นักประดิษฐิ์
“เรือนั่นเร็วแค่ไหน” เสียงเสียงหนึ่งพูดขึ้นข้างหลังข้า ข้าเหลืบตาไปมอง ก็เห็นวิญญาณตนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลังข้า พลางชี้มือไปยังเรือไม้ผุๆของข้า

“เร็วเท่าที่ข้าต้องการ” ข้าตอบไปอย่างเย็นชา

“อืม...” เจ้านั้นส่งเสียงออกมา “ผมทำให้มันเร็วกว่านั้นได้นะ”

“ข้าไม่ต้องการ” ข้าตอบปัดไปทันควัน

“ทำไมล่ะ?” เจ้านั้นถามขึ้นทันที

“แล้วทำไมข้าถึงต้องอยากให้มันเร็วขึ้นด้วยล่ะ?” ข้าถามกลับ

“คุณจะได้ทำรอบในการขนส่งได้มากขึ้นไง” เจ้านั้นตอบ

“ทำไมข้าถึงต้องอยากเพิ่มภาระให้ตัวเองด้วยล่ะ?” ข้าถามต่อ

เจ้านั้นนิ่งไปพักหนึ่ง พลางทำท่าทางครุ่นคิด “ถ้าหากเป็นการขยายเรือให้ใหญ่ขึ้นล่ะบรรทุกได้มากขึ้น คุณก็สามารถพายรอบเท่าเดิมแต่สามารถขนส่งได้มากขึ้น” เจ้านั้นบ่นพึมพำของมันต่อไป

“เรือมันก็จะหนักขึ้น ข้าก็ต้องใช้แรงมากขึ้น” เขาแย้ง

“อ่า...” เจ้านั้นเอามือขยี้หัวตัวเองแล้วเดินไปเดินมา

ข้าไม่สนใจมันแล้ว เจ้านั้นมันก็แค่มนุษย์โง่ๆอีกคน ที่ไม่ได้เข้าใจอะไรเลยจริงๆ

“ถ้า...ผมทำเครื่องทุ่นแรงให้คุณได้ล่ะ? เอาเป็นแบบว่าเรือที่ไม่ต้องพายเอง ประมาณว่าสะพานอะไรทำนองนี้” มันเดินกลับมาพูดกับข้าอีกครา

“แล้วข้าจะไปทำอะไรล่ะ?” ข้าหันไปมองมัน

“คุณก็แค่นั่งนับเงินเฉยๆ” มันตอบอย่างภาคภูมิ

“แล้วมันจะไปมีประโยชน์อะไรล่ะ?” ข้าขัด

“ก็...” เจ้านั้นคิด “คุณจะได้มีเวลาทำอะไรอย่างอื่นอีกเยอะ”

“หึ หึ หึ” ข้าหัวเราะในลำคอ “แล้วข้าจะไปทำอะไรงั้นหรือ?”

“ก็...” เจ้านั้นพูดพลางมองไปรอบๆ

ก่อนที่มันจะเอ่ยปากอีกครั้ง ข้าก็พูดขึ้น “ฟังนะ เจ้าน่ะไม่ว่าจะต้องอยู่ที่นี้อีกพันอีกหมื่นปี สักวันหนึ่งเจ้าก็ต้องจากไป แต่ข้าต้องอยู่ที่นี้ไปตลอดกาล คนอย่างเจ้าจะมาและผ่านไปอีกกี่พันกี่ล้านคน คนที่จะแจ่วเรือพาพวกเจ้าข้ามไปก็มีแต่ข้า นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ข้าทำได้ ที่ข้าไม่พาเจ้าพวกนั้นข้ามไป ไม่ใช่เพราะข้าทำไม่ได้ แต่ข้าเลือกที่จะไม่พาพวกมันข้ามไป เจ้าอยากรู้หรือไม่ว่าทำไม?” ข้าถามด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มลึก

เจ้านั้นกลืนน้ำลาย ถ้าหากมันมีน้ำลายอ่ะนะ

“เจ้ารู้อะไรไหม?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้น “เรือไม้นั่นมันผุมาตั้งแต่แรกแล้ว ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม สายน้ำนั้นมันก็เชี่ยวกรากมาตั้งนานแล้ว ไม่เคยมีวันใดที่มันจะไหลช้าลงเลย ข้าเคยอยากจะพาพวกมันข้ามไปพร้อมกันทั้งหมดเลย แต่มันก็ทำไม่ได้ ข้าเคยพาพวกมันข้ามวันล่ะหลายๆคน แต่ข้าก็ทำไม่ไหว แต่ละตนน้ำหนักไม่เท่ากันเจ้าเชื่อไหมล่ะ บางคนก็หนักจนแทบจะท่อไม่ไป บางคนข้าแทบไม่ต้องออกแรงพายเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อเวลาผ่านไปน้ำหนักของพวกมันก็จะเบาลง ข้าเองก็ไม่รู้ว่าทำไม มันคงเป็นเหตุผลของจักรวาลกระมั่ง”

เจ้านั้นนิ่งไป สายตาจับจ้องที่สายน้ำ “ผมจะข้ามไปได้ไหม?” มันเอ่ยถามช้าๆ

ข้าส่ายหน้าเบาๆ “เกรงว่าไม่”

เจ้านั้นพยักหน้าตอบอย่างเลื่อนลอย “ผมว่าผมรู้อยู่แล้วล่ะ?”

พูดจบมันก็เดินหายไปในดงวิญญาณข้างหลังข้า

นับจากวันนั้นก็ผ่านไปหลายปีแล้ว บางทีข้าก็เห็นมันยืนเหม่อมองแม่น้ำเช่นเดียวกับวิญญาณทั่วไป สักวันน้ำหนักของมันคงเบาพอที่ข้าจะถ่อพาข้ามไป แต่วันนี้พวกมันคงยังต้องชดใช้การกระทำของพวกมันต่อไป

SHARE
Written in this book
บันทึกของคนแจวเรือ
ข้าเคยเห็นคนมากมายหลายล้าน ในแม่น้ำสายเล็กๆแห่งนี้ เห็นผู้ยิ่งใหญ่ล้นฟ้า เห็นคนไม่มีค่าเยี่ยงธุลีดิน เห็นคนฉลาดล้ำโลก เห็นคนโง่เขลาเบาปัญญา เห็นคนทุกชนิดทุกรูปแบบ แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน สุดท้ายก็ต้องมาลงเอยที่นี้ ข้ามแม่น้ำสายนี้ แม่น้ำแห่งความตาย ข้าคือคนแจวเรือ ผู้พาดวงวิญญาณทั้งหลายข้ามแม่น้ำสายนี้ นี้คือบันทึกของข้าและเรื่องราวของมนุษย์ที่ข้าเคยพบพาน
Writer
Pallas
Walrus
You say goodbye👋 I say hello👋

Comments