ในวันที่ครูปลูกต้นไม้การสอน
ต้นไม้หนึ่งต้นใช้เวลานานเท่าไรกว่าจะโต?

ถ้าใครเคยปลูกต้นไม้สักต้น
เคยสังเกตไหมครับว่า...
ต้นไม้มีความแปลกประหลาดอยู่อย่างหนึ่ง
ยิ่งเราดูแล ประคบประหงมมากเท่าไร
ต้นไม้เหล่านั้นมักจะอ่อนแอ และตายในที่สุด

ผิดกับต้นไม้ที่ขึ้นเอง ตามถนนริมทาง
หรือขึ้นเองตามป่าเขาลำเนาไพร
ที่ไม่เคยได้รับปุ๋ยสูตรใดเลย
ซ้ำร้าย ถ้าเกิดในพื้นที่แห้งแล้ง ฝนขาดช่วง
ก็อาจทำให้ต้นไม้น้อยใหญ่
รู้สึกถึงความทุกข์ และ ความยากของตัวเอง
และอาจจะน้อยเนื้อต่ำใจ
จนพูดกับตัวเองว่า "ไม่น่าเกิดมาเลยเรา"

แต่ความจริงส่วนมาก หาเป็นเช่นนั้น
เพราะต้นไม้ที่เกิดเองตามธรรมชาติ
ต้นไม้ขาดพร่อง ต้นไม้ที่ไม่มีเจ้าของ ต้นไม้ไร้บ้าน
กลับมีสิ่งที่พิเศษ ในการพาตัวเองเติบโต
แข็งแรง ยืนต้น หยั่งรากลึก
กว่าต้นไม้ไข่ในหินเป็นไหน ๆ

แล้วต้นไม้เกี่ยวอะไรกับการสอน

ถ้าการสอนเปรียบเหมือนกับการปลูกต้นไม้จริง ๆ
เราในฐานะครู คงเปรียบได้กับ คนสวน
ที่ต้องทำหน้าที่ใส่ใจ ดูแล
ให้ความรักต้นไม้อย่างดีที่สุด
โดยคนสวนที่มีคำนำหน้าว่า ครู
น่าจะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องคิด
ต้องวางแผน และต้องลงมือทำ
ไม่ต่างจากคนสวนจริง ๆ

อันดับแรก เราคงต้องรู้ก่อนว่า
เมล็ดพันธุ์หรือต้นกล้าที่เราจะปลูกลงดินนั้น
ชอบอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน ดินแบบใด
ดินร่วน ดินเหนียว ดินทราย หรือดินโคลน
ชอบน้ำน้อยหรือน้ำมาก ชอบแสงมากหรือแสงน้อย
เพื่อที่เราจะได้จัดสรรให้ต้นไม้เหล่านั้น
ไปอยู่ และ ไปเกิด ให้ถูกที่ ถูกเวลาอย่างดีที่สุด

หลังจากศึกษาสิ่งต่าง ๆ เกี่ยวกับต้นไม้แล้ว
ก็ต้องนำต้นไม้ทั้งหมดไปปลูกลงดิน
ปลูกแล้วก็จบ แค่นั้นเหรอ!
เปล่าเลย งานของคนสวนไม่ได้จบแค่นั้น

เพราะคนสวน ก็ยังต้องหมั่นคอยดูแลต้นไม้
หมั่นกำจัดวัชพืช รดน้ำพรวนดิน
ดูสภาพโดยรวมทั้งภายใน
และภายนอกของต้นไม้น้อยใหญ่
เพื่อให้ต้นไม้เหล่านั้น เจริญเติบโตงอกงาม
และที่สำคัญ ไม่ให้ต้นไม้ที่ปลูก
ตายก่อนที่มันจะโต...

จริงอยู่...
เราในฐานะคนสวน คนปลูก
เราคงอยากให้ต้นไม้เหล่านั้น โตในเร็ววัน
เราคงอยากให้ต้นไม้ของเรา
ผลิดอก ออกผล ให้ร่มเงา สร้างประโยชน์
ให้กับเรา ให้ผู้อื่น อย่างรวดเร็ว

แต่ความจริงที่ต้องยอมรับ
และทำความเข้าใจในเบื้องต้น
คงไม่มีคนสวนคนใดบนโลกใบนี้
ที่มีมนตร์วิเศษที่สามารถทำให้ต้นไม้
โตในชั่วข้ามคืนได้...

สิ่งที่คนสวนทำได้
และควรทำที่สุด
น่าจะเป็น

การ 'เฝ้า' และ 'รอ'


ให้ต้นไม้ที่เราหว่าน เราปลูก
ได้ค่อย ๆ เติบโตตามกาลเวลา
น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
และน่าจะเป็นของขวัญที่วิเศษ
ที่สุดที่คนสวนจะมอบให้ต้นไม้ได้...
และถ้าต้นไม้สามารถสื่อสารกับคนสวนได้
พวกเขา(ต้นไม้) คงจะบอกกับเราว่า...

"ขอบคุณมากนะ..."
"ที่อดทน เฝ้ารอ..."
"และคอยดูการเติบโตของพวกเรา"

คุณครูครับ/คะ (เสียงเด็กที่ครูสอน)

การสอนที่ยังไม่ดีพอในวันนี้
มันอาจจะดีขึ้น ในวันพรุ่งนี้ก็เป็นไปได้
.
เด็กบางคนที่ยังไม่พร้อมที่จะเรียนรู้ในวันนี้
เดือนหน้า สามเดือนข้างหน้า ปีหน้า
อาจจะดีขึ้นกว่าเดิมก็เป็นไปได้

ครูที่ยังขาดประสบการณ์ในวันนี้
สามปี ห้าปี อาจกลายเป็นครูที่สอนดี สอนเก่ง
หรือจัดการเรียนรู้ได้ดีที่สุดก็เป็นไปได้

การสอนที่ดี หรือ การสอนที่พอดี
ไม่ง่าย ไม่สวยงาม ดั่งเทพนิยาย
หรือละครโรแมนติกเรื่องไหน ๆ
แต่การสอนที่ดีและพอดี
ก็เหมือนกับการปลูกต้นไม้

ที่คนสวน และต้นไม้
อาจจะ 'เผชิญ' ลม ฝน พายุ
บางครั้งก็อาจเจอเฮอริเคนผสมสึนามิ
(เชื่อว่าเราทุกคนเคยเจอ...)
(เชื่อว่าวันหนึ่งทุกคนต้องเจอ...)

ขอให้เรา(ครู) "เชื่อ" เถิดว่า....

เมล็ดพันธุ์ที่เราหว่าน หรือต้นกล้าที่เราตั้งใจปลูก
จะเติบโตเป็นไม้ใหญ่ แผ่กิ่งก้านสาขา
รวมถึงให้ร่มเงา ให้ประโยชน์โพดผล
ไม่วันใดก็วันหนึ่ง...อย่างแน่นอน

และขอให้เชื่อสุดหัวใจว่า...
เมื่อวันเวลาผ่านไปสิบยี่สิบปี
ต้นไม้ทุกต้น ดอกไม้ทุกดอก
จะช่วยให้ความร่มเย็น
พร้อมกับส่งกลิ่นหอมอบอวล
และให้กับผู้คนทั่วโลก

และที่สำคัญที่สุด
ต้นไม้ ดอกไม้ จากมือและหัวใจของครู
จะช่วยมอบออกซิเจนที่บริสุทธิ์
ให้กับโลกใบนี้ และจักรวาลนี้
โดยไม่มีแอร์ตัวใดเสมอเหมือน

ส่งแรงใจให้คุณครูทุกท่าน
ที่กำลังเริ่มปลูกต้นไม้ ดอกไม้
และส่งกำลังให้คุณครูที่กำลังอดทนเฝ้ารอ
การเติบโตของพืชพันธุ์ทุกชนิดครับ...

ภาพ :  Picography จาก Pexels
SHARE
Writer
teachdentstory
นักอยากเขียน
ผมเป็นเพียงครูธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่กูรู ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ หรือนักเขียนอาชีพ แล้วผมเป็นอะไรอีก อย่างที่บอกไปแล้วว่า ผมเป็นครูคนหนึ่ง ที่ชอบ และหลงรัก การเล่าเรื่อง การนำเรื่องมาเล่าผ่านตัวอักษร และเสียงพูดเพื่อส่งต่อเรื่องราวทั้งหมดให้กับใครสักคนที่สนใจ และชอบในเรื่องราวเดียวกัน... ผมหวังว่าเรื่องราวที่สื่อสารออกไป จะมีบางคำ บางประโยค บางบรรทัด ที่เป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการถามคำถามเพื่อชวนคิด ในแง่ของการสนทนาเชิงสร้างสรรค์ และยิ่งไปกว่านั้น ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เรื่องราว เรื่องเล่า ข้อความ และเสียงพูดทั้งหมด จะช่วยส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ที่มีอยู่แล้ว หรือเรื่องราวที่ผมสร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นกำลังใจ พลังใจ หรือสร้างแรงบันดาลใจดี ๆ ให้กับใครสักคนหรือหลายคนในจักรวาลนี้ โดยเฉพาะคนที่มีคำนำหน้าว่า “ครู” ท้ายที่สุด... ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น มีต้นกำเนิดมาจาก “ลูกศิษย์ทุกคนในชีวิตของผม” ครูและศิษย์ . เราต่าง...อยู่ในโลกใบเดียวกัน เราต่าง...มีความรู้สึกที่ดีให้กัน เราต่าง...เป็นเหมือนพ่อแม่พี่น้องกัน เราต่าง...เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน เราต่าง...พึ่งพาอาศัยกันและกัน เราต่าง...เรียนรู้จากกันและกัน เราต่าง...เป็นครูและศิษย์ไปพร้อมๆกัน เราต่าง...เกิดมาเพื่อสอนกันและกัน . #Teachdentstory #ศิษย์บันดาลใจ

Comments