Gloom, ในความหม่นหมอง

        ถึงคุณผู้มองเทหะวัตถุดวงเดียวกับผม


คืนนี้ดวงจันทร์กลมโตเด่นกลางฟ้า สาดแสงสีส้มนวลเกาะริมหน้าต่าง จับบนม่านมู่ลี่สะท้อนวับ ผมนอนลืมตาโพลง สายลมพัดพากลิ่นของธรรมชาติเข้ามาในห้อง ด้านนอกตัวบ้านรายล้อมด้วยท้องทุ่งกว้าง บนผืนดินเขียวขจีมีข้าวไรย์ คูน้ำ และดินชื้นแฉะ

ผมฉุกคิดขึ้นว่าไม่ได้กลิ่นนี้มาสักพักแล้ว เมื่อร้อยวันก่อนเห็นทีจะได้ เวลาผ่านไปนานเหลือเกินจนอยากโบยตีตนเอง ชวนให้ตั้งคำถามว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เอาแต่ขบคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องจนจมูกได้กลิ่นแต่ความโศกซึ้ง

ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าความสัมพันธ์ของเราจางหายไปราวกับกระแสลมเปลี่ยนทิศ เป็นเรื่องปกติของความไม่แน่นอนบนโลกที่อาจเรียกได้ว่าสามัญที่สุด 

ชะตากรรมระหว่างเราเป็นเพียงฉากจบน้ำเน่าของละครหลังข่าว 

มีรัก เจ็บ จากลา ได้กลับมาโคจรรอบกันอีกครั้ง แต่ก็ไปไม่รอด 

เราสองคนยืนอยู่บนราวสะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ที่ในอีกไม่นานจะต้องมีใครสักคนก้าวลงไป

ไม่มีใครต้องการโศกนาฏกรรมความรัก แต่มนุษย์ย่อมเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดให้กับตนเอง


“คุณที่รัก ผมยอมแล้ว” ผมพุ่งทะยานสู่ความมืด ยอมร่วงหล่นในอาจมดีเสียกว่าเห็นน้ำตาของคุณ 

ส่วนคุณหันหลังกลับ เสพสุขกับอิสรภาพที่ปั้นแต่งขึ้นมาด้วยสองมือ




ที่ก้นบึ้งของหุบเหวความคิด ผมตระหนักว่าตนเองอาจเกิดมาเพื่อรักใครสักคนแล้วตายจากไป 
โดยใครสักคนที่ว่า คือคนที่ผมเต็มใจจะรัก 
ไม่สำคัญว่าผู้คนเหล่านั้นจะรวมคุณหรือไม่ก็ตาม




ความรักไม่เคยเป็นสิ่งชั่วร้าย, ไม่เคยเป็นมาตลอด เพียงแต่เมื่อใดก็ตามที่ผูกติดเอาไว้แค่กับใครคนหนึ่ง ก็ไม่ต่างจากกรีดปลายมีดลงกลางอกซ้ำอยู่อย่างนั้น

หัวใจมีไว้เพื่อรัก ไม่ใช่เจ็บปวด ดังนั้นไม่ต้องห่วงหรอกว่าผมจะแตกสลายอย่างไร 

ผมไม่สนใจแล้วว่าที่ผ่านมาจะเป็นได้เพียงตัวประกอบผุพังในชีวิตรักของคุณ 

แต่จะนำความรักที่เคยมอบให้กลับมารักษาบาดแผลในใจ รักตัวเองให้เหมือนกับที่เคยรักคุณ




พรุ่งนี้ท้องฟ้าคงครึ้มฟ้าครึ้มฝนอีกครั้ง เป็นเช่นเดิมอย่างไม่มีอะไรน่าโศกเศร้า 

ผมหลับตาลง ได้ยินเสียงดังกังวานมาจากดินแดนอันห่างไกล... คุณที่รัก หอนาฬิกาไม่ได้ลั่นระฆังเพื่อเรา แต่แด่ทุกจิตวิญญาณในลอนดอน


SHARE
Written in this book
Last Night
เมื่อคืนวาน เราโอบกอดหัวใจของกันและกัน
Writer
reink
dreamer
เสาะหาก้อนหินท่ามกลางเศษดาว ค้นหาความรู้สึกที่ถูกทิ้งร้างจับตะไคร่

Comments