จากไปใช่ว่าไม่รัก ,

“ปราถนาสุดท้ายก่อนชีวิตบั้นปลาย คือขอไปตายใต้แสงดาว”


คำพูดหนึ่งผมเคยได้รับ
จากชายชรานักตกปลาใจเตร่


——————
ครั้งหนึ่งผมพบตาเฒ่านักตกปลา เขาเป็นเพียงผู้เดียวในยามใกล้ค่ำที่นั่งอยู่ที่นี่

เมื่อไหร่ก็ตามที่ปอดผมเรียกร้องหาก้นกรองไหม้ เขาจะเป็นภาพแรกที่ผมเห็นที่ริมทะเลสาป

วันนั้นหนาว
ที่ใครต่างบอกว่าเหมาะกับการกอดใครสักคน

แต่ผมมีเพียงบุหรี่ก้นกล่อง

ตาเฒ่านั่งอยู่บนม้านั่งข้างเบ็ด และถังน้ำอันหนึ่ง ดูท่าทางแกเป็นนักตกปลาตัวยง รอยไหม้แดดเหนือแก้มบอกมันชัดเจน , แต่ชั่วขณะผมก็หยุดใคร่ครวญถึงชีวิตคนอื่น เพราะนักต่อนักแล้วที่รอยย่นพวกนั้นมักม้วนเรื่องราวเข้าใจยากอยู่ด้านใต้

เสียงฝีเท้าผมไปสะกิดสติของตาเฒ่า แกหันมาราวจะทักทาย แต่ก็เงียบหายไป ผมจึงได้แต่นิ่ง

น้อยคนนักจะออกมารับลมทะเลสาปยามนี้ ใกล้ค่ำที่ใครๆต่างก็ขลุกตัวอยู่ในบ้าน มีเพียงคนประเภทผมเท่านั้นที่ยังไม่พอใจกับชีวิตก่อนพระอาทิตย์ตก

นั่นรวมถึงชายชราผู้นี้ด้วยหรือ ,

“ได้สักตัวหรือยังครับ”
“อากาศแบบนี้ได้สักตัวก็ดีสิ”

ผมไม่แน่ใจว่าสายตาคู่นั้นกำลังหมายถึงปลา หรือบุหรี่ที่ผมสูบ สักตัวก็คงดี คงจะหมายความพอๆกับผม

“เอาตัวนี้ไปแทนก็ได้นะครับ” ผมแหย่ เพราะยังเหลืออีกมวนในกล่อง ถึงผมจะหวงมันมาก แต่ก็ไม่เสียดายหากมันจะใช้กับคนประเภทเดียวกัน

“ฉันหายอยากแล้วล่ะ จมูกฉันมันไม่รับกลิ่นแล้ว”

“เพราะอากาศนี่สินะ”

“ไม่หรอก อากาศถึงจะเลวจะดี ความอยากของฉันมันก็พาลได้ทุกเมื่อ”

ผมไม่เข้าใจสักนิด ตาเฒ่าเหมือนจะรู้ได้จึงขยายความ

“แก่ปูนนี้กลิ่นยาเส้นมันจะพอยาใจฉันเสียที่ไหน”

ผมพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อบอกว่ารับรู้ คำพูดของเขาทำให้ผมยิ้ม

“เป็นหนุ่มยังมีโอกาสสูบก็สูบเถอะ แก่ปูนฉันแล้วแม้แต้ขี้เถ้าหมอก็สั่งห้าม”

“คุณออกมาตกปลาแบบนี้เสมอเลยหรอครับ”

ผมเข้าประเด็นที่อยากรู้มานาน เขาไม่มีท่าทีตื่นตัวใดๆ แม้จะล่วงเข้าเรื่องราวของเขาเอง

“เป็นบางครั้ง แรกๆ มันก็ความชอบอยู่หรอก หลังๆ มันเป็นตัวยาไส้ไปเสียแล้ว ถึงจะรัก แต่เมื่อทำเพราะจำเป็นมันก็ไม่สนุกหรอกพ่อหนุ่ม”

“ตอนนี้ผมคงหัวอกเดียวกัน ชีวิตยาจกคงไม่แย่เท่าไหร่”

“เอ็งไม่อดตายหรอก แต่ข้านี่สิจะตายเอา” เขาพูดติดตลก

พูดคุยกันสักพัก ผมก็ได้รู้ว่าเขาอยู่คนเดียว ครอบครัวจากไปแล้ว มีบ้านเล็กๆ อยู่แถวนี้และใช้ชีวิตอยู่ด้วยการตกปลา มีหมาที่ตนรัก แต่มันก็ได้ตายจากไปเมื่อสองเดือนก่อน , คนที่สูญเสียอะไรมากมายแบบเขา ผมจินตนาการไม่ได้เลยว่าหัวใจชรานั้น จะยังอยู่ดีไหม

ตาเฒ่าเป็นคนขี้เล่นทีเดียว เขาแก่มากแล้วแต่ยังดูแข็งแรง เขาดูจะเป็นคนที่กล้าเย้ยหยันโชคชะตา เสี่ยงดวงรายวัน ตายเอาดาบหน้า ซึ่งยิ่งค้นหาเท่าไหร่ ผมยิ่งมองเห็นตัวผมเองบนเส้นทางของเขา 

เขาใจเตร่ใช้ได้ , ไม่แม้แต่จะเอ่ยถึงหญิงในใจ แต่ผมกลับรู้สึกว่าบทสนทนาเหล่านั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวของเธอ  

ยิ่งค่ำ การสนทนากับเขายิ่งพาผมดำลึก แม้แต่เงาของตัวเองก็ไม่อาจคว้าได้ เขาฟูมฟักเรื่องราวมากมายด้วยหัวใจเตร็ดเตร่นั้น คนที่เพิ่งเติบโตมาได้ไม่กี่ปีแบบผม คงได้แต่เรียนรู้จากประสบการณ์ของนักพเนจรชีวิตผู้นี้เพียงเท่านั้น น้อยประโยค แต่มากด้วยความสิ้นหวัง ;

ผมได้รู้ในวันนี้เองว่าประโยคสิ้นหวังน้อยๆ เหล่านั้น สามารถบรรจุความแห้งแล้งของใจคนที่ร้างรักได้มากแค่ไหน มันเปลือยความอัดอั้นด้วยร่างที่เต็มไปด้วยแผลฉกรรจ์จากรักออกมาอย่างไม่มีชิ้นดี



“ตกปลากลางคืนแบบนี้ไม่เป็นไรหรอครับ , ลมทะเลสาบมันหนาวออกนะ”

ชั่วขณะหนึ่งเขาตอบผม 


“หนาวเย็นกว่าหัวใจของคนที่ถูกกีดกันงั้นหรือ” 


สิ้นคำพูด ผมราวหายใจไม่เต็มท้อง เขาเรียกคืนความตายกลางทางกลับมาหาผมเป็นพักๆ , ตาเฒ่าโดดเดี่ยวทีเดียว ผมก็เช่นกัน

“แล้วออกมากับอากาศแบบนี้ เมียเอ็งล่ะจะกอดใคร” เขาเปลี่ยนเรื่อง แต่ดันวกเข้าหาผม

ผมชะงัก เมื่อถูกถามด้วยคำถามนี้ ตาเฒ่าก็นิ่งไปครู่หนึ่ง เขาหันมามองผมด้วยความไม่สงสัยใดๆ เพียงแต่รับรู้ว่าหัวใจผมนั้นเร่ร่อนไม่ต่างกัน

เขาพูดราวกับจะปลอบใจว่า

“กินให้อิ่มนอนให้หลับ” 

ผมพยักหน้า ทบทวนมัน, ใช่แล้ว เพราะแค่นี้ก็คงเพียงพอสำหรับผมแล้วจริงๆ ในคืนนี้

ลมจากทางใต้ ที่เขาว่ากันว่าหนาวเหน็บเกินใคร มันพัดเอาเศษความว้าเหว่จากต่างถิ่นเข้ามาหาเรา และตาเฒ่าผู้นี้คงรับมันไปไม่น้อยกว่าใคร และในขณะเดียวกัน ตัวผมเองก็เริ่มรู้สึกถึงมัน

ความทรงจำของผมบ่มเพาะท่ามกลางบทสนทนากับชายชราผู้นี้ครั้งแล้วครั้งเล่า เขามีหัวใจเดียวกับผม ในครั้งแรกที่คิดว่าผมเองยังพอทำเนา ไม่เหมือนเขาที่คงสิ้นหนทาง, แต่ท้ายที่สุด ตัวผมเองกลับรู้สึกสิ้นเนื้อประดาใจแล้วเหมือนกัน



เขามองออกไปในความมืดกลางทะเลสาป ด้วยท่าทางสุขุมในอีกด้านของเขา ชายชราหลับตาที่เต็มไปด้วยร่องรอยของอายุขัย รับลมที่หนาวเย็นขึ้นทุกนาที, เขากำลังท่องไปในหัวใจของใครบางคนอยู่หรือเปล่า


—————-
นับจากวันนั้น ผมได้พบตาเฒ่าอีกสองสามหนที่ทะเลสาบ ก่อนจะได้ข่าวว่าเขาเข้าโรงพยาบาลและรักษาตัวที่นั่น ไม่รู้ด้วยเรื่องอะไร แต่ผมเองก็อยากไปเยี่ยมเขาสักครั้ง 

ชีวิตวัยหนุ่มของผมจนตรอกในหลายเรื่อง เป็นเพราะผมเองที่เลือกมัน ผมทิ้งหลายอย่างเพื่อพเนจรจากบ้าน ครอบครัวยังอยู่ที่นั่น พ่อกับแม่ยังกินอิ่มนอนหลับ และไถ่ถามเรื่องราวของผมเป็นครั้งคราวผ่านมือถือด้วยความเป็นห่วง

ความรักในหลายรุ่นหน้าตาต่างกัน แต่มักมีสมาการที่เป็นตัวแปรหลักเสมอ เรื่องราวของเราเองก็คงเป็นส่วนหนึ่งในนั้น แม้ไม่รู้วิธีแก้สมาการ

ในสมาการใหญ่ๆ ก็มีสมาการย่อยที่จำเพาะออกไปตามชีวิตของแต่ละคน , อย่างพ่อของผม

แม่มักจะบ่นพ่อเสมอ มีเรื่องให้ได้ทะเลาะ ดูธรรมดาที่คนเป็นแม่มักจะบ่นคนเป็นพ่อ แต่ก็ไม่เห็นชายผู้นี้จะตอบโต้ด้วยการหมดรัก เพราะพ่อเคยบอกว่า หากเข้าใจว่าธรรมชาติของผู้หญิงเป็นยังไง ก็ไม่ยากที่จะรัก

นั่นคือการแก้สมาการย่อยของพ่ออีกเปราะหนึ่ง ผมเข้าใจว่ามีอีกมากมายที่ชีวิตคนๆ หนึ่งไขไม่ออก 

แต่ผมดันเป็นหนักที่ไง่เขลาในทุกสมาการ



ความรักทำให้ผมเป็นได้ถึงขนาดนี้ ทำให้หัวใจของผมรอนแรมบนเส้นทางแปลกหน้าได้ถึงขนาดนี้ ความตั้งใจทั้งหมดก่อนเรียนจบ เริ่มเฉไฉหลงทาง

ผมตามหาอะไรอยู่

เธอ ที่ผมจากมา
หรือหัวใจ ที่เที่ยวหนีจากผมไป

แล้วความคิดถึงจะมีวันหมดอายุไหม 

ส่วนคำพูดของตาเฒ่าก็แวะเวียนมาในหัวผม 
บางครั้งการจากไป ไม่ใช่เพราะไม่รัก 

พอตัดสินใจแบบนั้นโลกเลยไม่เข้าข้าง กลายเป็นว่า
บทลงโทษของการไปจากเขา
แทนที่จะเป็นการลืมเลือน
แต่กลับเป็นการจดจำได้ตลอดกาล


ท้ายที่สุดผมคงตามหาบทแก้สมาการเหล่านี้ต่อไปเรื่อยๆ อย่างน้อยผมได้พบเจอชายชราที่ทำให้ได้ทบทวนมันอีกครั้ง

เขาทิ้งเรื่องราวมากมายให้ผมย้อนคิด แม้เจอกันไม่กี่ครั้ง แต่ชีวิตวัยชราเช่นเขาพาผมค้นหาอะไรไม่สิ้นสุด

“คนเรามีเรื่องน่าปวดหัวมากพอแล้ว 

ในวันสุดท้ายของชีวิตก็ให้ยอมรับเสียว่ารัก

จากนั้นก็คงไม่ขออะไร นอกจากเอาข้าไปตายใต้แสงดาว” , เขาเคยทิ้งท้ายไว้

ตาเฒ่า, ตัวเขาเองคงกำลังทบทวนอยู่มากเช่นกัน คงกำลังไขหัวใจสิ้นหวังของตัวเองไปเรื่อยๆ 




——————
ผมไปจากเมืองค้างแรมชั่วคราวนี้โดยไม่ได้กล่าวลา และไม่ได้แม้แต่จะไปเยี่ยมเตาเฒ่าที่โรงพยาบาลอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่การกล่าวลาไม่ต้องอะไรมากความก็ได้ ผมคิดว่าเขาคงรู้แล้วว่าผมกำลังจะไป 

ตลอดการขี่มอเตอร์ไซค์เร่ไปตามทาง ผมเลื่อนผ่านเพลงรักเป็นร้อยบนมือถือ
หากเพลงรักสามารถฆ่าคนได้ วันนึงผมคงตายไปแล้วเป็นร้อยๆรอบ





————————
กลับมาแน้ว คิดถึงหน้าสตอรี่ล็อกจังเลยค่ะ นั่งเขียนอะไรเรื่อยเปื่อยอีกตามเคย , พ่อหนุ่มนักรัก ฮ่า หวังว่าจะชอบกันนะคะ , แล้วพบกันใหม่ ; -)








SHARE
Writer
tuesdaypine
child
คุณเป็นของผม ทั้งปารีสเป็นของผม และผมก็เป็นของสมุดเล่มนี้ และดินสอแท่งนี้ , 1964 . ask.fm/mcleydean

Comments

luminance
9 days ago
ภาษาสวยมากเลยค่ะคุณ😳🌷✨
Reply
tuesdaypine
8 days ago
อ่ย ขอบคุณมากเลยนะคะ 💚, ใจพองโตแน้ว ;w;
Moomtas
9 days ago
สรรคำมาใช้ได้ดีมากค่ะ☺️
Reply
tuesdaypine
8 days ago
🙏🥺 ขอบคุณมากเลยค่า