Who we used to be. ยอมรับว่าเราเคยเป็นใคร
     เรื่องราวเหล่านั้นเคยเกิดขึ้นจริงๆ เลือนลางในทรงจำที่แฟลชแบคอยู่บ่อยๆ รู้ตัวว่าต้องต่อสู้กับการยืนหยัดเพื่อเป็นตัวเองก็ตอนมัธยมปลายเข้าแล้ว โลกมันเคยสวยงามจนเด็กหญิงเปิดเผยตัวตนจนหมดสิ้นต่อโลกภายนอกมัธยมปลายช่างหอมหวานและขมขื่น

     มันเคยขมขื่นจริงๆ แม้ตอนนี้เมื่อนึกถึงจะเหลือเพียงเสียงถอนหายใจที่เต็มไปด้วยความหมายซึ่งจับใจความไม่ได้ จึงคล้ายว่ามันว่างเปล่าไปในเวลาเดียวกันด้วย 

     เด็กหญิงในยูนิฟอร์มโรงเรียนเอกชน...เธอดูไม่ค่อยเหมือนภาพเหมารวมของเด็กหญิงมัธยมปลายเท่าไหร่ ดูผมสั้นกุดของเธอนั่นสิ พวกรุ่นพี่ลือกันว่าเธอโดนครูตัดผมอีกแล้ว เหตุเพราะเธอทำทรงผมผิดระเบียบ

     นั่นเธอคนเดิมอีกแล้วที่ถูกครูเรียกมายืนหน้าเสาธงแล้วพูดจาผรุสวาทใส่ เพื่อนแถวหน้าส่งเรื่องต่อๆ มาบอกถึงปลายแถวว่าเธอถูกประชดให้ไปเรียน ร.ด. กับพวกผู้ชายเสีย เพราะดูไม่เหมือนเด็กผู้หญิงเอาเสียเลย เธอตอบโต้รุนแรงด้วยโทสะ...ได้ยินว่าครูด่าว่าพ่อแม่ของเธอด้วย

     โชคดีจังที่ฉันเห็นครูประจำชั้นของเธอมาคุยให้ ดูเหมือนเธอจะสนิทกับครูประจำชั้นนะ เพราะไม่เห็นเคยถูกเรียกไปตวาดใส่เลย โล่งอกไปที...ถ้าฉันอยู่ตรงนั้นฉันคงจะเข้าไปช่วย

     เธอร้องไห้

     มีครูหลายคนใช้วิธีที่ทารุณกับเธอ เพราะเธอชอบพูดแทงใจครูเหล่านั้น และชอบตั้งคำถาม ซึ่งบางทีก็ดูก้าวร้าวจนน่าตำหนิติเตียนอยู่บ่อยๆ ลือกันว่ามีครูไม่กี่คนในโรงเรียนที่สนิทกับเธอ รู้วิธีพูดคุยไกล่เกลี่ยและคอยช่วยเหลือเสมอ

แท้จริงแล้วเธอก็เป็นแค่เด็กมัธยมคนหนึ่งที่ถูกมองว่าเป็นตัวอันตราย

     เด็กมีปัญหาถูกใช้เป็นชื่อเล่นของเธอในสถานศึกษา และเธอก็มีปัญหาได้ทุกวี่ทุกวันจริงๆ เพื่อนสนิทของเธอเป็นถึงคณะกรรมการนักเรียน จึงมองเห็นความสองมาตรฐานของบรรดาครูอาจารย์ที่ปฏิบัติต่อเธอและเพื่อนได้อย่างชัดเจน คนส่วนใหญ่ในโรงเรียนรับรู้เรื่องนี้ โชคดีนะที่เพื่อนของเธอคอยพูดจาปกป้องเธอเสมอเลย


     เธอกำลังมีความรักกับรุ่นพี่คนหนึ่งในโรงเรียน คนนินทากันให้แซ่ดเพราะทั้งคู่ต่างมีเพศสภาพที่ไม่ตรงกับเพศกำเนิด ตอนแรกก็นึกว่าคบเล่นๆ นะ เพราะทางฝ่ายรุ่นพี่ดูจะอายเพื่อนอยู่หลายปี แต่สุดท้ายพวกเขาก็รักกันจริงๆ แล้วได้คบกันตอนเข้ามหาวิทยาลัย แม้สุดท้ายจะกลายเป็นคบกันแค่เพื่อนก็เถอะ

     เอาล่ะ นั่นคือรักแรกของเด็กมีปัญหาเลยก็ว่าได้ รักครั้งนั้นนำสนามอารมณ์ขนาดใหญ่ผ่านเข้าไปในชีวิตของเธออยู่หลายปี ตอนนั้นปี 48' รสนิยมทางเพศของเธอไม่เป็นที่ยอมรับอย่างรุนแรงในสังคม เธอเป็นพลัสเจนเดอร์อีกทีหนึ่งด้วยเลยซับซ้อนขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง เป็นที่ยากในการยอมรับของสังคมสมัยนั้น

    อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเธอจะยืนหยัดในสนามอารมณ์นั้นและต่อสู้อย่างหนัก...ทั้งเพื่อให้คนรักของเธอกล้ายอมรับต่อหน้าเพื่อนๆ ว่าคบกัน และให้สังคมยอมรับด้วย เหตุการณ์นั้นพาเด็กมีปัญหาให้ยิ่งมีปัญหาหนักเข้าไปอีกเมื่อเธอต้องคอยแบกความคิดของคนอื่นไว้บนบ่า


     เธอนิสัยไม่ดี การแกล้งคนคือสวรรค์ และความจริงใจคือเดิมพันของมิตรภาพ ฉันมองเห็นข้อดีของเธอนะ เมื่อก่อนฉันไม่ค่อยเห็นข้อเสีย...แต่ตอนนี้มันเยอะจนพูดไม่หมด นี่แหละสิ่งที่หล่อหลอมเธอให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในแบบของเธอ

   เธอเคยเป็นแบบนั้น...บางสิ่งก็ยังเป็นอยู่ และบางอย่างก็เลิกเป็นแล้ว...บางสิ่งยังทำอยู่....บางอย่างเลิกทำแล้ว...บางคนเลิกรักแล้ว....บางคนยังรักอยู่ในแบบที่ต่างออกไป...

     ดูเหมือนจะมีแต่รุ่นพี่คนนั้นซึ่งเธอคบๆ เลิกๆ มาสิบปีที่เธอจะยังรักแบบเพื่อนได้ต่อไป ส่วนความสัมพันธ์อื่นที่เคยเกิดขึ้นระหว่างนั้นหรือก่อนจะมีคนรักปัจจุบันถือเป็นโมฆะ...เธอเลิกใยดีคนเหล่านั้นอย่างชัดเจนและเดินหน้ากับคนปัจจุบัน เช่นเดียวกับรุ่นพี่คนนั้นที่ก้าวต่อไปบนถนนของตนเองกับคู่รักของเขา

อดีตที่อยู่ในความทรงจำ...เพียงจะคอยย้ำว่าเราเคยเป็นใคร...ยอมรับได้หรือยังว่านี่แหละคือตัวเรา...


SHARE
Written in this book
Emotional Muse
อารมณ์ความรู้สึก และบทกวี
Writer
TikNopOfficial
FB TikNopOfficial, IG tik.nop
music, writing, politics, philosophy , mythology, psychology, pets

Comments