จุดเริ่มต้นของชีวิต
(คำเตือน เนื้อหาต่อไปนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญบางส่วนของภาพยนตร์เรื่อง Soul)

เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาสรับชมภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง Soul ของ Pixar มันเป็นภาพยนตร์ที่ดีเรื่องหนึ่ง แต่หลังจากที่ผมดูจบ มันมีอยู่เรื่องหนึ่งที่คาใจผมมาก

หลังจากที่ตัวเอกของเราได้ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้ไปแสดงดนตรีตามที่ตนเองได้หวังไว้ ซึ่งทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี แต่หลังจากนั้น เขากลับไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย ทั้งๆที่มันคือความฝันทั้งชีวิตของเขา เขาเฝ้ารอมันมาทั้งชีวิต แต่หลังจากที่เขาได้ทำในสิ่งที่เขาต้องการ มันกลับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ในขณะที่เขากำลังยืนครุ่นคิดอยู่ที่หน้าร้านที่เขาแสดง ก็มีนักดนตรีหญิงที่เป็นเจ้าของวงเดินมาเพื่อรอรถอยู่ข้างๆเขา

ผมจำบทสนทนาที่แน่ชัดไม่ได้ แต่เนื้อหาก็ใกล้เคียงกับสิ่งที่ผมได้กล่าวไว้ในข้างต้น ตัวเอกของเราแปลกใจว่าทำไมเขาถึงไม่ได้รู้สึกว่ามันจะมีอะไรเปลี่ยนไปเลย ทั้งๆที่นี่คือสิ่งที่เขาอยากทำมาทั้งชีวิต "ชีวิตของผมจะเริ่มหลังจากนี้" นั้นคือสิ่งที่เขาพูด

แล้วนักดนตรีหญิงเจ้าของวงก็ได้เล่านิทานเกี่ยวกับปลาให้เขาฟัง

"มีปลาเด็กตัวหนึ่งว่ายมาคุยกลับปลาชรา 

ปลาน้อยพูดว่า 'ฉันกำลังตามหาสถานที่หนึ่ง ที่เรียกว่ามหาสมุทร'

ปลาชราจึงบอกว่า 'เจ้าหนู ที่เธอว่ายอยู่นี้แหละมหาสมุทร'

'นี่น่ะเหรอ?' ปลาน้อยกล่าว 'นี่มันแค่น้ำธรรมดาต่างหาก ที่ที่ฉันตามหาคือมหาสมุทร' "

นั้นเป็นสิ่งที่ค้างคาในใจของผมมากหลังจากดูจบ จะบอกว่าไม่เข้าใจก็คงไม่ใช่ ถ้าพูดให้ถูกคงต้องบอกว่าไม่เชื่อมากกว่า แต่ส่วนหนึ่งในใจผมกลับบอกว่ามันถูก สิ่งที่เขาพูด นิทานที่เขาเล่า มันถูกแล้ว เราต่างก็แหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทรอยู่แล้วตั้งแต่แรก มันก็เลยนำผมไปเจอกับคำถามอีกข้อ
ชีวิตเริ่มขึ้นตอนไหน?

ชีวิตมันเริ่มตั้งแต่ตอนที่เราเป็นตัวอ่อนอยู่ในท้องของแม่ หรือตั้งแต่วันแรกที่เราลืมตาดูโลก คนส่วนใหญ่คงคิดเช่นนั้น พวกเขาเลยเรียกวันแรกที่เราลืมตาขึ้นมาดูโลกว่าวันเกิด แต่ว่ามันก็ดูคลุมเครือไม่น้อย ในเมื่อเราจำอะไรไม่ได้เลย เราไม่รู้เลยว่าในช่วงวัยเด็กของเราเป็นอย่างไร ถ้าพูดไปก็คงเหมือนกับว่าเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั้นคือชีวิตของเรา หรือว่าชีวิตจะเริ่มขึ้นตอนที่เรามีความทรงจำครั้งแรก? นั้นยิ่งแล้วใหญ่เลย ผมค่อนข้างเชื่อว่าไม่มีใครในโลกนี้จำความทรงจำแรกของตัวเองได้หรอก ความทรงจำมันมีการเก็บข้อมูลแปลกๆ มันไม่ได้เรียงตามวันเวลา บางทีเราอาจจะลืมสิ่งที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ แต่ดันไปจำเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่ยังเด็กได้ ทั้งเรื่องที่สำคัญหรือไม่สำคัญ ความทรงจำนั้นทำหน้าที่แปลกๆ ถ้าชีวิตเริ่มตอนที่เรามีความทรงจำ เราคงจำมันไม่ได้แล้วล่ะ(ฮา)

เราคงเคยได้ยินคำพูดที่พวกผู้ใหญ่เคยพูดกับเราเมื่อเรายังเป็นเด็ก เมื่อเราเรียนอยู่ในชั้นมัธยม พวกผู้ใหญ่ก็มักจะพูดว่า ชีวิตจริงมันเริ่มตอนเรียนมหา'ลัย พอเราเรียนมหาวิทยาลัย พวกเขาก็จะพูดว่า ชีวิตจริงมันเริ่มตอนทำงาน พอเราเริ่มทำงาน พวกเขาก็จะพูดว่า ชีวิตจริงมันเริ่มหลังจากสร้างครอบครัว แล้วชีวิตจริงมันเริ่มตอนไหนกันแน่? 

ถ้ายึดตามแนวคิดของตัวเอกของเรา ชีวิตคงเริ่มขึ้นตอนที่เราคิดว่ามันเริ่มขึ้นแล้ว ดั่งนั้นคำพูดที่เราได้ยินตอนที่เขาตาย(หรือวิญาณหลุดออกจากร่าง) คือ “ผมยังไม่ได้ใช้ชีวิตเลย"

ถ้าให้พูดตามตรง ผมเองก็คงจะมีแนวคิดเหมือนกับที่ตัวเอกมี ชีวิตมันเริ่มต้นหลังจากที่เราประสบความสำเร็จ โดยที่ผมไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่าผมคิดอย่างนั้นอยู่ ผมเองก็ไขว่ขว้าและเฝ้ารอความฝันของผมเช่นกัน ผมคิดว่าชีวิตของผมจะเริ่มขึ้นหลังจากนั้น แต่หลังจากที่ได้ฟังนิทานเรื่องนั้น หลังจากที่ดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบ ผมก็ถามตัวเองว่า “หากวันหนึ่งเราประสบความสำเร็จอย่างที่เราคิด เราได้สิ่งที่เราต้องการ ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจริงๆเหรอ?” ในใจผมตอนแรกมันตอบกลับไปทันทีเลยว่า “ใช่!” แต่ผมลองนึกดูดีๆ ลองคิดให้ถี่ถ้วน ผมว่ามันก็จริง มันคงเปลี่ยนไป แต่คงไม่ได้เปลี่ยนชีวิตเราไปหรอก มันแค่เปลี่ยนสิ่งบางสิ่ง แต่มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตเราหรอก

ผมก็ครุ่นคิดอยู่นานหลายวัน มันเหมือนกับว่าเราได้มองย้อนกลับไปในช่วงที่ผ่านมา นั้นมันก็ชีวิตไม่ใช่เหรอที่เราได้ผ่านมันมา ทุกลมหายใจ นั้นก็คือชีวิตของเราไม่ใช่เหรอ? เราก็แหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทรนี้ตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอ มันทำให้ผมเริ่มคิดได้อย่างหนึ่งว่า ชีวิตกับความฝันมันคนละอย่างกัน ชีวิตคือชีวิต ความฝันก็คือส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่ทุกอย่าง มันไม่ใช่จุดเริ่มต้นของชีวิต
แล้วผมก็คิดได้ว่า คำถามที่ว่าชีวิตเริ่มตอนไหน สำหรับผมมันฟังดูงี่เง่าพอๆกับคำถามที่ว่าชีวิตจะจบลงตอนไหนเลย ผมสงสัยว่าเราจะรู้มันไปทำไม อาจจะมีคนตอบว่า เราก็จะได้ทำสิ่งที่เราต้องการทำก่อนตายไง แล้วตอนนี้ก็ยังไม่ตายไม่ใช่เหรอ? แล้วจะรออะไร ทำไมไม่ลงมือทำซะเลย หรือต้องรอให้ใกล้ตายก่อนแล้วค่อยทำ มันฟังดูงี่เง่าดีนะว่าไหม

ชีวิตจริงคุณไม่มีทางรู้หรอกว่าคุณจะตายเมื่อไหร่ คุณมีโอกาสที่จะตายได้ทุกเมื่อ เดินๆอยู่อาจจะมีรถที่ไหนพุ่งมาชนก็ได้ คุณไม่มีทางรู้ อยู่ดีๆอาจจะหัวใจวายเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีใครรู้ บางทีนอนหลับไปในตอนกลางคืน อาจจะไม่ตื่นขึ้นมาเลยก็ได้ มันมีโอกาสเกิดขึ้นได้ทั้งหมดนั้นแหละ เรื่องความน่าจะเป็นมันเป็นเรื่องไร้สาระ(เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟัง) และหากจะมีใครเถียงว่า คนป่วยเป็นโรคร้าย(อาทิเช่น มะเร็ง) พวกเขาเหล่านี้อาจจะได้รู้ว่าตัวเองจะอยู่ได้นานเท่าไหร่ มันก็จริงและไม่จริงในเวลาเดียวกัน บางคนอาจจะอยู่ได้ตามที่แพทย์ได้คาดการณ์ไว้ บางคนอาจจะตายก่อน บางคนอาจจะอยู่ได้นานกว่านั้น มันไม่แน่นอน ขนาดนักโทษประหารยังไม่มีทางรู้ตัวเลยว่าตัวเองจะต้องตายวันไหน รู้แค่ว่าต้องตายแน่ๆ แต่ทุกคนมันก็ต้องตายอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง

ชีวิตมันเริ่มตอนไหนไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญคือมันเริ่มไปแล้ว นี่ไงผลของมัน ชีวิตของเราไง ลมหายใจของเราไง วินาทีนี้ ปัจจุบันนี้ เรามีชีวิตแล้ว มันเริ่มขึ้นแล้ว คำถามที่สำคัญกว่าคือจะใช้มันอย่างไร?
ใช้ชีวิตอย่างไรให้มีคุณค่า?

นั้นเป็นคำถามที่ยากพอๆกับคำถามที่ว่า เราเกิดมาทำไม อันที่จริงผมว่ามันคือคำถามเดียวกันด้วยซ้ำ ชีวิตคืออะไร? เราเกิดมาทำไม? จะทำอย่างไรให้ชีวิตมีค่า? มันคือคำถามเดียวกันทั้งหมด มันคือคำถามที่คนมากมายพยายามที่จะตอบมัน แต่ไม่เคยคำตอบใดที่ตอบคำถามนี้ได้จริงๆเลยสักครั้ง ใช้ชีวิตอย่างไรจึงจะมีค่า เป็นคนดีอย่างนั้นหรือ? แล้วยังไงล่ะถึงจะดี ในเมื่อดีสำหรับคนคนหนึ่งอาจจะเป็นความชั่วสำหรับคนอีกคนก็เป็นได้ ถ้าอย่างนั้นชีวิตคงไม่มีคุณค่า หรือต้องมีความสุขล่ะ? ก็ถูก แต่ถูกแค่ครึ่งเดียว เพราะชีวิตไม่ได้มีแต่ความสุข มันย่อมปะปนสลับกับความทุกข์ นั้นเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต

แล้วต้องทำอย่างไรล่ะ ในเมื่อคำตอบใดก็ดูไม่เข้าท่าไปเสียหมด อันที่จริงคำตอบที่เข้าท่ามันก็ปะปนอยู่ในคำตอบเหล่านั้นนั้นแหละ แค่เราต้องหามันให้เจอเท่านั้นเอง หรือไม่ก็ลองตอบคำถามเหล่านั้นด้วยตัวเองดูก็ได้ มันเป็นคำตอบที่ไม่มีทางผิดอยู่แล้วล่ะ ถ้าอย่างนั้น ผมลองตอบคำถามข้อนี้ในแบบของผมดูสักหน่อยก็แล้วกัน


“แค่มีชีวิต มันก็มีค่ามากพอแล้วล่ะ”




SHARE
Writer
Pallas
Walrus
You say goodbye👋 I say hello👋

Comments