทำธุระทุกอย่างเสร็จ ภารกิจต่อไปคือสอนการบ้านหลานสาว เราเลือกสอนการบ้านข้าง ๆ ตากับยายที่นอนข้าง ๆ กัน เรามองไปเห็นยายที่นอนหลับพร้อมจับมือตาซึ่งเป็นภาพที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนเลยก็ว่าได้ ตอนนั้นเราสัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงที่มีให้กันอย่างบอกไม่ถูก มันคงมากจนเราเห็นแล้วน้ำตาคลอ เราไม่ชอบที่ตนเองบ่อน้ำตาตื้นแบบนี้ เราชอบการดูแลที่ไม่ห่างไปไหน คอยดูแลอย่างใกล้ชิดของยาย เราดีใจที่เราได้กลับมาบ้านแล้วได้เจอภาพแบบนี้ แต่เราก็แอบไม่เข้าใจว่าทำไมตอนที่คนเรายังปกติดีทุกอย่างความห่วงใยที่มีให้กันทำไมไม่แสดงมันออกมา ทำไมแสดงออกมาตรงข้ามกับความรู้สึกของตนเอง ความเป็นห่วงที่มาพร้อมกับการบ่น การด่าบ้าง ซึ่งอาจจะเป็นการแสดงออกที่แข็งทื่อ แต่คนฟังอย่างเราก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง บางครั้งการบอกดี ๆ อาจจะเป็นวิธีที่ดีกว่าแต่กลับไม่ทำ แต่พอเรามาเห็นภาพนี้เรากลับลืมสิ่งที่เคยเห็นมาตลอดหลายปีที่อยู่ด้วยกัน เราจะจำภาพนี้แล้วจะนำไปใช้ เพราะรู้สึกว่าอยากใช้ชีวิตกับคนที่ตนเองรักแบบที่ไม่ปิดกั้นความรู้สึกของตนเอง ไม่แสดงออกตรงข้ามกับความรู้สึกของตนเองจะพยายามนะ เรามันเส้นขนานที่ตรงข้ามกันมาตลอดชีวิตจะเปลี่ยนคงต้องปรับ ภาพแห่งความทรงจำภาพใหม่ที่ลบเลือนภาพเก่าจนหมดสิ้นเพียงเสี้ยววิ รัก...
SHARE

Comments