สิงหาเขาว่าเป็นเดือนที่มีวันหยุด
คิดว่าอยากจะเขียนความรู้สึกต่อคนในครอบครัว ไล่ทีละคน เรียงคน

ของพ่อ ไว้เขียนหลังแม่ละกัน แม่ต้องเขียนเยอะ

เริ่มกัน

ฉันรำคาญแม่


แต่ก่อนเมื่อตอนที่ฉันรู้สึกอ่อนแอ ฉันจึงค่อยต้องการแม่ให้อยู่ใกล้ ๆ
แต่ฉันมีแผลใจเรื่องนี้กับแม่อยู่ครั้งนึง

ในช่วงที่เด็กมาก ซักประถม
ฉันกลัวอะไรบางอย่างตอนนอน
ฉันอยากกอดแม่
แต่แม่ไม่ให้กอด
อย่างน้อยแค่แตะตัวก็ยังดี
แต่แม่รำคาญ แล้วก็ด่าฉันไม่ให้แตะตัวแกไป

ฉันจำไม่ได้ว่าตอนนั้นฉันร้องไห้ไหม
แต่ฉันเสียใจแน่ ๆ

ฉันกลัวแม่ด่ามาก 
การที่แม่อารมณ์ดีเป็นอะไรที่เห็นได้ยาก
ฉันจึงไม่อยากเข้าใกล้ท่านเลย

เราเหินห่างกันและฉันก็ติดพ่อมากกว่า 
เพราะแกใจดีมากกว่า และซื้อของเล่นให้ฉัน 
อ่านนิทานให้ฟังได้

ไว้ฉันจะพูดถึงพ่อในภายหลัง

ประมาณปีสองปีก่อนฉันอาการหนักอะไรสักอย่าง
และถูกหมอแจ้งว่าเป็นไบโพลาร์

พอฉันรู้ ฉันก็ได้แต่ถามหมอไปว่า
ฉันไม่ได้เป็น borderline personality หรอ

หมอก็บอกว่าไม่ใช่ แล้วฉันเองก็ไม่เชื่อ
ถึงอย่างนั้นฉันก็ต้องทานยาจิตเวชต่อเนื่อง
ปัจจุบันก็ทานมาเป็นปี ๆ ตั้งแต่ตอนได้เข้าโรงพยาบาลแล้ว

ช่วงนั้นสถานการณ์โควิดเพิ่งระบาดในไทย
แม่ได้หยุดงานมาอยู่กับฉัน และก็ต้องคอยดูแลฉันในแต่ละวันแทน

ปกติฉันเติบโตมาด้วยอากงและยาย
พ่อแม่มักจะทำงานเลิกดึกดื่น
เราเจอกันแค่เวลาไปรับ-ส่งที่โรงเรียนเช้า-เย็น

การได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับแม่เป็นอะไรที่แปลก
แม่ที่พยายามเข้าหาและใจดีต่อฉัน
อะไรที่ฉันคาดหวังว่าแม่ฉันจะเป็นเหมือนเช่นแม่ของคนอื่น
ฉันสับสน
ถึงอย่างนั้นฉันเองก็ดีใจ

การอยู่กับครอบครัวเป็นอะไรที่ช่วยให้สภาพจิตใจฉันไม่ได้เลวร้ายลง
(ว่าแต่ก็งง ตอนนั้นมันเป็นอะไรนะ รู้แค่ว่าหลงผิด)

จนอาอี๊ที่เป็นพี่สาวแม่ฉัน
(ใช่ ควรเรียกป้า แต่ว่าฉันเรียกตามพี่ชายญาติที่เป็นลูกของพี่สาวอาอี๊อีกทีนึงเรียกจนคุ้นชิน)

อาอี๊บอกว่า “เพราะโควิดนี่ก็เลยทำให้แม่ลูกได้อยู่ด้วยกันเลยเนอะ ดีจัง”
แต่แม่ฉันไม่พอใจกับคำพูดนั้นเท่าไหร่
แม่และอีกหลายคนทั้งที่ฉันรู้จัก และไม่รู้จักต่างขาดรายได้จากโรคระบาด
ผลกระทบที่เป็นข้อเสียมันวงกว้าง และร้ายแรงกว่าการที่จะมองหาข้อดีเล็กน้อยจากเหตุการณ์ครั้งนี้
ฉันเองก็ไม่ชอบพอกับแนวคิด โควิดคือของขวัญ เท่าไหร่นัก

ไว้ฉันจะเขียนถึงอาอี๊ในคราวถัด ๆ ไป

เราอยู่ด้วยกันจนผ่านมาเปิดเทอมมหาลัย
แม่เป็นห่วงฉันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน

ใช่ ฉันหมายถึงแกออกจะน่ารำคาญมาก

หากฉันหายไปไม่ตอบไลน์จะโทรหา
หากฉันนอนแบบนึกครึ้มขึ้นมา แม่ก็จะโทรและไลน์จิก
เตือนฉันเรื่องกินข้าวกินยาทุกวัน

จากการที่เติบโตมาเองเกือบจะลำพัง ไม่มีพ่อแม่ดูแลใกล้ชิด
ปู่ย่าตายายก็ไม่ได้ดูแลขนาดนั้น ลำพังด้วยเหตุผลงานบ้าน

ฉันแค่ไม่ได้ปากกัดตีนถีบ แต่ฉันก็คิดว่าฉันอยู่คนเดียวได้
แทบจะอยู่คนเดียวมาตลอด เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว

ฉันจึงค่อนข้างอึดอัดใจมากพอสมควร

กว่าแม่จะลดปริมาณการทักถามลง ก็ผ่านไปนานมาก ๆ
ถึงอย่างนั้นแกก็ยังน่ารำคาญอยู่ดี
ฉันไม่ชอบที่ทักมาหาขณะเรียน ทั้งที่ก็แจ้งตารางเรียนเรียบร้อย

นอกจากฉันรำคาญแม่
ยังมีอีกหลายอย่างที่เราไม่ถูกกัน
แม่เข้มแข็งกว่าฉัน แข็งกร้าวกว่าฉัน พยศกว่าฉัน
แต่ฉันขี่ม้าไม้ ในขณะที่แม่ขี่ม้าออกศึก

ความต่างของเรามันมีมาก
แนวคิด ทัศนคติ การมองโลก เหตุผล การใช้อารมณ์
ไม่เหมือน หรือสอดคล้องกัน
ความสัมพันธ์ของพวกเราเป็นไปอย่างยากลำบาก

โดยเฉพาะเมื่อฉันหายจากอาการรู้สึกอ่อนแอแล้ว ฉันคิดว่าฉันไม่ต้องการการดูแล(ขนาดนี้)จากแม่อีก

ขอแค่ความสัมพันธ์แม่ลูกระดับธรรมดา
ในเมื่อที่ผ่านมา
ก็นานครั้งอยู่แล้วที่ฉันจะได้รับความรักจากแม่
ที่ไม่ใช่การดุด่าหรือว่าตี

จนฉันอาจชินชากับความรู้สึกนี้ไปแล้ว

ฉันรำคาญแม่
แต่ฉันไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าฉันรับรู้ว่าแม่รักฉันมากขนาดไหน
แม่อยากให้ฉันในสิ่งที่แม่ไม่เคยได้
เพราะแม่ขาดความรักจากอากงและยาย
แม่ขาดโอกาสมากมาย
แม่ไม่ได้เรียนต่อ

ฉันเคยถามแม่ว่าแม่มีความฝันไหม อยากทำอะไรตอนเป็นเด็ก
แต่แม่ไม่เคยบอกให้รู้เลย เพราะแม่ก็ไม่อาจรู้ได้เลย

ฉันรำคาญแม่
และฉันรู้สึกแย่
ที่ฉันรักแม่จากทั้งหมดของหัวใจไม่ได้

ความคลาบแคลงจากบาดแผลในวัยเด็กไม่อาจถูกรักษาได้ด้วยการดูแลภายในระยะเวลาปีสองปี


ฉันลองคิดหาว่าทำไมแม่ถึงต้องเป็นห่วงฉันขนาดนี้
ฉันยังคงเป็นโรคไบโพลาร์

และฉันรำคาญแม่
ในขณะที่แม่รู้สึกผิดว่าเลี้ยงฉันได้ไม่ดี

เคยขอให้แม่เข้าใจกันในทุกครั้งที่มีปากเสียง
จนฉันเลิกเถียงและเลิกคาดหวังที่จะให้แม่มาเข้าใจ

แต่ตอนนี้แม่ฉันกำลังพยายามอยู่
ถึงฉันจะไม่รู้ว่าเราจะสามารถเข้าใจกันได้จริง ๆ ไหม
รู้สึกว่าควรลองอีกครั้งดู ถ้าไม่พยายามก็จะไม่รู้ให้แน่ใจ

ครอบครัวเป็นสิ่งที่เราเลือกเองไม่ได้
แต่อย่างน้อยฉันหวังว่าฉันจะเป็นตัวเองได้มากขึ้นเมื่อนึกถึงครอบครัว และคิดถึงพวกเขาได้โดยที่ไม่ต้องเครียดจนร้องไห้

อาจจะไม่ได้อยู่ในครอบครัวที่สมบูรณ์
แต่ฉันยังอยากมีจิตใจและร่างกายที่สมบูรณ์

การจะพึ่งพาใครบ้าง มันก็คงไม่ได้เลวร้ายเสมอไปใช่ไหม

ฉันหวังว่าตัวเองเมื่อได้กลับมาอ่านจะรู้ว่า
เธอไม่ได้อยู่เพียงลำพัง


สำหรับวันนี้ บทความเขียนความรู้สึกเกี่ยวกับแม่ผู้ให้กำเนิดก็จบลง
เฉพาะเวลานี้
ขอบคุณที่ยังมีชีวิตอยู่.





SHARE
Writer
Foreverthirtxxn
Daydreamer
この愛でゆっくりしていい

Comments

Storyloglog
17 days ago
ขอเป็นกำลังใจให้คุณนะคะ ขอให้ชีวิตคุณเบิกบานเหมือนเช้าวันใหม่ในทุกๆวันนะคะ : )
Reply
Foreverthirtxxn
16 days ago
ขอบคุณมากเลยนะคะ ทุกวันนี้เบิกบานดีค่ะ แม้อาจจะมีบางวันที่ยุ่งวุ่นวาย หรือเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกอิหยังวะอยู่บ้าง55555 แต่ก็เป็นชีวิตที่ดีค่ะ
ขอให้คุณได้มีชีวิตที่ทำให้รู้สึกมีความสุข รู้สึกดีใจที่ยังได้ใช้ชีวิตอยู่เช่นกันนะคะ
ขอบคุณมากๆๆๆๆจริงค่ะ ไม่เคยได้รับคอมเม้นท์มาก่อน ตื่นเต้น
Storyloglog
16 days ago
จะเข้ามาอ่านบ่อยๆค่ะ คงได้เจอกันบ่อยแน่ๆในนี้ luv uuu..
Foreverthirtxxn
16 days ago
xoxo
ones
15 days ago
รักแม่ให้มากๆน่ะคะ เพราะเราไม่รู้เลยว่า วันไหนที่เขาไม่อยู่กับเรา เราจะคิดถึงเขามาก มากถึงมากที่สุด น้องก็มีแม่แบบพี่เหมือนกัน แม่ผู้ไม่ค่อยจะแสดงออก แต่สัมผัสได้ว่าเดม่รักเรามาก แค่เขาไม่รู้จะแสดงออกยังใง เพราะเขาเองไม่เคยได้ความรักจากพ่อแม่เท่าที่ควร แต่เขาทำในแบบที่เขาทำให้เราได้ ดีแค่ไหนแล้ว เขาพยายามทำเราอาจจะไม่เห็น ไม่รู้ แต่เชื่อว่าเขาพยายามเพื่อเราแค่ไหน ตอนนี้อาจจะไม่เข้าใจ สักวันจะเข้าใจเอง สู้ๆ เป็นกำลังใจให้น่ะ
Reply
Foreverthirtxxn
12 days ago
เรากำลังพยายามเข้าใจค่า แต่ไม่แนะนำให้บอกใครว่ารักท่านให้มาก ๆ ก่อนเสียไปหรอกนะคะ ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องบอกค่ะ^^
ones
10 days ago
เพราะเราได้เสียคนๆหนึ่ง ที่เรียกว่าแม่ไปแล้ว
Foreverthirtxxn
7 days ago
ส่วนตัวทราบค่ะ และพอเดาได้ แต่ที่แจงแบบนั้นเพราะอยากบอกให้ทราบเรื่องครอบครัวต่างคนต่างมีประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป และความรู้สึกบางอย่างอาจไม่เหมาะแก่มาบอกกันได้ตรง ๆ และควรเป็นความรู้สึกและประสบการณ์ของเขาเองค่ะ
ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ แต่การมีชีวิตอยู่นั่นคือหน้าที่ของคนเป็นค่ะ