ห้องเรียน/น้ำตา
ครูอย่างผม เคยเกือบเสียน้ำตากลางห้องเรียน ดีที่ควบคุมยับยั้งเอาไว้ได้ เก็บข่ม และสะกดกลั้นความรู้สึกเอาไว้ จะมีหลงเหลืออยู่บ้าง ก็เพียงแต่น้ำเสียงที่สั่นเครือ

ผมผิดหวัง ทั้งกับตัวเอง และพวกเขา อะไรบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว จากที่คิดว่า สนุกสนานเฮฮา คาบทั้งคาบส่งเสียงซักถามขี้สงสัย ทว่าสุดท้าย กลับกลายมาเป็นห้องเรียนที่เงียบงัน นิ่งเฉย ไร้ชีวิตชีวา

ผมคิดอยู่เสมอ การเป็นครูสอนประถมนั้น สิ่งแรกที่ควรเรียนรู้ คือการฝึกฝนให้หูของตัวเอง รับมือต่อเสียงพูดคุยโหวกเหวกของเหล่าเด็กๆ ให้จงได้ เพียงเท่านี้ เรื่องอื่นๆก็ไม่ใช่ประเด็นปัญหาอะไรใหญ่โตอีกต่อไป

ทว่าผมกลับไม่รู้ว่า ความเงียบที่แสดงผ่านการหลบหลีกสายตา มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ไม่สิ การไม่แยแสต่างหากที่ทำให้ผมคิดสะระตะจนเหม่อลอย หรือว่าพวกเขากำลังเติบโต เป็นการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกายหรืออารมณ์ แต่เอาล่ะ ผมไม่เคยคิดว่านั่นคือความเลวร้ายผิดพลาดของพวกเขา แต่มันจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นมาสักอย่างแน่ๆ

เร็วมากเชียวล่ะ เพียงชั่วข้ามเทอมเท่านั้น ความสัมพันธ์ของเรา ผม กับ พวกเขา ก็เปลี่ยนแปลงราวชีวิตของใครสักคนจากไปก่อนวัยอันควร

ผมจึงคิดอยู่เสมอ หากได้สอนตรงตามสาขาวิชาเอกที่จบมา คงไม่ต้องปวดหัวกับเรื่องทำนองนี้ ผมคงจะไม่ทำให้พวกเขาผิดหวัง มาเรียนกับผม ทุกเรื่องราวจะเป็นที่จดจำและสนุกสนาน แต่เปล่าเลย ผมแทบไม่เคยได้สอนวิชานั้น ประวัติศาสตร์ คือวิชาที่ถูกยื่นเสนอมาจากฝ่ายวิชาการ คุณชอบอ่านนี่ คุณชอบเขียนนี่ คุณน่าจะสอนได้ และโดยไม่ต้องฟังเหตุผลใดๆอีกต่อไป ในวันรุ่งขึ้น ผมก็ได้กลายมาเป็นครูประวัติศาสตร์ ที่ไม่ได้จบประวัติศาสตร์จากสำนักหรือสถาบันไหน

เอาล่ะ แรกเริ่มเดิมทีผมสนุก ผมชอบและสนใจในสังคม ปรัชญา การเมืองเป็นทุนเดิม เคยพูดทีเล่นทีจริงกับพวกเขา เมื่อครั้งที่เรายังเดินจับมือไปบนถนนแห่งความไว้เนื้อเชื่อใจว่า อยากจะเปลี่ยนชื่อวิชา จาก สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มาเป็นสังคมศึกษา ศาสนาและการเมือง

แต่สุดท้าย ยิ่งเรียน ยิ่งนาน มันก็น่าเบื่อ มันเป็นแบบนี้แหละ แม้ผมจะแทบไม่เคยใช้เทคนิคการสอนแบบดั้งเดิม ประเภทจดตามบนกระดานทั้งชั่วโมง กระทั่งลักษณะแบบนี้ได้อันตรธานหายไปจากความเป็นตัวตน หายไปจนแทบหมดสิ้น กระทั่งกลายมาเป็นครูที่ถูกเอ่ยถึงว่า แทบไม่ต้องจดบันทึกอะไรลงสมุด ไม่เคยมีการบ้าน ไม่เคยตี แต่นั่นก็ดูเหมือนยังไม่พอสำหรับพวกเขา

เอาล่ะ ผมอยากให้พวกเขาสนุก อยากถกเถียง อยากให้มันล้ำสมัย เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันสนั่นลั่นห้อง แต่สิ่งเหล่านี้ นานวันเข้า พวกเขาก็ชักแหนงหน่าย และต่างฝ่ายต่างก็เริ่มกลายเป็นต้นตอทำให้กันและกันประสาทเสีย

ผมพยายามทบทวนการทำงานใหม่อีกครั้ง การเป็นครูประวัติฯ ถูกวิเคราะห์ตลอดทางกลับบ้าน แล้วก็คิดได้ในอีกหลายวันให้หลัง ผมต่างหากควรจะต้องเป็นฝ่ายปรับตัวเปลี่ยนแปลงเข้าหาพวกเขา

ผมจึงเริ่มเสิร์ชหาวิธีการใหม่ๆ เริ่มใช้บอร์ดเกมอย่างจริงๆจังๆ พวกเขาไม่ต้องมาฟังผมบ่นเรื่องราวในอดีต สุโขทัย อยุธยา ธนบุรี ผมคิดว่าทุกอย่างเริ่มดีขึ้นทันตา และรู้สึกว่า แท้ที่จริงแล้ว ผมควรเป็นฝ่ายปรับตัวเข้าหาพวกเขาจริงๆ

เรื่องของผมทำท่าคล้ายจะจบลงแต่เพียงเท่านี้ แต่เปล่าเลย ไม่ใช่มีแค่ผมที่ยับยั้งน้ำตาเอาไว้ได้ หากแต่เป็นรุ่นน้องของผมต่างหากที่เป็นฝ่ายเสียน้ำตาคาห้องเรียนนั้น

มันไม่ควรเกิดขึ้นด้วยซ้ำ เป็นชั่วโมงของผมเอง แต่เขาขอสลับชั่วโมงสอน เพราะใกล้จะสอบโอเน็ตเต็มที พวกเขาบางคนตะโกนประชดออกมาลอยๆว่า เบื่อ คงเบื่อจริงๆนั่นแหละ ซึ่งผมและน้องต่างก็คิดว่าเข้าใจความเบื่อนั้นได้เป็นอย่างดี แต่จะทำอย่างไรได้ โอเน็ตที่บอกว่า สามารถเลือกสอบหรือไม่สอบได้ตามความสมัครใจ สุดท้าย เกือบทั้งห้องก็ถูกบังคับยัดเยียดให้สมัครสอบ และเมื่อใกล้ถึงโค้งสุดท้าย พวกเขาก็ระเบิดระบายแสดงอารมณ์ออกมาให้ครูอย่างเราได้เห็น นั่นแหละ อารมณ์ที่แท้จริง อารมณ์ที่แท้ของการศึกษา นักเรียนบ่นเซ็ง ส่วนครูร้องไห้เสียน้ำตา

บางที โรงเรียนก็คล้ายกับสนามทดลองอะไรสักอย่าง มีใครบางคนคอยชักจูงโยงใย ต้องการให้มันเป็นไปอย่างนั้นอย่างโน้น แต่จะว่าไปแล้ว คงไม่มีครูสติดีๆคนใดหรือนักเรียนคนไหนหรอกที่ต้องการ

จะเว้นเสียก็แต่ พวกที่คิดว่ามันควรเป็นแบบนี้แบบนั้นนั่นแหละ
SHARE
Writer
SumNuengSee
3.1415926
พยายามจะเป็นนู่นเป็นนี่ แต่ไม่ค่อยจะได้เรื่องได้ราวสักเท่าไหร่นัก ปัจจุบันอายุสามสิบกว่าๆแล้ว ส่วนร่างเค้าโครงความคิดเห็นเพิ่มเติมของครูประจำชั้น นั้นคือชื่อนวนิยายที่ยังไม่ได้เริ่มลงมือเขียนเป็นเรื่องเป็นราว คิดว่างั้นนะ

Comments

Txrty
2 months ago
เป็นกำลังใจให้นะคะ
Reply
jaolookped
2 months ago
เป็น​กำลังใจให้นะคะ ในมุมมองของนักเรียนคนนึง จากการอ่านรู้สึกว่าคุณครูเป็นที่เก่งและน่ารักมากๆเลยค่ะ หนูยังอยากเรียนกับครูแบบนี้เลย:)​ บางทีที่น้องๆเงียบอาจเกิดจากที่น้องไม่เข้าใจ ไม่รู้หรือมีอะไรซักอย่างรึเปล่าคะ ถ้าเกิดอาการเบื่อเฉยๆ หนูขอแนะนำให้เอาขนมมาล่อเลยค่าา แบบแข่งกันตอบอะไรแบบนี้ ถ้าใครตอบได้ก็เอาขนมไป ประมาณนี้ค่าา คุณครูพยายามอย่างดีที่สุดแล้วล่ะค่ะ ไม่ต้องคิดมากเลย บางทีอาการแบบนี้อาจเกิดจากความเคยชินก็ได้นะคะ สู้ๆค่าา:)​
Reply
jjkor
2 months ago
เป็นกำลังใจให้นะคะ💖💖
Reply
SumNuengSee
2 months ago
ขอบคุณทุกคนมากๆครับ
Reply