เพราะเป็นมนุษย์จึงเจ็บปวด,
' นี่พี่รู้ไหมว่าทำไมคนเราบางคนถึงอยากตายกันนัก '



' น้องสงสัยว่าเขาไม่รักตัวเองกันบ้างหรอครับ ทำไมถึงได้พยายามจะจบชีวิตเองแบบนั้น '



เด็กชายวัยสิบขวบในตอนนั้นเอ่ยถามผู้เป็นพี่ชายของตนด้วยความสงสัย 



' พี่ก็ไม่รู้ครับ แต่พี่ว่าเขาคงมีเหตุผลที่จะทำแบบนั้น '



' แล้วพี่คิดว่าเหตุผลของพวกเขาคืออะไรเหรอครับ '



' เพราะสิ่งรอบตัวล้วนแต่ใจร้ายกับเขามั้งครับ พี่ว่าเหตุผลนี้คงเป็นหนึ่งเหตุผลในนั้น '



และเด็กชายสิบขวบในวันนั้นที่ได้โตเป็นผู้ใหญ่ในวันนี้ก็เกิดการตั้งคำถามอีกครั้ง



แต่ครั้งนี้กลับแปลกไปตรงที่เขาไม่ได้ตั้งคำถามว่าทำไมคนเราถึงอยากที่จะตายแต่เขากลับตั้งคำถามว่าทำไมคนเราถึงอยากที่จะมีชีวิตอยู่



แต่ก็เพียงแค่คิดในใจของตน ไม่ได้เอ่ยถามพี่ชายของตนเองออกไปเหมือนดั่งวัยเยาว์



เวลาล่วงเลยมาถึงช่วงเวลาที่เขาอยู่ในห้วงนิทรา



ภาพภายในฝันที่ปรากฏให้เห็นเป็นภาพพื้นที่สีขาวโล่งโจ้ง ไม่มีสิ่งของใด ๆ ประดับอยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเงียบสงบและตัวเขา สงบถึงขนาดที่ได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองดังออกมาอย่างน่าประหลาดใจ



ขายาวของชายหนุ่มในวัยยี่สิบสองปีได้ก้าวมาข้างหน้าเรื่อย ๆ โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้เลยว่าปลายทางมันจะไปสิ้นสุดอยู่ที่จุดไหน 



ร่างของชายหนุ่มได้หยุดเดินเมื่อพบเห็นแสงเงาจากข้างหน้าสอดส่องแสงเข้ามาทางบริเวณด้านใน ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร



แสงแห่งพระเจ้างั้นเหรอ



ภายในใจยังนึกไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิด 



เขาเดินมาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ และก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างที่เขาคิดเลยสักนิด มันเป็นเพียงแสงจากเปลวเทียนจำนวนมากมายที่ถูกจุดอยู่ระหว่างทางเดินข้างหน้า



เขาย่างฝีเท้าเข้าไปโดยเร็วด้วยความอยากรู้ ทว่าเขาก็ได้พบเห็นร่างของเด็กหญิงคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่ตรงเทียนนั่น 



“พี่ชายเป็นใครคะ มาทำอะไรที่นี่”



เด็กหญิงตัวเล็กเอ่ยถามเขาทันทีที่หันกลับมาเจอ



“ไม่รู้ครับ พี่เดินมาจากทางนู้นไม่รู้เหมือนกันว่าที่นี่คือที่ไหน”



“อ่า งั้นเหรอคะ”



“แล้วพี่ชายยังอยากเดินไปข้างหน้าต่ออยู่ไหม”



ร่างของชายหนุ่มขมวดคิ้ว อยากเดินต่อไปหรือเปล่างั้นเหรอ



อยากมั้ง ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งรู้สึกว่าอยากเดินเข้าไปให้ใกล้มากกว่านี้เสียอีก



“อยากครับ”



“แน่ใจแล้วนะคะ”



“แน่ใจครับ แต่พอเราถามพี่เริ่มกังวลใจแล้ว”



“ไม่ต้องกังวลใจนะคะ ทางข้างหน้ามันไม่มีอันตรายอะไรทั้งนั้น มันจะไม่มีอะไรที่จะมาทำให้คุณหัวใจของพี่ชายทำงานหนักเลย”



เมื่อเด็กหญิงว่าจบร่างของชายหนุ่มก็ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ยังเป็นเด็กแต่คำพูดคำจารวมถึงท่าทางเหล่านั้นช่างดูโตกว่าตัวเหลือเกิน 



“นี่พี่ชายรู้ไหมว่าเราชอบมาเดินแถวนี้มาก ๆ เลย”



“ทำไมถึงชอบล่ะ อากาศมันดีเหรอ”



“เปล่าค่ะ แต่เพราะที่ตรงนี้มันเป็นที่ปลอดความทุกข์ ทุกครั้งที่ได้มาเราจะไม่รู้สึกมีความทุกข์ในใจเลยค่ะ คุณหัวใจของเราเวลาที่ได้อยู่ที่นี่ไม่เคยต้องทำงานหนักเลย”



“ฮ่า งั้นเหรอครับ”



“ค่ะ แล้วพี่ชายล่ะคะ พี่ชายกำลังรู้สึกเหมือนที่เรารู้สึกอยู่หรือเปล่า”



รู้สึกปลอดความทุกข์น่ะเหรอ คงจะใช่ที่ที่แห่งนี้เป็นที่ที่ปลอดความทุกข์เพราะตั้งแต่ที่เขาได้ก้าวเท้ามาในบริเวณแห่งนี้เขาไม่ได้รู้สึกถึงความทุกข์ที่อยู่ในใจเขาอย่างมากมายเหมือนตอนที่ยังไม่ได้อยู่ที่นี่เลย ภายในใจมันโล่งไปหมด



“ครับ พี่ก็รู้สึก”



“เห็นไหมคะเราบอกแล้ว”



“แต่ก่อนเข้ามาที่นี่พี่มีเรื่องราวในใจที่ทำให้คุณหัวใจทำงานหนักหรือเปล่าคะ”



“เราดูออกเหรอครับ”



“ก็สังเกตไม่ยากนี่คะ”



“อ่า ก็ประมาณนั้นครับ”



เด็กหญิงไม่ได้ตอบอะไรชายหนุ่มกลับไปแต่ยื่นมือเล็ก ๆ ของตนเองจับที่แขนของชายหนุ่มพลางออกแรงดึงให้เขาเดินตามตนเองไปข้าง และชายหนุ่มก็เดินตามไปอย่างว่าง่าย



ร่างของชายหนุ่มและเด็กหญิงตัวน้อยมาหยุดอยู่ตรงริมพื้นหญ้าที่ข้างหน้าเมื่อมองออกไปก็เป็นหน้าผาสูงชัน เด็กหญิงดึงมือร่างของชายหนุ่มให้นั่งลงกับขอนไม้ก่อนจะเอ่ยประโยคหนึ่งออกมา



“พี่ชายเห็นดาวบนท้องฟ้านั่นไหมคะ”



“เห็นครับ” เขาตอบกลับ



“ถ้าพี่ชายเห็นพี่ชายลองมองไปที่ดาวดวงนั้นนะคะ พี่ชายจะรู้สึกดีขึ้นไปมากกว่าเดิมอีกค่ะ”



เขาฟังที่เด็กหญิงเอ่ยพลางหันดวงตาหันไปมองตามที่เด็กหญิงบอก ดาวดวงนั้นเป็นดวงที่สว่างที่สุดในบริเวณนี้ที่สามารถเห็นได้



“สวยดีครับ สว่างมากเลย”



“ใช่ค่ะ มันเหมือนพี่ชายเลย”



“เหมือนยังไงครับ” ร่างของชายหนุ่มเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัยว่าดาวดวงนั้นเหมือนกับเขาอย่างไร ในเมื่อตัวตนของเขาที่เป็นอยู่ในตอนนี้ช่างแสนจะมืดมน คล้ายว่าพร้อมจะดับลงอยู่ทุกวินาทีพร้อมแตกสลายได้ทุกเมื่อ



“เพราะพี่ชายเป็นคนที่ไม่เคยทรยศต่อความฝันของตัวเองไงคะ”



“...” เขาเงียบเพื่อรอฟังเด็กหญิงพูดต่อ



“พี่ชายทำตามความฝันของตัวเองถึงแม้ว่ามันจะดูยากและไร้สาระสำหรับคนอื่น แต่พี่ชายไม่เคยที่จะหยุดทำมันเลย เพราะแบบนี้พี่ชายถึงเหมือนดาวดวงนั้น”



เหมือนยังไง เขาเองยังไม่เข้าใจที่เด็กหญิงจะสื่อมันออกมา



“ดาวดวงนี้เคยเป็นดาวที่ไม่เปล่งแสงสว่างมาก่อนค่ะ มันมีเรื่องราวอยู่ว่าคนบนดาวดวงนี้เขาเป็นคนที่ไม่เคยถูกยอมรับ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรที่เขาคิดก็ตามเขามักจะโดนผู้อื่นว่าว่ามันไม่ถูกต้องอยู่เสมอ จนวันนึงเขาเลือกที่จะออกมาจากที่ตรงนั้นและมาทำตามสิ่งที่เขาคิดว่าถูกต้องค่ะ จนเวลาผ่านไปเขาก็ทำมันนสำเร็จและย้ายตัวเองมาเป็นดาวที่กำลังส่องแสงสว่างในตอนนี้” ชายหนุ่มนิ่งไปสักครู่เมื่อเด็กหญิงเล่าจบ “เพราะแบบนี้มันถึงเหมือนพี่ชาย เพราะพี่ชายก็จะเป็นแบบนั้น เราเชื่อในตัวพี่ชายนะคะ”



เด็กคนนี้โตเกินวัยจริง ๆ ด้วย 



“เรารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับพี่เลยเหรอครับ”



“ไม่ทุกอย่างหรอกค่ะ แต่เราก็พอรู้ว่าตอนนี้พี่กำลังจะหลีกหนีความวุ่นวายนั่นอยู่”



ถูกต้องอย่างที่เด็กหญิงเอ่ย เขากำลังจะหลีกหนีความวุ่นวายที่เกิดกับเขาอยู่ เขาหาทุกวิถีทางแต่ก็พบว่ามันไม่มีวิธีไหนที่รู้สึกว่าได้ผลดีเลยนอกจากการตายหายไปจากความวุ่นวายนี้ 



เพราะแบบนี้ใช่ไหมการตายถึงง่ายกว่าการมีชีวิตอยู่ และเพราะเหตุนี้ด้วยหรือเปล่าที่ทำให้คนเราอยากตายอยู่ทุกวันเฉกเช่นเดียวกันกับเขา



“นี่เราอยากบอกความเป็นมนุษย์อย่างหนึ่งกับพี่ชายได้ไหมคะ”



“ได้สิครับ”



“เราอยากบอกว่าบางครั้งมนุษย์อย่างเราก็ไม่สามารถหลีกหนีความวุ่นวายทุกอย่างได้หรอกนะคะ” 



“....”



“มันอาจจะต้องแกล้งฝืนยิ้มและเอ็นจอยไปกับมันสักหน่อย”



เขานั่งฟังเงียบ



“แต่ถ้าบางครั้งมันหนักเกินกว่าจะฝืนไหวแล้ว พี่ชายจะกรีดร้องออกมาอย่างที่หมาป่ากำลังบ้าคลั่งอยู่มันก็ไม่แปลกหรอกค่ะ”



“...”



“นี่แหละความเป็นมนุษย์อย่างนึงที่เราอยากจะบอก”



เขายังเงียบและคิดตามประโยคเมื่อครู่ที่เด็กหญิงเอ่ยออกมา 



“ใกล้ถึงเวลาที่พี่ชายต้องไปแล้ว โชคดีนะคะ”



“ไปไหนครับ”



“กลับไปสู่โลกแห่งความจริงที่พี่ชายต้องเผชิญไงคะ” จริงด้วยเพราะตอนนี้มันคือความฝัน คงถึงเวลาแล้วสินะที่ต้องกลับไปเผชิญโลกแห่งความจริงสักที



“หมดเวลาของพี่แล้วงั้นเหรอ”



“ค่ะ ก่อนพี่ชายจะไปเรามีคำอวยพรที่อยากจะให้พี่ชายค่ะ” พยักหน้ารับพร้อมฟังที่เด็กหญิงกำลังจะพูดต่อ



“เราขอให้โลกแห่งความจริงที่พี่ชายกำลังจะเผชิญใจดีกับพี่ชายเยอะ ๆ นะคะ รวมถึงตัวพี่ชายเองก็ด้วยช่วยใจดีกับตัวเองเยอะ ๆ หน่อยนะคะ ขอให้คุณหัวใจของพี่ชายไม่ทำงานหนักและขอให้พี่ชายอย่าได้แตกสลายเพราะคำพูดของคนพวกนั้นอีกเลยนะคะ”



เขายิ้ม



“เหมือนกันนะครับ พี่ชายก็ขอให้เราเติบโตมาอย่างสมบูรณ์แบบไม่แตกสลายมากจนเกินไประหว่างการเติบโต”



“ขอบคุณค่ะ และหวังว่าเราจะได้พบกันอีกไม่ที่ใดก็ที่หนึ่งนะคะพี่ชาย” เด็กหญิงพูดพร้อมส่งยิ้มหวานให้กับร่างของชายหนุ่ม เป็นรอยยิ้มที่แสนสดใส



“ครับ” ร่างของชายหนุ่มส่งยิ้มที่แสนจริงใจและดีใจที่ได้พบเจอคืนกลับไปให้กับเด็กหญิง ก่อนภาพตรงหน้าจะค่อย ๆ เลือนลางและจางหายไปเหลือเพียงภาพพื้นสีขาวเหมือนดั่งตอนแรกเริ่มที่เขาก้าวมาในโลกแห่งความฝันนี้



ร่างของชายหนุ่มก็ได้ลืมตาตื่นมาในโลกของความเป็นจริงอย่างสมบูรณ์ในวันใหม่ที่กำลังเริ่มต้นขึ้น



และพรทั้งหมดที่เขาได้รับมาจากโลกแห่งความฝันเขาขอให้มันอยู่กับเขาไปในทุก ๆ วันหลังจากนี้และอยากจะยกพรทั้งหมดที่เขามีให้กับคนที่เขารักด้วยเช่นกัน





/








SHARE
Writer
601dg
complexity
human is very complexity , it's a fact 🦋*

Comments

yellowyou
13 days ago
ชอบมากเลยค่ะ♡︎
Reply
601dg
13 days ago
ดีใจมากจัง ขอบคุณนะคะ🥺
Risshin
13 days ago
เขียนดีมากค่ะ เราอดยิ้มตามไม่ได้เลย
Reply
601dg
13 days ago
ขอบคุณนะคะ 🥺
Jarxk
13 days ago
คุณคะ มันดีมากเลยค่ะ🤲🏻💗
Reply
601dg
13 days ago
ขอบคุณนะคะ 🥺
crumblesweet
9 days ago
ชอบมากจัง อ่านไปแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจเลยค่ะ T—T
Reply
601dg
9 days ago
ขอบคุณนะคะที่ชอบงานเขียนเรา 🥺🫀
hydren
8 days ago
อบอุ่นมากเลยครับ
Reply
601dg
8 days ago
🫀🤏🏻