the end of the road :)
เคยถามตัวเองว่าเราจะเดินไปบนถนนเส้นนี้ของเขาคนนั้นไปจนนานแค่ไหน 1 ปี 2 ปี 10 ปี หรือจนกว่าถนนนี้มันไม่มีทางให้ไปต่อ

ความจริงแล้วไม่มีทางให้เราเดินต่อกับเขาไม่อยากให้เราเดินต่อแล้วมันต่างกันเยอะนะ 
ก็จะยังรักไปจนวันที่รักไม่ได้แล้ว

ระหว่างเรากับเขาพอมาคิดดูดีีๆ ก็เหมือนว่ามันมีเรื่องบังเอิญมากมาย เรื่องบังเอิญที่บางคนก็คงเรียกมันว่าพรหมลิขิต

เรารู้จักเขาครั้งแรกตอนประถม ในความทรงจำเหล่านั้นเขาเป็นเพื่อนที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนเราก็จะเห็นเขาอยู่เสมอ เขาไม่ได้โดดเด่น เขาไม่ได้เข้มแข็ง แต่เขาดันเป็นคนแบบที่ใครๆก็รักเขา 
ความบังเอิญครั้งแรกก็คงเป็นตอนที่ได้นั่งเรียนข้างๆกัน ครั้งต่อๆมาก็เป็นตอนที่ได้อยู่ห้องเดียวกันจนจบม.ต้น และครั้งสุดท้ายก็คงเป็นตอนที่รู้ว่าบ้านของเราที่ย้ายเข้าไปใหม่อยู่ใกล้กับบ้านของเขาอย่างน่าบังเอิญเกินไป
แต่น่าเสียดายที่สุดท้ายแล้วพรหมลิขิตก็ไม่ได้ลิขิตให้เราเป็นชั่วนิรันดร์

ตอนนั้นที่ปล่อยมือกัน ก็ไม่ได้คิดว่าจะไม่ได้เจอกันอีก
ไม่รู้ว่ามันผิดที่ตรงไหน อาจจะผิดที่เราต่างคนต่างข้ามเส้นเพื่อนที่ขีดไว้มาหลายปี หรือผิดที่เราต่างไม่สามารถรักษาความสัมพันธ์ที่ควรจะทะนุถนอมไว้ให้ดีได้ หรือผิดที่เราเองที่รู้ตัวช้าเกินไปว่าจริงๆแล้วการไม่มีเขามันแย่เกินกว่าอะไรทั้งหมด

เราเผลอปล่อยเขาให้ห่างออกไปแล้วเดินนำเขาออกมาก่อน เราเคยชินกับการที่หันไปเมื่อไหร่ก็ยังมองเห็นเขาอยู่ตรงนั้น จนวันนึงที่หันกลับมาถึงได้รู้ว่าเขาหายไปจากวงโคจรของเราโดยที่เราไม่ทันได้เตรียมใจ

ตอนนั้นที่เรารู้สึกตัว แล้วเริ่มวิ่งตามเขา ก็เห็นเขาเดินนำอยู่แค่ไม่กี่ก้าวให้เราตามทัน

แต่พอเราตามเขาไปจนใกล้พอที่จะคว้าเขาไว้ได้ เขาก็เริ่มวิ่งออกไปอีก

เราวิ่งตามเขาซ้ำๆอยู่อย่างนั้น จนวันนึงที่เขาหันกลับมาแล้วบอกว่า ไม่ต้องรอเขาแล้ว ไม่ต้องวิ่งตามเขาแล้ว ขอให้เราได้เจอคนที่ดีกว่าเขา รักเรามากกว่าเขา เหมาะสมกับเรามากกว่าเขา และเราก็จะเป็นความรักของเขาเสมอ

เราไม่เคยเข้าใจความหมายของเขาที่ต้องการจะสื่อ ได้แค่หยุดยืนอยู่ตรงที่เขาหันกลับมาเป็นครั้งสุดท้ายนั่นด้วยความไม่เข้าใจ มองเขาก้าวไปข้างหน้ากับคนที่เขาเลือกให้เดินไปพร้อมกัน

เราเองก็เคยคิดว่าความสัมพันธ์ที่เสียไปมันคงเป็นแค่ความรักครั้งหนึ่ง ไม่ได้ทันคิดว่าสิ่งที่เราต้องเสียไปด้วยคือเขาในฐานะเพื่อนที่ค่อยๆหายไปจากชีวิตเราช้าๆ

จาก1ปีคุยกันทุกวัน เหลือแค่ไม่กี่ครั้ง จนกลายมาเป็นคุยกันแค่ปีละสองครั้ง

ครั้งแรกคือวันเกิดเขาที่เราไม่เคยลืม

และครั้งที่สองคือวันเกิดเราที่เขาเองก็บอกว่าไม่เคยลืม

แต่หลังจากนั้นไม่กี่ปีก็ไม่มีคำอวยพรอะไรจากเขาอีก

และไม่มีการตอบรับคำอวยพรของเราจากเขาอีก

เรากลายเป็นดาวดวงเล็กๆที่หลุดออกจากวงโคจรของเขาไปโดยที่เขาไม่สังเกตุ หรือบางทีเขาก็อาจจะตั้งใจให้เราหลุดออกไปจากชีวิตเขาเองนั่นแหละ

เราไม่ได้รับรู้เรื่องราวของเขาแบบเมื่อก่อน แล้วก็ไม่มีความกล้ามากพอที่จะเข้าไปในวงโคจรเพื่อรับรู้เรื่องราวของเขา 

เราก็ยังเดินวนอยู่ที่เดิมตรงที่เขาบอกให้เราหยุดไปเรื่อยๆทั้งๆที่รู้ว่าเขาจะไม่มีวันวนกลับมารับเราไปด้วย แต่เราก็ยังนั่งอยู่ตรงนั้น อาจจะมีบางทีที่เผลอเดินย้อนกลับไปทางเก่าๆเพื่อเก็บเศษเสี้ยวความทรงจำที่อาจจะเรียกว่าเป็นความเจ็บปวดที่แสนงดงามเอามาใส่โหลแก้วที่เปราะบางไว้ในวันที่อาจจะสายไป


เรายังเป็นคนที่ขอให้เขามีความสุข แต่อาจมีบางวันที่เราหวังให้เขาไม่มีความสุขบ้าง เราขอให้โลกใบนี้ใจดีกับเขา ขอให้เขามีวันที่ดี แต่บางทีก็อยากให้เขามีวันที่โลกใจร้ายกับเขา เผื่อเขาอาจจะนึกถึงดาวดวงเล็กๆที่เขาเผลอสลัดทิ้งไปขึ้นมาบ้าง แต่ก็ไม่เคยมีวันนั้น

เรื่องราวของเรากับเขามันก็จบที่ตรงนั้น จบที่เขาบอกให้เราพอได้แล้วกับเรื่องของเขา แล้วเขาก็เดินหายไปจากกันตลอดกาล

dear you
the same you
as always


SHARE
Written in this book
เรื่องราวของคุณคนโปรด my favorite high school boy
he was just someone who came into my life, to be my first love story, but I let him go
Writer
growoldtogether
another.
i let him go 🌱

Comments