ฤาว่า "รักแท้" จะมีอยู่จริง ไม่ได้มีแค่ใน "นิยาย"
ภาพของหญิงชายคู่หนึ่ง... ชายชราผมสีดอกเลาออกไปทางขาวๆ บนกรอบหน้าเปื้อนรอยยิ้มนั้นสวมแว่นตาทรงสี่เหลี่ยม เขาสวมเสื้อสีทอง ยืนโอบเก้าอี้อันมีหญิงที่เขารักนั่งอยู่เบื้องหน้า หญิงผู้มีอิทธิิพลในใจเขามากกว่า 50 ปี คนทั้งคู่ยิ้มให้กับช่างภาพอย่างเปี่ยมสุข....  ฉันเคยตั้งคำถามเกี่ยวกับนิยามของคำว่า "รัก" มาหลายต่อหลายครั้ง 

ฉันไม่เคย "เข้าใจ" ความหมายของมันเลยสักครั้ง

ฉันได้แต่เก็บความสงสัยไว้เงียบๆ คนเดียว ตั้งแต่เล็กจนโต...

ฉัน : "ตาหมื่น" ฉันเรียกตา
ตา : "ฮึ.." ตาละสายตาจากการเหลาไม้ตอก ขึ้นมามองหลาน 
ฉัน :  "ตากับยายน้อยรักกันได้ยังไงหรอ" ตายิ้มตาหยี และเริ่มเล่า
ตา : "เขาเป็นลูกคนมีเงิน พ่อเขาเป็นพ่อเลี้ยง (คนมีเงินในภาคเหนือเรียกว่าพ่อเลี้ยง) สมัยก่อนหมดหมู่บ้านห้วยยางมีบ้านเขาหลังเดียวมีโรงสีข้าว ยายเป็นคนสีข้าวในโรงสี"
ฉัน : ยายน้อยงามก่อ (ยายน้อยสวยไหม)
ตา : "ก็งาม มันหมั่น" (ขยัน) ตาเล่าต่อ "มาอยู่กินด้วยกัน ตาทำงานรับจ้างทุกอย่าง เขาให้ไปทำอะไรก็ไปทำ"
ฉัน :  "แล้วยายละ ทำอะไร" 
ตา : "มันเป็นแม่ค้าขายผักในตลาด สมัยก่อน (พ.ศ.2500) ไม่มีรถมอเตอร์ไซค์ ต้องปั่นจักรยานเอาตะกร้ามัดท้ายไปขาย ปั่นไปในเมือง ไปตลาด รถจักรยานทั้งนั้น" ตาเล่าอย่างออกรส
ฉัน : "ยังไงต่อละตา"
ตา : "ตอนมีแม่มึงละ (แม่เป็นลูกสาวคนแรก) อายุได้ 8 ขวบ ตาหนีไปบวชพระ มันก็ไปตามหาเรียกให้กลับมา ไม่น่าสึกออกมาเลย" ตาทำหน้าเหมือนคนคิดผิดครั้งใหญ่ 555==
ฉัน : "มันเป็นยังไงละตา" ฉันซักต่อ
ตา : "ก็เป็นอย่างทุกวันนี้สิ มีลูกอีก 3 คน (แม่เป็นพี่สาวคนโต คนที่สองคือน้านิตย์เป็นผู้หญิง อีกสองคนเป็นชาย คือ คนที่สามน้าเอช คนที่สี่น้านคร) รู้งี้ไม่สึกออกมาก็ดี" 
ฉัน : "อย่างนั้นเลยหรอตา" ฉันขำอย่างเอ็นดู
ตา : "เมื่อก่อนตาเคยทำงานมาหมดทุกอย่าง ทั้งรับจ้างโรงปั้นอิฐบล็อก ไปไกลถึงเขตนิคมผัง16 (พื้นที่ต่างตำบล) ไปเรียนรู้งานกับเขา ปั้นปูนได้หลายอย่าง เคยออกรถรับจ้างสองแถว (แถวบ้านฉันเรียกรถสี่ล้อ) ทุกวันนี้ไปไหนไม่ได้ละ ทำไร่ ทำนา รับจ้างอยู่บ้านเนี่ยแหละ"
ฉัน : "ตอนนี้ตาอายุเท่าไหร่ละ"
ตา : "เจ็ดสิบสี่แล้ว ก็ต้องออกไปรับจ้างหาเงินมาให้ยายมึงเนี่ย ขอตลอด ถ้าไม่ให้ก็บ่น บ่นๆๆ ก็นั่นแหละ ให้น้อยก็ว่า ขี้ประชดเหลือเกิน...." ตาระบายออกมา เหมือนน้ำไหลออกท่อที่ไม่มีทีท่าจะหยุด ฉันรู้ตาไม่ได้โกรธหรือฉุนอะไรมากหรอก แกแค่บ่นเอ๊ง เพราะยังไงแกก็ยอมให้ยายเสมอ ฉันขำที่ตารักยายตลอดมา

+++เมื่อฉันอายุได้ 16 ปี ตาขายที่นาซึ่งเป็นที่ดินติดถนนใหญ่ได้ 1 แปลง มีมูลค่าหนึ่งล้านกว่าบาท ตาแบ่งให้ลูกคนละ 1 แสน และซื้อรถกระบะมือสองไว้ใช้ในบ้าน 1 คัน ใช้เป็นค่าสินสอดให้น้านครไปขอลูกสะใภ้แต่งงานไกลถึงพิษณุโลกส่วนหนึ่ง ซื้อรถกระบะมือสองให้น้าเอชลูกชายคนที่สามอีกหนึ่งคัน อีกส่วนหนึ่งก็นำไปฝากไว้ที่ ธกส. อ้อ ตาใช้หนี้หมดแล้ว และฝากไว้ลุ้นโชคทวีสิน ทวีทรัพย์ ได้ของรางวัลมาทุกปี เคยได้ของรางวัลทั้งมอเตอร์ไซค์ จักรยาน หม้อหุงข้าว เครื่องปั่น และอื่นๆ (ก็เป็นลูกค้าที่มีเงินฝากเยอะอะนะ ฉันดีใจที่ตาได้ของเยอะแยะ) ช่วงนี้ชีวิตตามีความสุขดี แกมักจะไปถอนเงินในบัญชีมาเก็บไว้ใช้แต่น้อย ถอนไม่บ่อย ใช้ไม่มาก แต่แกก็บ่นว่ายายใช้เงินเก่ง ขอแล้วไม่ให้ก็ดราม่า (เช็ดน้ำตา) ตาก็ต้องยอมให้ตลอด แก้นิสัยยายไม่ได้จริง 

+++++ตาเป็นคนมีเงิน แต่รู้จักใช้เงิน ไม่ใช้จนหมด รู้จักเก็บ รู้จักหาใหม่ให้เพิ่มพูน ไม่เคยทำตัวเหมือนคนมีเงิน ไม่ฟุ้งเฟ้อ สวมใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ไม่เกี่ยงการรับจ้างใช้แรงงานใด.... นี่คือภาพของตาที่ฉันเห็นมาแต่เด็กๆ ใครๆ ก็ว่าตาขี้งก แต่ฉันว่า ตาทำตัวเหมือน "ผ้าขี้ริ้วห่อทอง" มีเงินเท่าไหร่ไม่จำเป็นต้องประกาศให้โลกรู้ จะซื้ออะไรก็เงินสดตลอด ตาคือแบบอย่างที่ดีให้กับฉันในการใช้ชีวิต แม้ว่า... ฉันจะนำปรับใช้ได้เพียงเล็กน้อยก็ตาม 

นอกจากนี้ ตายังเป็นผู้มีพระคุณอย่างล้นพ้นสำหรับหลานคนนี้ด้วย เพราะตาเป็นผู้สนับสนุนทุนการศึกษาให้หลานได้เรียนต่อปริญญาโท (ตาให้แม่ยืมเงินมาส่งให้ฉันเรียนต่อ ส่งค่าเทอม ค่าหอ ค่ากิน ฯลฯ) ฉันดีใจที่ตารักและเอ็นดูหลานคนนี้ อย่างมากมาย ถึงแม้ว่า... ตาจะไม่ได้อยู่ชื่นชม แสดงความยินดีกับหลานคนนี้ในวันที่เรียนจบก็ตาม (ตายเสียชีวิตปี 2555 ฉันเรียนจบและรับปริญญาโทปี 2556) 

ยาย : "น้อง เอาไม้แคะขี้หูให้ยายหน่อย" 
ฉัน : "ได้ค่า ไม้แคะอยู่ไหน" ฉันพายายไปนั่งในที่มีแสงแดดทั่งถึง หาไฟฉายตรากบที่ใส่ถ่านสามก้อนมาส่อง และปฏิบัติหน้าที่สำรวจถ้ำ ทำงานได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ฉัน : "ยาย ตาเจ้าชู้หรอสมัยก่อนอะ"
ยาย : "อืม มันไปติดสาวแถวบ้านทุ่งฝาย(หมู่บ้านไกลไปหลายสิบโล)"
ฉัน : "แล้วอย่างใดอะยาย"
ยาย : "ก็ไม่มีอะไร ไม่มีลูก มีเมียติดมา" ฉันโล่งใจ นึกว่าจะมีญาติเพิ่ม
ฉัน : "แต่ก่อนบ้านพ่อแม่ยายมีโรงสีหรอ"
ยาย : "มี  เป็นของพ่อกับแม่ยาย ยายทำหน้าที่สีข้าวกับเลี้ยงหมู ขายได้เงินมาเยอะอยู่" ยายเล่า
ฉัน : "ยายขายผักมานานแล้วหรอ"
ยาย : "นานแล้ว ตั้งแต่สมัยปั่นรถถีบ(จักรยาน)โน้นละ ปั่นไปถึงในเมือง เคยเข็นรถไปขายของในเมืองเดินไป นานมาก" สมัยก่อนลำบากกันจริงๆ ฉันคิด
ฉัน : "ยายรักตาหมื่นไหม"
ยาย : "จะไปรักมันทำไม แก่แล้ว อ๋วย!!!" ยายเขินกลบเกลื่อน ฉันมีความสุขทุกครั้งที่ได้แหย่ยาย 555+++

ตาก็รักยาย "รัก" แต่ไม่เคยพูดว่า "รัก" แต่การกระทำที่ปฏิบัติต่อกัน มันคือคำตอบ อะไรที่ทำให้คนทั้งคู่อยู่ด้วยกันมานานกว่า 50 ปี ฉันครุ่นคิด

เช้าวันหนึ่งในปี 2555 ฉันถือกล้องถ่ายรูปดิจิตอลตัวโปรดไปบ้านยาย ถ่ายภาพสรรพสิ่งไปเรื่อยเปื่อย ฉันเห็นตากับยายอยู่บ้าน ตานั่งเหลาไม้นั่งตั่งไม้ตัวโปรด ส่วนยายนั่งดูทีวีช่องเพลงที่แกแสนจะชอบ และฉันก็เสนอว่า "วันนี้จะถ่ายรูปให้ตายยาย ให้ตายายไปแต่งตัวสวยๆ " 

ยาย : "จะถ่ายเอาไปไหน"
ฉัน : "ถ่ายเก็บไว้สิยาย รูปสวยๆ เอาใส่กรอบรูปไว้"
ตา : "จริงด้วย ภาพไว้ดีๆ เอาไว้ติดหน้าศพเวลาตายก็ดีเหมือนกัน" ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า คำพูดของตาในวันนั้นจะเป็นจริงในไม่กี่เดือนต่อมา
 
ตา = สวมเสื้อสีทอง ผ้าไหมที่น้านครซื้อผ้ามาให้ตัดเสื้อ "ตาใส่ตัวนี้แล้วหล่อมาก" ฉันบอก
ยาย = สวมเสื้อสีครีมไข่ นุ่งผ้าถุง สีเสื้อเข้ากันดีกับตา ฉันพอใจกับการแต่งกายของคนทั้งสอง

ฉัน : "ให้ยายนั่ง ตายืนดีกว่า ลากเก้าอี้ตัวนี้ชิดผนังเลย" ฉันในฐานะช่างภาพจัดแจงก่อนจะถ่าย "ยายนั่งลงที่เก้าอี้นี้เลย ส่วนตาเอามือวางไปด้านหลังยาย แบบโอบไปข้างหลังเลยเน้อ" 

ฉัน : "ตา กับ ยาย ยิ้มหน่อย... ยายเงยหน้าขึ้นอีกนิด หันมาทางซ้ายอีกหน่อย นิดเดียวๆ นั่นแหละ ตาหน้าเอียงไป เงยอีกนิดๆ พอแล้ว 1 2 3" "โอเค"

"รักแท้" คือ อะไร ฉันไม่เข้าใจ รู้แค่ว่า "ความรักคือความปรารถนาให้คนที่เรารักไม่ลำบาก อยู่ดี มีความสุข เธอจะต้องอยู่ในได้ในวันที่ไม่มีฉันคอยปกป้องอีกต่อไป" 

12 เมษายน 2555 เวลาเย็น น้านครกลับมาจากที่ทำงาน น้ากับน้าสะใภ้พาตาหมื่นไปโรงพยาบาล หมอบอกว่าตามาช้าเกินไป ตามีอาการเส้นเลือดอุดตัน ตอนนี้มันแข็งตัว ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงหัวใจได้ ตาอ่อนแรง หายใจไม่ค่อยออก ตาถูกส่งไปยังห้องเฉพาะโรคหัวใจ

วันต่อมา...
ลูกๆ หลานๆ พากันเข้าเยี่ยมตามเวลาที่กำหนดไว้หน้าห้อง มีสายออกซิเจนที่จมูก สายน้ำเกลือ สายยา เจาะเข้าเส้นเลือดตา ตานิ่งเงียบ ไม่ไหวติ่ง...

หมอเรียกลูกๆ ของตามารับฟังอาการ...
หมอบอกลูกๆ ว่าอาการของตา 50/50 ตอนนี้อยู่ได้เพราะเครื่องช่วยหายใจ จะสวนเล้นเลือดที่อุดตันก็ไม่ได้ ไม่ทันการเสียแล้ว หมอให้ลูกๆ ร่วมเซ็นชื่อลงในเอกสารแผ่นหนึ่ง ลูกๆ เสียใจ น้ำตาของลูกหลั่งริน... ไม่อยากให้พ่อได้เห็น

ฉัน : "ตา จำได้หรือเปล่านี่ใคร" ฉันพยายามเรียกตา ดวงตาแกเลื่อนลอย มองไปข้างหน้า แกพูดไม่ได้ เพราะมีเครื่องช่วยหายใจสอดเข้าไปในปาก น้ำตาแกไหลเปื้อนขมับ แม่เอาผ้าชุปน้ำอุ่นมาคอยเช็ด
แม่ฉัน : "พ่อต้องการอะไร จะเอาอะไรก็บอกลูกมาเน้อ" แม่ของฉันถาม
ฉัน : "เอากระดาษกับปากกามาให้ตาเขียนดีไหมแม่" ฉันหามาให้ ตาพยายามบังคับมือตัวเองให้เขียนลงบนกระดาษ ข้อความเบื้องหน้าแม้จะเขียนไม่สวย อาจจะเป็นรอยลากปากกาที่ไม่มีทิศทางเสียมากกว่า แต่ก็ปรากฏออกมาเป็นคำว่า "แม่" 
น้านคร : "พ่อเป็นห่วงแม่ใช่ไหม" น้าถาม ตาพยักหน้า
แม่ฉัน : "พ่อไม่ต้องห่วงแม่หรอกนะ ลูกๆ จะช่วยกันดูแล พ่อไม่ต้องห่วงเน้อ คิดถึงพระพุทธ พระธรรมไว้พ่อ"

พวกเราต่างจับมือตาไว้ เพื่อถ่ายทอดกำลังใจ ความรัก ความอาทรทั้งหลาย

วันต่อมา... 
วันนี้ยายมาโรงพยาบาลด้วยเป็นครั้งแรก วันนี้คืนวันที่ 11 แล้วที่ตานอนโรงพยาบาล ยายยืนข้างๆ เตียงตา... 

ตาเอียงหน้ามามองหน้ายาย.... ยายน้ำตาไหล หยิบผ้าเช็ดตาที่เหน็บผ้าถุงมาเช็ดน้ำตา... 

เข้ามืดวันที่ 23 เมษายน 2555 เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลโทรมาแจ้งข่าว ตาได้จากลูกหลานไปแล้วอย่างสงบ สิริอายุได้ 79 ปี... สิ้นแล้วร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกหลาน ไม้ใหญ่ล้มลง เพื่อให้เมล็ดพันธุ์ใต้ต้นได้เจริญเติบโตต่อไป ไม่มีอีกแล้วกิ่งก้านสาขาที่คอยปกคลุม ลูกนกสัตว์น้อยพรั่นครามสั่นกลัว....

แด่... ตาหมื่นและยายน้อย ผู้เป็นที่รักของลูกหลาน (15/ก.ย./2564) 


      

SHARE

Comments

AURADSAYA
1 day ago
อ่านเพลินดี   ทำให้รู้สึกคิดถึงคนที่บ้านเลยค่ะ
Reply
TUKTRU
1 day ago
คิดถึงตายาย ไปรักกันต่อบนฟ้าแว้ววว
ribbonred
1 day ago
น่ารักเลยอะค่า  แบบนี้คู่แท้ๆเชียว
Reply
TUKTRU
1 day ago
ตาบ่นๆๆๆ แต่ก็ยอมเธอเสมอ ยายน้อยเป็นดาราเจ้าบทบาท อิอิ