"ยูริดิซี" (Eurydice) อสรพิษพรากรัก
     วันนี้จะพาผู้อ่านไปเที่ยวกรีกโบราณกันอีกแล้ว กับตำนานรักที่เป็นโศกนาฏกรรมอีกเรื่องหนึ่งของชาวปกรณัม เราจะมาว่าถึงหญิงสาวผู้หนึ่งนามว่า ยูริดีซี     ซึ่งไม่ค่อยมีการปรากฏที่มาที่ไปของนางมากนัก แต่เรื่องราวความรักของนางนั่นเลื่องลือ และย้ำอีกครั้งเช่นทุกทีว่าตำนานปกรณัมนั้นมาจากหลากหลายที่มา จึงอาจมีเนื้อเรื่องที่คลาดเคลื่อนกันไปบ้าง อย่างไรก็ดี เส้นเรื่องหลักมักจะคล้ายกัน

     หากจะกล่าวถึงยูริดีซีก็จำต้องแนะนำให้รู้จักกับสามีของนางเสียก่อน นั่นก็คือ 'ออร์ฟิอัส' หรือ 'ออร์ฟิอุส' (Orpheus) ซึ่งเป็นเทพแห่งการดนตรี โดยมีเทพอะพอลโลเป็นบิดา ทั้งนี้เมื่อออร์ฟิอัสได้เริ่มบรรเลงพิณนั้น สรรพสิ่งทั้งหลายต่างจะคล้อยตามเสียงดนตรีของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งสัตว์ร้ายก็ยังยอมสยบ สายลมโหมกระหน่ำยังไหวอ่อนด้วยดนตรีของเขา เป็นเทพอีกองค์ที่ทรงอิทธิพลที่เดียวเชียว

     เรื่องราวมันเริ่มขึ้นตอนหลังจบงานพิธีวิวาห์ของยูริดิซีกับออร์ฟิอัส ในตอนนั้นยูริดิซีขอออกไปเดินเล่นกับพวกเพื่อนสาวๆ ของเธอในสวน โชคร้ายนักที่พวกเธอดันไปพบเข้ากับอสรพิษร้าย 
แต่โชคร้ายกว่านั้น!
ยูริดีซีถูกอสรพิษร้ายกัดจนสิ้นลม
     ทั้งนี้บางตำราบอกว่ายูริดิซีออกไปเดินเล่นคนเดียว ส่วนบางตำราบอกไว้ว่านางออกไปเดินเล่นกับเพื่อน (ในกรณีที่นางออกไปกับเพื่อน ก็ถือว่าเคราะห์ร้ายมากทีเดียวโดยเป็นแค่นางที่โดนอสรพิษร้ายกัด) หรือเรียกง่ายๆ ว่ายูริดิซีถูกงูกัดตายไปเสียแล้วหลังจบพิธีวิวาห์หวานฉ่ำไปเพียงครู่เดียวเท่านั้น

     แน่นอนว่าออร์ฟิอัสผู้เป็นสามีต้องโศกเศร้าเหลือคนานับที่ภรรยาอันเป็นดวงใจได้จากไปอย่างกระทันหันแต่เทพแห่งดนตรีหายอมแพ้ต่อโชคชะตาไม่!
     เอาล่ะ เมื่อเทพหนุ่มไม่ยอมสูญเสียเมียอันเป็นที่รักไปโดยง่าย ก็จำต้องบุกกันลงไปตามจนถึงยมโลกล่ะทีนี้! 

    ออร์ฟิอัสเดินทางไปจนถึง และเจรจากับเจ้าแห่งยมโลกนั่นก็คือ 'เฮเดส' หรือ 'เฮดีส' (Hades) เทพหนุ่มร้องขอความเห็นใจจากมหาเทพ พลางไม่ปล่อยให้มือว่างจ้า บรรเลงพิณอย่างไพเราะคลอไปด้วยขณะอ้อนวอนเฮเดส เขาเพิ่งจะสมรสกับยูริดิซี เหตุใดจึงพรากนางไปโดยไว

     เฮเดสที่ดูเหมือนจะใจแข็ง เจอออร์ฟิอัสบรรเลงพิณเข้าไปก็เกิดนึกสงสาร ใจอ่อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น ด้วยเหตุนี้จึงบอกกับเทพหนุ่มว่าจะให้ยูริดิซีเดินตามหลังเขาออกไปจากยมโลก โดยยื่นข้อเสนอให้ออร์ฟิอัสว่า
ระหว่างทางห้ามออร์ฟิอัสหันกลับมามองเป็นอันขาดจนกว่าจะเดินทางกลับถึงโลกมนุษย์
     เอ้า! ทำไมจะไม่ได้เล่า ของกล้วยๆ เช่นนี้ ออร์ฟิอัสใจพองรีบตอบตกลงแล้วเริ่มเดินทางกลับโลกมนุษย์โดยมียูริดิซีเดินตามหลังไปด้วยเงียบๆ...

ยัง!
     ยังไม่จบแค่นี้แต่โดยง่าย เพราะนี่คือปกรณัมกรีกอันแสนว้าวุ่น ระหว่างทางเดินกลับโลกมนุษย์นั้นเทพหนุ่มจิตใจกระวนกระวายตลอดทาง แต่กลั้นใจไม่หันกลับไปมองผู้เป็นที่รัก

     กระทั่งชายหนุ่มเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์ จึงรีบเร่งฝีเท้าอยากจะกลับไปให้ถึงโดยเร็ว ในที่สุดเขาก็เหยียบโลกมนุษย์จนได้ ออร์ฟิอัสรีบหันหลังกลับไปมองภรรยาแสนรัก
แต่กลับพบว่ายูริดิซีที่เดินตามหลังมานั้นยังก้าวออกมาไม่พ้นจากประตูยมโลก
     ทุกอย่างที่เกือบจะดีจึงกลับตาลปัต ขณะนั้นเองร่างของยูริดิซีค่อยๆ ถูกดึงย้อนกลับไปยังยมโลกอีกครั้ง และนั้นคือนาทีที่ทั้งสองได้จ้องมองกันเป็นครั้งสุดท้าย

     ออร์ฟิอุสเห็นเช่นนั้นจึงรีบตามกลับเข้าไปในประตูยมโลกอีกครั้ง แต่ไม่เป็นผล
ประตูยมโลกได้ปิดตายสำหรับเขาไปตลอดกาล
ได้ยินเพียงเสียงสุดท้ายของยูริดิซีที่เอ่ยต่อเขาขณะที่ค่อยๆ ถูกความมืดกลืนหายไป
ลาก่อน
พวกเขาจำต้องแยกจากกันตลอดกาล.

     เรื่องราวของยูริดิซีกับออร์ฟิอัสนั้นก็ถือเป็นความรักโศกนาฏกรรมอีกเรื่องหนึ่ง แท้จริงแล้วควรเป็นเรื่องราวของออร์ฟิอัสเสียมากกว่า เนื่องจากยูริดิซีแทบไม่ได้ดำเนินเรื่องด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตามเรื่องราวนี้ก็ขาดใครคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้ สำหรับวันนี้คงเข้มข้นพอตัวแล้วกับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของชาวปกรณัม
     แล้วพบกันใหม่บทความหน้านะคะ 😁
SHARE
Written in this book
กรีก-โรมันโบราณ
ตำนาน เรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ ทุกอย่างในยุคสมัยกรีก-โรมันโบราณ
Writer
TikNopOfficial
FB TikNopOfficial, IG tik.nop
music, writing, politics, philosophy , mythology, psychology, pets

Comments