ข้อความตอนหนึ่งจาก : หนังสือ
เมื่อสองวันก่อนเราได้กดเข้าไปยังหน้าเว็บร้านหนังสือออนไลน์หนึ่งที่เราติดตามและมักจะเข้าไปดูว่าช่วงนี้มีหนังสือใหม่ ๆ อะไรที่น่าอ่านน่าสนใจบ้าง เพราะช่วงนี้หลังจากที่ไปร้านหนังสือเราก็เริ่มเห็นว่า หนังสือเริ่มถูกจำกัดหมวดหมู่น้อยลงเรื่อย ๆ บางร้านก็แทบจะไม่มีหนังสือให้เลือกได้หลากหลายเหมือนอย่างแต่ก่อนเลย จนบางทีเราเองก็แอบคิดไปและก็พูดกับเพื่อนว่า...

หรือว่าหนังสือจะค่อย ๆ เริ่มหายไปจริง ๆ ร้านหนังสือที่เคยเข้าประจำก็แทบจะไม่มีหนังสือไหนให้น่าสนใจเลย แต่มันจะหายไปจริง ๆ น่ะหรือ เพราะหนังสือมันก็ยังคงมีมนต์เสน่ห์ มันยังน่าจะซื้อเก็บไว้เป็นเล่มมากกว่าพวกหนังสืออีบุ๊กออนไลน์ซะอีก แต่ถ้ามันจะหายไปจริง ๆ มันก็คงจะเปลี่ยนแค่รูปแบบ แต่มันก็อาจจะยังมีการสั่งแบบพรีออร์เดอร์อยู่ละมั้ง

เราคุยกันกับเพื่อนถึงเรื่องร้านหนังสือกันในรถระหว่างที่กำลังเดินทางกลับจากทำธุระแถบต่างจังหวัด เพราะวันนั้นเราเข้าไปในร้านหนังสือเพื่อที่ต้องการจะหาซื้อหนังสือเล่มหนึ่งให้เป็นของขวัญเพื่อนสนิทในวันแต่งงาน แต่เมื่อเข้าไปยังภายในร้านนั้น มันก็แทบจะไม่มีหนังสือในหมวดหมู่นั้น ๆ อยู่เลย 

แต่หนังสือเล่มนี้ ตอนแรกเราก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก แต่ก็เห็นในเว็บขายหนังสือออนไลน์นั้นแล้วก็อ่านเนื้อหาย่อ ๆ ของมัน แล้วก็ลองเสิร์ชหารีวิวของหนังสือที่ว่านี้ว่าเป็นยังไง ดีไหม จะน่าสนใจจริง ๆ หรือเปล่า สุดท้ายเราก็เจอบล๊อกรีวิวหนังสืออยู่บล๊อกนึงใน Blogdit พออ่านจบเท่านั้นแหละ จำต้องชวนเพื่อนไปร้านหนังสือ B2S กันเลยทีเดียวล่ะ

ยืนหาอยู่นานเราก็เจอเข้ากับมันจนได้ อาการก็จะยืนยิ้มสุขอยู่ในใจลึก ๆ อยู่สักพัก เดินไปจ่ายตังแล้วก็กลับห้อง พอถึงห้องเราก็ทำการเปิดออกเขียนวันที่ ๆ ซื้อมา หลังจากวันนั้นเราก็เอาติดตัวใส่กระเป๋ามาทำงานด้วยตลอด เพื่อใช้อ่านมันฆ่าเวลาในยามว่าง รวมถึงวันนี้ก็เหมือนกันที่เราพกมันติดตัวมาทำงานด้วยอีกวัน พอเราอ่านจบปุ๊ป! เราก็ทักไปแชร์บอกกับน้องชายคนโตว่า...

"มอสมึงต้องอ่านหนังสือเล่มนี้"

(เรากับน้องชายคนโตชอบอ่านหนังสือด้วยกัน บางครั้งมันมักจะชงให้เราเป็นฝ่ายซื้อหนังสือ แล้วมันก็มักจะมาขอยืมไปอ่าน บางทีมันก็มักจะแวะมาเล่นที่ห้องแล้วก็มาถามหาว่าช่วงนี้พอจะมีหนังสือแนวไหนที่น่าสนใจให้มันอ่านบ้าง)

แต่เราอยากจะบอกว่าหนังสือเล่มบางเล่มเล็กเล่มนี้ ตอนที่เราอ่านไปแรก  ๆ เราก็ งง ๆ อยู่นะว่ามันจะสื่อถึงอะไร แต่พอได้อ่านไปเรื่อย ๆ เท่านั้นแหละ มันเหมือนกับว่าความมัน ๆ ไต่ระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ  เราพูดได้คำเดียวว่า "มันสุดยอดจริง ๆ " มันทำให้เราได้เห็น ได้เข้าใจในชีวิต (ปมช.) ในมุมมองที่กว้าง แตกต่าง และลึกมากยิ่งขึ้น จากระดับความลึกเดิม 1 เมตร เป็น 1.5 เมตร หรืออาจจะ 2 เมตรกันเลยทีเดียวล่ะ (เราแค่ยกตัวอย่างนะ)

มันล้วนขึ้นอยู่กับตัวของบุคคล ๆ นั้นว่า แต่ละคนอ่านแล้วได้อะไร ตกผลึกอะไรได้จากหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเราเองก็ได้มุมมองอะไรใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีกเช่นกันจากการอ่านหนังสือเล่มนี้

บางทีมันก็มีประโยคที่เราเคยเห็นและคุ้นเคยผ่านหูผ่านตามาบ้างจากการเล่าเรื่องบางส่วนบางตอนมาแล้วในหนังสือเล่มอื่น ๆ นี้ แต่ก็อย่างที่เขากันว่านั่นแหละว่า...

ถึงเราจะเคยอ่านหนังสือเล่มเดียวกันมากี่เล่มต่อกี่ครั้งก็ตาม เราก็มักจะได้ข้อคิดจากหนังสือเล่มนั้นต่างออกไป ตามแต่วันเวลาของในแต่ละสถานการณ์ของชีวิตในเวลานั้น ๆ ว่าเรากำลังรู้สึกนึกคิดยังไง

สุดท้ายหนังสือเล่มเดียวกันก็อาจจะเป็นผู้ตอบคำถามทั้งหมดในชีวิตของเราที่กำลังนึกสงสัยอยู่ก็เป็นได้....คุณว่าไหมล่ะ? แต่สำหรับเรา ๆ ก็คิดว่ามันน่าจะประมาณนั้นนะ เพราะส่วนตัวเราเองแล้วเราก็ไม่เคยที่จะได้กลับไปอ่านหนังสือเล่มเดิมเล่มเก่าเล่มนั้นที่เคยอ่านจบเก็บในตู้ในชั้นหนังสือนั้นเลยเหมือนกันนะ (แต่ก็ยังแอบคิดว่าสักวันมันคงจะมีอะไรดลใจให้เรากลับไปหยิบมันออกมาอ่านอีกครั้งบ้างล่ะ)

แต่ถึงยังไง สำหรับหนังสือเล่มนี้แล้ว เราก็ได้ข้อคิด ได้มุมมองอะไรใหม่ ๆ ถึงแม้ว่าอาจจะเคยได้ยินได้ฟังมาบ้างแล้วก็ตาม หากแต่ก็ได้เข้าใจมันเพิ่มขึ้นละเอียดขึ้นกว่าเดิม เหมือนการได้ทบทวนมันใหม่อีกครั้งในวัยที่เพิ่มมากขึ้นในวันเวลาที่ต่างออกไปเลยล่ะ 

และเราหวังว่า...อาจจะมีผู้อ่านคนใดคนนึงที่กำลังหลงเข้ามาอ่านบทความนี้เข้า แล้วเกิดอยากอ่านหนังสือนี้ขึ้นมา เราก็อยากจะขอเป็นอีกหนึ่งเสียงเล็ก ๆ ของคนที่อ่านหนังสือเล่มนี้ว่า...

มันดีมาก ๆ เราอยากให้คุณมาลองอ่านมัน     สักครั้ง ดีไม่ดียังไง คุณจะรู้มันด้วยตัวของคุณเอง โดยที่คุณไม่ต้องมานั่งตัดสินจากคำรีวิวของผู้อื่น ^^

ขอฝากข้อความในหนังสือที่เราชอบตอนหนึ่งที่ว่า...

...ทำไมเราต้องใช้เวลาตั้งมากมายไปกับการเตรียมตัวสำหรับช่วงเวลาที่เราจะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ แทนที่จะลงมือทำตั้งแต่ตอนนี้เลย...

: ข้อความจากตอนหนึ่งในหนังสือ "The Why Cafe"



SHARE
Written in this book
Bantuek By กูนี่แหละเขียน
คนเรามีทั้งช่วงดีและไม่ดี บางคนทุกข์ บางคนท้อ แต่อย่ารอให้มันนานจนกัดกร่อยใจ ถ้าใจยังบอกว่า 'สู้ไหว' ก็ขอให้คุณจงลุกขึ้นสู้เดินต่อไป แค่เดินต่อไป แต่นั้นจริง ๆ
Writer
Bantuek28
Bantuek28
สวัสดี สบายดีไหม? วันนี้ได้ทำอะไร พักผ่อนบ้างได้ไหม แค่หลับตา

Comments