#39 ความเห็น
เมื่อกำหนดค่านิยามพฤติกรรมของคนในยุคสมัยนี้ ก็สามารถบอกได้เลยว่าคนสมัยนี้ชอบวิจารณ์ รวมถึงชอบแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การเมือง โดยเฉพาะเป็นความเห็นเชิงปิดกั้น ซึ่งไม่ใช่เป็นความเห็นที่แสดงออกไปถึงการเปิดกว้างทางความคิด มิหนำซ้ำยังกลายมาเป็นสิ่งที่คอยฉุดดึงรั้งสติปัญญาไปโดยปริยาย หากจุดเริ่มต้นคือการแสดงความคิดเห็น จุดจบก็คงเป็นการแสดงความคิดเห็นอยู่วันยังค่ำ.
โปรดใช้วิจารณญาณในการฟัง คิด และพูด
หากเราเป็นคนที่ชอบฟัง ชอบคิด และชอบพูด แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่อาจจะไม่รู้ ว่าความแตกต่างของสื่อไม่ได้อยู่ที่ความนิยมทางสังคม หรือการให้มูลค่ากับมันเพียงเพราะมีคนสนใจสื่อนั้นมาก ๆ แต่เป็นเพียงการที่เราเริ่มมองมาที่ประโยชน์ของสื่อนั้นเสียมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการอธิบายถึงบางเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งนี้ ชีวิตนั้นจะประกอบไปด้วยความเห็นเต็มไปหมด มันจึงเป็นทางเดียวเท่านั้นที่เราจะสามารถเข้าใจ และตระหนักรู้ว่า สื่อ ๆ นั้นมีความสำคัญต่อชีวิตเรามากน้อยเพียงใด มันก็ขึ้นอยู่กับระดับวิจารณญาณในการเลือกเสพสื่อนั่นเอง ลองมองดูคนรอบข้างที่เขากำลังแสดงออกถึงอรรถรสในการเสพสื่อครั้งนั้น ก็จะเป็นตัวชี้วัดว่าคน ๆ นั้นมีระดับวิจารณญาณเพียงใด.

การเรียนรู้เริ่มต้นจากตัวของเราเอง ความรู้ที่แท้จริงจะไม่ปรากฏก็ต่อเมื่อเราไม่มีความคิดที่เปิดกว้างเพียงพอ ซึ่งความคิดแบบเชิงกว้างนี้ จำเป็นอย่างยิ่งต่อคนในยุคสมัยนี้ เมื่อเราใช้ชีวิตอยู่บนท่ามกลางสื่อต่าง ๆ เต็มไปหมด และยิ่งเราเสพสื่อแบบไม่ดีเข้าไปมากเท่าไร เราก็จะยิ่งมีความคิดเชิงกว้างน้อยลงเท่านั้น จงเรียนรู้ที่จะรับฟังสื่อจากหลากหลายแห่ง ลองสอบทานความคิดดูว่า การที่คน ๆ นึงเขากำลังพูดถึงอีกบุคคลหนึ่ง มันคือความเห็น หรือข้อเท็จจริงกันแน่ แล้วการที่เราจะรู้ว่าสิ่งใดจริงหรือไม่จริง ก็เนื่องด้วยมาจากการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการอ่านสื่อที่มีสาระประโยชน์ให้มาก การคิดวิเคราะห์ให้แตกฉาน รวมถึงการฝึกสติในชีวิตประจำวันก็จะมีส่วนช่วยได้มากเช่นกัน.
ความเห็นไม่ใช่สิ่งที่ผิด
เมื่อความเห็นไม่ใช่สิ่งที่ผิด แล้วทำไมปัญหามันถึงได้มีมากมายถึงเพียงนี้ มีหลายคนเป็นจริงเป็นจังกับความเห็นมานับครั้งไม่ถ้วน บางคนถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับกับความเห็นของบางคน ไม่ว่าจะเป็นการวิจารณ์ในเรื่องรูปลักษณ์ หรือว่าการแสดงออกว่าพอใจ หรือไม่พอใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายนั้นได้เผยแพร่สู่สาธารณชน กระนั้น คำถามที่ดีที่เราควรถามกันก็คือ “การแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ถูกหรือผิดกันแน่” เพราะมีหลายคนมากที่คิดว่าการแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ทุกคนก็สามารถแสดงออกมาได้ แต่คำตอบนั้นก็อาจจะฟังดูขัดแย้งกับหลัก หรือระบอบการปกครองใน ณ ปัจจุบัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่มีสิ่งใดถูกหรือผิด จนกว่าจะมีคนให้ค่านิยามกับความเห็นนั้น ๆ ว่ามันมีผลกระทบกับชีวิตของบุคคลนั้นหรือไม่ หรืออย่างไร.

ตราบใดที่มันยังอยู่ในระดับความคิด แน่นอนว่ามันก็ไม่ผิดอะไรหรอก เพียงเพราะมันก็เป็นแค่ความคิด ท้ายที่สุดแล้วมันก็ไม่มีใครมาล่วงรู้ความคิดของเราได้ แต่ถ้าหากว่าเราเริ่มแสดงมันออกมา นั่นก็อาจจะหมายถึงว่าเราอาจจะต้องคิดทบทวนกันดูหน่อยแล้วว่า การแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีอย่างไร การมองอีกมุมหนึ่งก็จะเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่า จริง ๆ แล้วคนเราก็ชอบแสดงความคิดเห็นกัน อาจจะไม่มีอะไรมากไปกว่าการแสดงความคิดเห็นก็เป็นได้ การปล่อยวางต่อสิ่งรอบข้างก็เป็นตัวช่วยให้ชีวิตเรามีความสุขมากยิ่งขึ้น ลองสังเกตผู้คนในสังคมแบบที่เราไม่ต้องแสดงความคิดเห็นดูบ้าง สิ่งเหล่านี้จะทำให้เรามีท่าทีต่อสภาพแวดล้อมรอบข้างดียิ่งขึ้น.
การแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อน กระนั้น ก็ยังเป็นสิ่งที่สามารถรู้เท่าทันได้อยู่เช่นกัน บางคนชอบให้คนอื่นมาสนใจ และบางคนก็ไม่ชอบให้คนอื่นมาสนใจ บางคนก็สนใจด้วยคำวิจารณ์ที่ดี และบางคนก็สนใจด้วยคำวิจารณ์ที่ไม่ดี หากเราต้องการเป็นที่สนใจของคนหมู่มาก เราก็จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาของความเห็นไปได้เลย ไม่ใช่เพียงแค่เราอยากจะให้คนชอบเราหรือรักเรา แต่เรากลับไม่สนใจกับอีกด้านหนึ่งเลย ก็คือคนที่ไม่ชอบเราหรือเกลียดเรา สิ่งเหล่านี้จะมาทำให้ชีวิตเรามีความทุกข์มากกว่าความสุข ก็เพราะเรามักจะใส่ใจเสียงที่ถาโถมมาหาเรา เพียงแค่เขาพูดชื่อเรา เราก็เครียดไปเป็นวัน ๆ แถมยังพาลไปอีกว่า คนในสังคมกำลังบูลลีเรา กลายเป็นวิตกกังวลกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันไป.

ไม่ว่าจะเป็นคนที่แสดงความคิดเห็น หรือคนที่ได้รับความเห็นนั้น ๆ ก็ต้องล้วนแต่ใช้สติปัญญาในการกลั่นกรองเสมอ ไม่ใช่ว่าคนรับฟังก็รับมาทั้งหมด โดยขาดวิจารณญาณ ส่วนคนที่แสดงความคิดเห็นก็พูดออกไปทั้งหมด โดยขาดวิจารณญาณ ทว่า ทั้งสองด้านที่ขาดการใช้วิจารณญาณก็จะทำให้ไม่มีใครได้ประโยชน์จากการกระทำในครั้งนี้เลย แล้วมันก็เป็นตัวชี้วัดที่ดีที่กำลังแสดงให้เห็นว่า การสร้างคุณประโยชน์ด้วยความเห็น และการสร้างโทษด้วยความเห็น ก็ย่อมเป็นไปได้เช่นกัน มันอาจจะทำให้คน ๆ นึงแย่ลงก็ได้ รวมถึงก็อาจจะทำให้คน ๆ นึงดีขึ้นก็ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งมันก็จะขึ้นอยู่กับบริบทในการแสดงความคิดเห็น แล้วให้ลองเปลี่ยนเป็นแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์จะดีที่สุด.
ค่าเฉลี่ยของชีวิตจะขึ้นอยู่กับเราใช้เวลาไปกับสิ่งใด
ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปสักแค่ไหน กฎของธรรมชาติก็ยังคงสถิตอยู่กับโลกใบนี้อยู่เสมอ ความรวดเร็วของกระแสสังคมก็มิอาจดึงรั้งสิ่งใดให้คงอยู่ถาวรได้เลย ไม่ว่าจะเป็นความคิด จิตใจ หรือสติปัญญา ก็ยังคงหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปไม่จบสิ้น ทั้งความคิดเห็นมากมายที่กำลังถาโถมไปที่ตัวบุคคล สัตว์ หรือสิ่งของ ก็ล้วนแต่มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปอยู่อย่างนี้ หากเราต้องการใช้ชีวิตไปกับความเห็น เราก็จะอยู่กับความเห็นไปตลอด ในความเป็นจริงแล้วความเห็นก็จะแบ่งออกเป็น 2 หลัก คือ ความเห็นถูกและความเห็นผิด สิ่งนี้เป็นกุญแจที่มีความหมายต่อชีวิตของเราทุกคนเลยก็ว่าได้ เพราะมันเปรียบเสมือน ทิศทางที่เรากำลังจะเดินไป หากมันเป็นทิศที่บ่ายหน้าไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ชีวิตก็ย่อมดีขึ้นได้.

การใช้เวลาไปกับการแสดงความคิดเห็นทั้งหมด ถ้ามันเป็นความเห็นถูกมันก็จะเป็นสิ่งที่ดี แต่กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่มีความเห็นถูกเขาจะแสดงความคิดเห็นทั้งวัน เพราะว่าคนที่มีความเห็นถูกเขาก็จะเลือกสถานที่อันเหมาะสม เวลาอันสมควร และก็บุคคลที่จะบอกกล่าวด้วยเสมอ มิใช่เป็นการวิจารณ์พร่ำเพรื่อทุกวี่ทุกวัน แล้วก็บอกว่าการแสดงความคิดเห็นนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ต้นกำเนิดสำคัญกว่าผลลัพธ์เสมอ สิ่งที่ยากที่สุดคือการรับมือกับความคิดตัวเองในแต่ละวัน บางครั้งการแสดงความคิดเห็นอาจจะเป็นทางออกเดียวของคนที่มองไม่เห็นทางออกก็เป็นได้ ซึ่งนั่นอาจจะเป็นโศกนาฏกรรมอันเลวร้ายของคนในยุคสมัยนี้ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย.
SHARE
Written in this book
#experiences
ประสบการณ์ของชีวิตในแต่ละช่วงเวลาจะมีค่าได้อย่างไรนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองให้ค่า.
Writer
Friendtalkative
Writer
เพื่อนปรึกษา เริ่มต้นจากความคิดที่ว่าโลกเรา ณ ปัจจุบันมีปัญหาเพิ่มขึ้นตลอด สถิติคนที่มีปัญหาแล้วหาทางออกไม่ได้มีอยู่มากในสังคมเราและเล็งเห็นถึงว่าการที่ช่วยเหลือคนอื่นเป็นสิ่งที่จำเป็นไม่น้อยไปกว่าการช่วยชีวิตคน ๆ นึงเอาไว้ เช่น สามารถที่จะปรับทุกข์ให้เขา เป็นที่ปรึกษาในวันที่เขาไม่มีใครรับฟังปัญหาในชีวิตเขาเลย เพื่อเติมเต็มให้กับคนที่สูญเสียเราจึงสร้างเพจนี้ เพื่อช่วยเหลือสังคมให้มีประสิทธิภาพในเรื่องของการอยากใช้ชีวิตมากขึ้นครับ รวมถึงเล็งเห็นว่าชีวิตมีทางออกมากมายไม่ใช่แค่การที่เราโทษตัวเองแต่เปลี่ยนเป็นการ “ปรับปรุง” และ “พัฒนา” ตัวเองยิ่ง ๆ ขึ้นไปครับ.

Comments