"ถ้าเธอยังอยากเล่นสนุกอยู่ เธอก็อย่าเพิ่งกลับมาหาเราเลย"
ข้อความที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอมือถือของเขาทำให้ฉันรู้สึกร้อนหน้าร้อนตาไปหมด มันไม่ได้ตั้งใจจะก้าวล่วงเข้าไปในเรื่องราวหรือข้าวของส่วนตัวของเขา แต่ตามันดันไปมองตอนที่หน้าจอมันสว่างขึ้นมา 

'คิดถึงพี่ตรัยจัง ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้วนะคะ' 

หน้าจอมืดไปสักพักก็สว่างขึ้นมาอีก
'หนูฝันถึงพี่ด้วยนะ ฝันถึงหนูบ้างไหม'

ใจฉันเต้นแรงและรู้สึกหวิว ๆ เหมือนมันจะหล่นไปอยู่ที่พื้น ฉันโมโหแต่ก็พยายามจะครองสติไว้ เรื่องนี้ถ้าคุยกันด้วยอารมณ์ก็จบเห่ ตอนนี้เราออกมากินข้าวที่ร้านอาหาร เขาไปเข้าห้องน้ำ 

ฉันสูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ ยังพอมีเวลาตั้งสติ แต่ประโยคที่อ่านเมื่อกี้ดังวน ๆ อยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา ...คิดถึงพี่...ฝันถึงพี่...

'วันนี้หนูมากินข้าวร้านที่พี่พามาคราวก่อนด้วย' ส่งข้อความพร้อมรูปภาพ 
มาอีกประโยคแล้ว!

ในอกฉันเดือดปุด หัวร้อนเหมือนจะควันออกหูแล้วด้วยตอนนี้ ยัยนี่มันเป็นใคร มายุ่งอะไรกับแฟนฉัน ไอ่ข้อความแบบนี้มันคืออะไร ใช่บทสนทนาปกติที่พี่น้องจะคุยกันไหม! มันมากไปแล้วนะ!

เขากลับมาจากเข้าห้องน้ำพอดี พร้อมกับยิ้มให้ฉัน หน้าจอมือถือดับไปแล้ว เขาจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อกี้นี้ 
...ใจร่ม ๆ ไว้... ฉันพยายามกล่อมตัวเอง หลับตาลง สูดหายใจเข้าลึก ๆ 

"เป็นอะไรหรือเปล่า" เขาจับสังเกตได้ว่าฉันไม่โอเค แหงล่ะ ฉันดูง่ายจะตายไป
"เป็น" ฉันตอบห้วน ๆ ตรง ๆ 
"เป็นอะไร ไหนบอกเราหน่อยซิ" เขาเอื้อมจับมือฉัน แต่ฉันดึงมือหนี
"โกรธอะไรเรา" เขาขมวดคิ้ว สีหน้ามีกังวลขึ้นมา
ฉันเม้มปาก ตอนนี้เหมือนจะเอาไม่อยู่แล้ว "ลองเชคข้อความเธอดู แล้วตอบคำถามนี้แทนเราหน่อย ว่าเราควรโกรธเรื่องอะไร"

เขาเลิกคิ้ว กดปลดล็อคหน้าจอเปิดดูข้อความในไลน์ ก่อนจะทำหน้าแบบ...อ๋อ...
"รุ่นน้องที่คณะ เมื่อก่อนเคยไปดื่มด้วยกัน คุยกันถูกคอก็เลยแอ๊ดไลน์คุยกันเอง ไม่มีอะไร"
"คุยแบบนี้มาตลอด เป็นเรื่องปกติเลยเหรอ?"
"นี่เธอเปิดดูข้อความเราเหรอ" เขาดูมีน้ำโหขึ้นมานิดหน่อย
"ไม่ได้เปิด มันเด้งขึ้นมาที่หน้าจอก็เลยเห็น ไม่ได้เป็นคนแบบนั้นที่มาเปิดดูข้อความเธอโดยที่เธอไม่อนุญาต" ฉันกระแทกเสียง เอาไม่อยู่แล้ว น้ำตารื้นขึ้นมาแล้วด้วย
"อย่าขึ้นเสียงได้ไหม คนมอง อายเขา"
ฉันสูดลมหายใจเข้า พยายามกดความเดือดดาลนั้นไว้ "งั้นก็เรียกคิดเงินเลย อยากกลับบ้านแล้ว" ฉันบอกก่อนจะสะพายกระเป๋า "เอากุญแจรถมา จะไปรอที่รถ"
เขาถอนหายใจแบบไม่พอใจ แต่ก็ล้วงกุญแจรถออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วส่งให้ฉัน
ฉันรับมาแล้วเผ่นออกจากตรงนั้นทันที 

ออกมานั่งรอในรถก็ไม่ช่วยอะไรเท่าไหร่ ฉันไม่ได้สงบขึ้นเลยเพราะข้อความที่เห็นตะกี้นี้ตามหลอกหลอนฉันไม่หยุด ไม่นานเขาก็ออกมา พอเห็นว่าฉันอยู่ด้านคนขับก็ถอนหายใจก่อนจะเดินไปนั่งอีกด้าน
ฉันออกรถทันที ไม่พูดจาอะไร พยายามดึงสติ และเพ่งสมาธิไปที่การขับรถ ถ้ายิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ ยิ่งเอาไม่อยู่ จะยิ่งแย่ไปกันใหญ่
เราไม่พูดกันไปตลอดทาง ราวๆ ยี่สิบนาที พอจอดรถฉันก็เปิดประตูลงจากรถทันที แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวออกจากรถ เขาก็คว้าแขนไว้
"คุยกันก่อน" เขาบอกเสียงขรึม "เธอจะโกรธอะไรนักหนา ก็บอกแล้วว่าไม่มีอะไร ไม่ได้คิดอะไร"
"เธอไม่คิด แล้วน้องเขาคิดไหมล่ะ"
"ไม่มีอะไรจริง ๆ" เขาสูดหายใจเข้าเหมือนพยายามจะสะกดอารมณ์ไว้ "เอาจริง ๆ เราก็ไม่รู้น้องเขาหรอก แต่เราว่ามันไม่สำคัญ เพราะเราไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นกับน้องเขา"
"..." โมโหจนคิดอะไรไม่ออกแล้ว
"ไว้ใจเราหน่อยสิ" เขาดูอ่อนลง เหมือนจะอ้อน
"ถ้าคำว่าไว้ใจของเธอคือเราจะต้องไม่โกรธเรื่องนี้ ไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องนี้ เราว่าเธอนิยามคำว่าไว้ใจผิดไปแล้วล่ะ" ฉันบอก จะร้องไห้แล้ว ทั้งโกรธทั้งเสียใจ ฉันรู้ว่าเขาแพรวพราวขนาดไหน และก็รู้ว่าเขาบริหารเสน่ห์เก่งระดับเทพ รู้อยู่แล้วว่าถ้ายอมคบกับเขาจะต้องทำใจเรื่องนี้ แต่พอเจอเข้าจริง ๆ ฉันก็รับไม่ได้อยู่ดี ไม่มีผู้หญิงคนไหนรับได้หรอก ฉันพยายามดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขา "วันนี้เธอกลับไปเหอะ เราไม่อยากทะเลาะกับเธอแล้ว เราเหนื่อย" ฉันดึงแขนตัวเองออกจากมือเขา แต่เขาไม่ยอมปล่อย
"เธอก็หนีอย่างนี้ทุกที" เขายังไม่ยอมหยุด
"แล้วจะให้ปะทะเลยหรือไง ปล่อยเรา" 
เขาจองหน้าฉันนิ่ง แววตาเจ็บปวด และยอมปล่อยมือออก 
 ฉันลงจากรถ เดินกระแทกเท้าปึงปังเข้าบ้านมา แล้วรีบมุ่งไปที่ห้องนอน จัดการล็อคประตู ไม่อยากเจอ ไม่อยากคุยแล้ว!

...ผ่านมา 5 วันแล้ว เขายังมานั่งเล่นบ้านฉันทุกวันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้ว่าจะเจอกัน สบตากันแต่ฉันก็ไม่พูดด้วย และเลี่ยงเขา มีจังหวะที่เขาพยายามจะมาคุยด้วยหลายครั้ง แต่ฉันรีบเดินหนีไปก่อน ฉันพยายามคิดและทบทวนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ฉันรู้สึกอะไรบ้าง เพราะมันมีความรู้สึกหลายอย่างปะปนอยู่กับความโกรธ นอกจากความเสียใจ หึง...มากด้วย คิดถึงเรื่องเก่า ๆ ที่เขามีคนมาชอบเยอะแยะไปหมดแล้วก็หวงขึ้นมา ฉันไม่ชอบที่เขาคุยกับคนอื่นเหมือนจีบกันทั้ง ๆ ที่มีแฟนแล้ว ถ้าคุยกันไปแบบนี้แล้วความรู้สึกมันเติบโตขึ้นจะว่ายังไง นานแค่ไหนแล้วที่อ่อยกันไปมาอย่างนี้...อาจจะก่อนที่เราจะคบกันแล้ว ถ้าสถานะเรายังเป็นเพื่อนกัน ฉันคงไม่เจ็บเท่านี้ ไม่โมโหเท่านี้ ถ้านี่เป็นปัญหา แสดงว่ามันผิดที่เราเป็นแฟนกัน เพราะเขาก็เป็นของเขาอย่างนี้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือสถานะของเราต่างหาก แสดงว่าเรื่องนี้จะโอเค ถ้าฉันเป็นแค่เพื่อนเขา... ตรรกะมันดูแปลก แต่ถ้าเป็นแฟนกัน ฉันก็ห้ามตัวเองไม่ได้ที่จะคิดอยากครอบครองเขา อยากพิเศษสำหรับเขาแค่คนเดียว แต่มันไม่มีทางเป็นแบบนั้น... ทางออกเรื่องนี้ คือ ...กลับไปเป็นเพื่อนเขา

ความคิดนั้นทำให้ฉันรู้สึกสูญเสียอย่างแรง จนไม่กล้าที่จะเคลียร์ ฉันต้องทำใจนานแค่ไหนถึงจะทำได้กัน...ไม่รู้เลยจริง วันนี้ก็เลยกะว่าจะหนีไปที่อื่น แต่พอเปิดประตูห้องออกมาก็เจอเขายืนรออยู่พอดี "คุยกันหน่อยได้ไหม"
ฉันถอนหายใจ แต่ก็ยอมเดินตามเขาไปนั่งที่โซฟาโดยดี คงหนีไปตลอดไม่ได้สินะ
"เราไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ" เขาจับมือฉันแน่น "เธอจะให้เราทำยังไง"
ทำยังไง...ถ้าฉันอยากให้เขาเปลี่ยน เขาจะทำได้ไหม "งั้นเราขอให้เธอหยุดคุยกันแบบนี้ได้ไหม"
เขาดูลำบากใจ "มัน..."
"คงไม่ได้สินะ" 
"มันแปลกอ่ะเธอ จู่ ๆ จะไม่ตอบไม่คุย ก็ถ้าเขาทักมาเราก็ต้องตอบ เขารู้อยู่หรอกว่าเรามีแฟน มันไม่มีอะไรจริง ๆ นะ"
ฉันเม้มปากแน่น พอผ่านมาหลายวันก็เหมือนว่าฉันจะตกตะกอนเรื่องนี้ และเย็นลงบ้าง "เราก็คิดอยู่แล้วแหละ เองงี้นะ เราบอกเธอตรง ๆ เลยว่าการกระทำของเธอมันทำให้เราไม่สบายใจ เสียใจ เพราะเราหึง การคุยกันแบบนี้สำหรับเราคือการจีบกัน เรารับไม่ได้"
เขาส่ายหน้า ยิ้มอ่อน "คุยกันขำ ๆ สนุก ๆ เอง ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเลย"
"มันไม่ขำนะ"
"ไม่มีอะไรจริงๆ"
"แล้วเธอจะหยุดคุยแบบนี้กับน้องเขาได้ไหมล่ะ"
"มันไม่มีอะไรไง คือคุยกันถูกคอ เขาคุยสนุกดี แค่นั้นเอง" เขายังดึงดัน
ฉันเริ่มไม่โอเค "แล้วเธอต้องการอะไรจากเรา... อยากให้เราหายโกรธและโอเคกับการที่เธอจะคุยเล่นอะไรแบบนี้กับใครก็ได้ใช่ไหม เพราะเธออยากให้เราไว้ใจ อยากให้เรายอมให้ใช่ไหม แค่อยากจะเอาชนะเราเหมือนทุกครั้งถูกไหม"
"ไม่ได้จะเอาชนะ" เขาลากเสียง ก่อนถอนหายใจ
"เรารู้ว่าเธอเป็นยังไง เราไม่ว่าอะไรเพราะเมื่อก่อนเราเป็นเพื่อนไง เราหึงเธอไม่ได้ไง แต่ตอนนี้เราเป็นแฟนเธอนะ" ฉันน้ำตาไหลออกมาแล้ว มันทำให้เขาเลิกลั่กรีบยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาให้ฉันแล้วดึงฉันเข้าไปกอดไว้ 
ฉันดันออก "...ถ้าเธอยังอยากเล่นสนุกอยู่ เธอกลับมาหาเราทำไม หรือก็แค่เล่นสนุกกับเราเหมือนกัน"
"ไม่ใช่อย่างนั้น" เขาเสียงสั่น "เราจริงจังกับเธอ จริงๆ"
"เราไม่อยากเจ็บแล้ว เราเหนื่อยที่จะต้องรู้สึกมากมายอยู่ฝ่ายเดียว เราวิ่งตามเธอตลอดไปไม่ไหว เราก็เป็นเพื่อนกันอย่างเดิมเถอะ ถ้าเป็นเพื่อนกันแล้ว ส่วนที่เราเสียใจเรารับผิดชอบตัวเองเองได้ ถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไป เราไปกันไม่รอดหรอก เพราะเธอก็ไม่อยากเปลี่ยนอะไรเพื่อเรา เราก็ไม่รู้ว่าจะต้องดีลกับเรื่องนี้ยังไง ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่นิสัยเธอ หรือความรู้สึกเรา มันอยู่ที่สถานะระหว่างเราต่างหาก" ฉันร้องไห้พร้อมกับคำพูดที่พรั่งพรูออกมา 
เขาน้ำตาซึม ๆ พยายามสูดมันกลับเข้าไป "เราขอโทษ เราขอโทษจริงๆ ไม่เอานะ ไม่เลิกกันนะ"
"กลับไปเป็นเพื่อนแหละดีแล้ว" ฉันลุกขึ้นเดินหนี เขาเดินตามมากอดฉันจากข้างหลัง 
"เราขอโทษ"
ฉันแกะมือเขาออก ร้องไห้หนักขึ้น "ถ้าเธอยังอยากเล่นสนุกอยู่ เธอก็อย่าเพิ่งกลับมาหาเราเลย เราเหนื่อยที่จะเสียใจแล้ว" 
"เรายอมเธอทุกอย่างเลย ไม่คุยแล้ว เดี๋ยวบล็อกเลย" เขาไม่ยอมปล่อย "เธออย่าไล่เราไปเลยนะ"
ฉันถอนหายใจ ยังสะอื้นอยู่ ฉันแกะมือเขาออก "ถ้าเธอยังอยากเล่นสนุกอยู่ เธอก็อย่าเพิ่งกลับมาหาเราเลยนะ เราขอล่ะ"


SHARE
Written in this book
สถานะ
สถานะเป็นบัญญัติความสัมพันธ์ที่คนเราสมมติขึ้นมาใช้เรียกความสัมพันธ์รูปแบบต่างๆ อันที่จริงแล้ว ความสัมพันธ์หลายๆ แบบบนโลกใบนี้ ไม่สามารถบัญญัติศัพท์มาใช้เรียกได้ มีความรู้สึกมากมายที่อธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ เรื่องราวของคนสองคนก็มีความหมายลึกซึ้งกว่านั้น แล้วเราจะเอาสถานะ มากำหนดเรื่องราวของเราได้อย่างไร?

Comments