ท่านผู้เป็นที่รัก sp

โลกกว้างใหญ่ มนุษย์ตัวเล็ก ความเจ็บปวดมหาศาล 


“ข้ารักท่าน” เธอผู้นั้นพูด
“ข้าก็รักเจ้า” เขาผู้นั้นตอบกลับไปในทันท่วงที



โลกกว้างใหญ่เฉกเช่นนี้ 
ข้ากลับไม่รู้สึกถึงความเดียวดายเลยสักเสี้ยวเดียว
คงเป็นเพราะมีท่านผู้นี้เป็นแน่



คราใดที่เผลอสบตา
ราวกับโลกใบนี้หยุดหมุนไปเสีย
คราใดที่ริมฝีปากเราแตะกัน
ราวกับข้าลืมวิธีหายใจไปเฉกเช่นนั้น 




“หากเป้าหมายของข้าลุล่วง ข้าอยากให้เจ้ายืนข้างข้าในฐานะชายา เจ้าจักยินดีหรือไม่” ท่านผู้นั้นเอ่ยถาม
“…”  หูข้าไม่ได้ผิดเพี้ยนใช่หรือไม่ 
“เจ้าไม่ยินดีหรอกหรือ” ท่านผู้นั้นเอ่ยถามอีกครา
“ข้ายินดี ข้ายินดีเป็นอย่างยิ่ง” เป็นอีกคราที่เธอวาดเส้นโค้งที่งดงามบนใบหน้า




กว่าเราจะสมหวังอุปสรรคก็พลันถาโถมเข้ามานับไม่ถ้วน
พระบิดาของข้าไม่ชอบใจท่านผู้นั้นเสียยิ่ง
ข้าควรทำเช่นไรเล่า




“เจ้าผู้นั้น ไม่ได้มีใจให้เจ้า” พระบิดาพูดมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ท่านพ่อ ลูกกับท่านผู้นั้นเรารักกัน” ข้ายิ้มตอบ
“เอาใจออกห่างเสีย” ท่านพูดอีกครา




พระบิดา อภัยให้คนบาปเฉกเช่นลูกด้วย
ทั้งกายทั้งใจลูกยกมันให้เขาไปเสีย

ให้เอาออกห่างเกรงว่า คงทำมิได้




โปรดท่านจงวางใจ 
เขาผู้นั้นจะดูแลใจของข้าเป็นอย่างดี
เฉกเช่นที่ข้าดูแลใจของเขา 





“ท่านไปนานเลยหรือ” ข้าสบตาเขา 
“ไม่กี่ชั่วยาม เจ้าทนรอข้าเสียก่อน” เขาลูบแก้มของข้า
“ข้าจะรอท่าน” ข้าตอบกลับไป




“อย่าให้ชายใดย่างกายเข้าใกล้” 
“…”
“อย่าให้ชายใดได้เชยชมเจ้า”
“…”
“อย่ายกใจให้ใครเสีย โปรดรอข้า”
“ข้าจะรอท่าน”





“ท่านก็เฉกเช่นเดียวกัน โปรดอย่ายกใจให้ใครเสีย”
“…”
“ผู้ที่ยืนเคียงข้างท่านในฐานะเจ้าสาว จักต้องเป็นข้าผู้เดียว สัญญาได้หรือไม่”
“ข้าสัญญา”


แค่เจ้ายิ้ม ใจข้านี้กลับสุขยิ่ง


หนึ่ง คำนับฟ้าดิน
สอง คำนับพระบิดาพระมารดา
สาม คำนับซึ่งกันและกัน 



พิธีการยามโพล้เพล้ 
บ่าวสาวสวมชุดสีแดงงามตา
ไพร่ฟ้าต่างมายินดีแก่รักนิรันด์




สีของงานแดงฉานทั่วหล้าล้วนงามตา
สีของนภาฟ้าครามทั่วทิศอย่างสุขใจ





ไม่กี่อึดใจดวงตาคู่งดงามที่ข้าชอบเฝ้ามองอยู่บ่อยครั้งกับบังเอิญเผลอสบตาคู่สวย
แต่บัดนี้กลับสั่นไหวและคลอไปด้วยน้ำสีใส





ข้ากำลังสวมชุดสีแดงยืนอยู่เคียงข้างท่าน
ข้ากำลังโค้งคำนับแก่ท่านผู้เป็นที่รัก
ข้ากำลังเอาใจของท่านมาครอบครองเสียผู้เดียว





ในแววตาคู่สวย 
ข้ากับท่านเต้นรำกันในงานมงคลเช่นนี้ 
ขาคู่สวยขยับไปตามบทเพียงที่ขับขาน
เต้นรำท่ามกลางดอกกุหลาบที่โปรยลงมา
แล้วจบด้วยริมฝีปากของเราที่แตะกันอย่างแผ่วเบา





แต่ใยน้ำสีใสกลับร่วงหล่นจากตาไปเสียนั้น
อาจเพราะข้าจักแต่งงานกับเขาได้
แค่เพียงในแววตาของข้าเท่านั้นเองกระมัง






ยามมองไปยังแท่นวิวาห์
ที่บัดนี้กลับเป็นท่านผู้นั้นกับหญิงที่เป็นเจ้าของดวงใจ




ข้าปวดตรงนี้ ปวดที่ใจไปเสียดื้อๆ
สงสารข้าบ้างได้หรือไม่ท่าน 
ได้โปรด ท่านผู้เป็นที่รัก





ท่านให้ข้ารอ ข้าก็รอ
ท่านให้สัญญาว่าที่ตรงนั้นจักต้องเป็นข้า 
แล้วใยกลับยกให้ผู้อื่นไปเสียเล่า







“ที่ข้าให้เจ้าเอาใจออกห่างเสีย เพราะสิ้นสุดมันจะจบเช่นนี้” พระบิดาพูดด้วยแววตาที่สงสารข้าอย่างจับใจ
“ท่านพ่อ ลูกขอโทษ” ข้าร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด 





หากย้อนกลับไปเสีย ข้าก็คงทำเช่นเดิม
ยกใจให้เขาเฉกเช่นเดิม





“ข้าจักจับกระบี่คู่กาย ฟัดฟาดร่างมันให้แหลกแล้วจะควักดวงใจมาวางให้เจ้าเสีย” พระบิดาพูด
“อย่าเลยท่านพ่อ อย่าเลย ข้ายกมันให้เขาไปเช่นนั้นแล้ว โปรดท่านอย่าเอาคืนกลับมา” 





อย่าเอาใจของข้ากลับมา 
ข้ายกมันให้เขาไปเสีย ได้โปรดทิ้งมันไว้กับเขา 
ได้โปรดพระบิดา








หากรักเป็นนิรันด์
ใยข้ากับท่านจึงไม่สมหวังกันเล่า







หรือเพราะแท้จริง มีเพียงข้าผู้โง่เขลาผู้นี้
ที่รักท่านอย่างสุดหัวใจเพียงผู้เดียว





หากเป็นเช่นนั้น
ข้าขอให้ท่านพบเจอแต่ความสุข
ขอให้รักเป็นนิรันด์ 





ข้าจักเฝ้ามองจันทร์ทุกครายามคะนึงถึงเจ้า
แล้วจักภาวนาให้รักเราสองสมดังหวัง
ในสักครา




หนึ่งชาติพบคนเราเกิดดับผู้เดียว
แต่แท้จริงฟ้ากำหนดไว้




อย่าให้คิ้วทะนง เจ้าหม่นปนน้ำตารินไหล
ปล่อยวางรักนี้ไป หมุนเวียนชาติพบใหม่อีกครา




                     เนื้อเพลงบางส่วนจาก 
                      轮回 Lún huí
                   upawards to the moon












SHARE

Comments

PrettyChoywe
15 days ago
สวยงามมากครับ

Reply
PrettyChoywe
15 days ago
สวยงามมากครับ

Reply
PrettyChoywe
15 days ago
สวยงามมากครับ

Reply
PrettyChoywe
15 days ago
สวยงามมากครับ

Reply
Mello_16
3 days ago
ชอบการใช้ภาษามากค่ะ
Reply