ยินดีที่จะมีชีวิตอยู่
“นั่นไง เธอมาอีกแล้ว”


“ใคร”


“ยัยเด็กโบฮีเมียน”


“ใครนะ”


“เด็กที่ชอบสั่งกาแฟใส่ซินนาม่อนไง”


“อ้อ”


เขาลากเสียงยาวแล้วเบนสายตาช้า ๆ ไปยังบุคคลที่ถูกพูดถึง เสียงเครื่องทำกาแฟดังอยู่ในตอนที่เธอคนนั้นเอ่ยปากสั่งเมนูเดิมๆให้กับเพื่อนพนักงานของเขา นี่ยังเช้าอยู่และเขารู้ว่าพระอาทิตย์จะเจิดจรัสขึ้นพร้อมๆกับรอยยิ้มของเธอ จนกว่าพระอาทิตย์จะตกดิน เธอจะกลับมาอีกครั้งพร้อมรับกาแฟใส่ผงซินนาม่อนพูนๆและดื่มเพื่อสดุดีพระจันทร์


“แปลก เหมือนหมอดูหรืออะไรสักอย่าง”


“ไม่หรอก”


“นายเคยคุยกับเธอหนิ ตอนใกล้ๆปิดร้าน สรุปเธอจดอะไรยิก ๆ “


“ก็เขียน อะไรสักอย่าง”


“อะไรเล่า”


“เดาไม่ได้หรอก ที่ผมคุยด้วยนั่นก็เพราะเธออยากเล่าให้ฟัง แถมหัวข้อก็ไม่ซ้ำกันสักวัน อย่างเมื่อคืนก็เล่าเรื่องวิวัฒนาการของวรรณกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนา ลามไปจะเล่าเรื่องการปัพพาชนียกรรมของคริสตจักร จนต้องขอให้หยุดก่อน เพราะเลยเวลาปิดร้านแล้ว”


“เอ่อ ฟังไม่รู้เรื่องเลย แล้วนายเข้าใจเหรอ”


“ก็เออออไปอย่างนั้น แค่ชอบน้ำเสียงของเธอ”


“นายนี่”


เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่รุ่นพี่ช่างจ้อจะเดินเข้าไปในส่วนล้างเครื่องมือ


แปดโมงเช้าแล้ว เส้นผมน้ำตาลเข้มของเธอกำลังจะย้อมแดงเพลิง เธอใช้สีเทียนลากเส้นวาดอะไรสักอย่าง ก่อนเงยหน้าขึ้นมาสบตาพนักงานชงกาแฟแบบเขา


ยิ้มอย่างสว่างไสวให้ประมาณสองวินาที


และนั่นราวกับชั่วนิรันดร์ 





เขามีดวงตาที่เหมือนเป็นที่อยู่ของหมู่ดาว


นักชงกาแฟคนนั้นน่ะ


เธอเดินเตะเศษก้อนหินริมทางไปเรื่อย ๆ กระโปรงเดรสยาวแบบพวกสาวญี่ปุ่นพลิ้วไหวไปกับลมฤดูหนาว
ครุ่นคิดถึงชายหนุ่มสูงโปร่งที่มักฝากรอยรักอะไรบางอย่างผ่านสายตาจักรวาลดาวนั่น


และน่าแปลกใจเป็นอย่างยิ่งที่เขายืนอยู่ตรงนั้น 


ขอบรั้วสะพานที่เธอกำลังก้าวขึ้นไป


ในมหานครที่รถเยอะพอๆกับจำนวนคน เป็นเรื่องธรรมดาที่สะพานข้ามแม่น้ำจะมีคนมายืนเหม่อมองไฟแห่งราตรี แต่ที่มันผิดธรรมดา


เพราะนักชงกาแฟคนนั้นถอดรองเท้าไว้ข้างกาย ราวกับจะปลดตนเองออกจากพันธนาการบางอย่าง — พันธนาการแห่งการมีชีวิต


สัญชาตญาณของมนุษย์ผลักให้เธอทำอะไรสักอย่าง


“เฮ้” เพื่อจะรักษาบางสิ่งไว้ เพื่อจะหยุดยั้งบางสิ่งที่ไม่อาจคาดเดา หญิงสาวกล่าวทักทายนักชงกาแฟเท้าเปลือยเปล่า “ไม่คิดว่าจะได้เจอนายที่นี่”


เขาตอบรับคำทักทายด้วยการยิ้มกว้าง ราวกับไม่มีเรื่องทุกข์ใจแบบที่หญิงสาวคาดเดาไว้


“อ่า” เขาใส่รองเท้าด้วยกิริยาเชื่องช้า ก่อนตอบโดยที่เธอไม่ได้ถาม “ปวดเท้าน่ะ เดินในร้านทั้งวัน เลยมาดูไฟหลังเลิกงาน”


“เข้าใจเลย บางครั้งเท้าก็ทำงานหนักเกิน มันแบกร่างทั้งร่างเราไว้นี่นา”


เธอเริ่มเจื้อยแจ้วตามประสาคนช่างพูด นักชงกาแฟคิดแบบนั้นตามที่บอกรุ่นพี่ที่ร้าน ว่าน้ำเสียงของเธอช่างน่าฟัง เหมือนกระดิ่งเล็กๆยามลมโบกโชย เหมือนเสียงน้ำกระทบหลังคา เหมือนบทเพลงจากภูเขาและทุ่งหญ้า


วินาทีนั้นเขาตัดสินใจที่จะเลือกฟังเธอพูดนู่นนี่ให้ฟัง สลับกับลอบมองปานสีน้ำตาลจางๆบนเปลือกตาของเธอ 


และเลือกเก็บงำไว้ในใจว่าเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้
เค้าปรารถนาจะไปจากโลกนี้อย่างไร


เขารู้เพียงว่าวินาทีต่อไป เขาอยากมีมันไว้เพื่อมองรอยยิ้มของเธอ 


และหญิงสาวก็คิดเช่นกัน เหมือนกับที่บอกทิ้งท้ายในคืนนั้นก่อนแยกย้ายว่า


“และหวังว่าเราจะได้พบกันอีก ที่ร้านกาแฟ หรือตามท้องถนน ฉันหวังว่าจะได้ยิ้มให้คุณอีกครั้ง”




เป็นไปอย่างที่เธอทิ้งท้ายไว้วันนั้น เพราะต่อจากนั้นหลังจากที่เจอกันบนสะพาน ไม่ว่าจะที่ร้านกาแฟ ท้องถนน ร้านหนังสือ โรงภาพยนตร์ ร้านอาหาร ก็มีเขาและเธออยู่ข้างกัน และเธอก็ยิ้มให้เค้าเสมอ


นักชงกาแฟตัดสินใจ บอกตัวเองว่าอย่าเพิ่งจากไป อย่างน้อยก็เพื่อมองรอยยิ้มหวานนี้จากเธอ


แม้เขาจะมีวันที่ยากลำบากสักเท่าไหร่ โรคร้ายที่เกือบทำให้เขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มของเธอวันนั้น ยังคงทำร้ายเขาอยู่เสมอ แต่เขาก็เลือกที่จะกลับมาทิ้งหัวตัวเองบนบ่าของเธอ ราวกับมันจะปลอบโยนทุกสิ่งร้ายๆบนโลกใบนี้ได้


“หลับตาเถอะ พักผ่อนสักหน่อยนะ”


เสียงเธอไพเราะเหลือเกิน


“เจ็บปวดได้เลย นายมีหัวใจเพื่อเจ็บปวดได้เสมอ”


“ฉันสงสัย” ชายหนุ่มหายใจลึก “ฉันทำได้ดีไหม ดีพอแล้วหรือยัง”

“ฟังนะ” เธอเริ่มร่ายมนต์ด้วยเสียงแห่งสวรรค์ของเธอ “นายควรจะรู้เสมอว่านายทำได้ดีพอแล้ว และควรรู้ไว้เสมอว่าโลกนี้ต่างหากที่ร้ายกาจ”

“....”

“ดูสิ ว่าเราอาศัยอยู่ที่ไหน เมืองที่ปลูกต้นไม้แทบไม่ขึ้น ขึ้นแต่ความหวังที่ลางเลือนและความฟั่นเฟือนของผู้คนสวมหน้ากาก เมืองที่ผู้ใหญ่แสร้งเข้าใจ แต่หยิบยื่นคำพูดทำร้ายแทนกอดอุ่นหรือคำชื่นชม โถที่รัก เพียงเท่านี้ก็ตอบได้แล้วว่านายพยายามได้ดีในโลกที่แสนร้าวราน และนายงดงามเสมอใต้ท้องฟ้าสีช้ำเลือดช้ำหนองนี้”


“บางครั้งมันก็ยาก ยากเกินกว่าจะมีชีวิต”


“ฉันรู้ ฉันรู้” เธอกล่าวก่อนที่เขาจะเริ่มผล็อยหลับ “แต่อยู่เถอะนะ อยู่กับฉัน”


เหมือนเสียงกระซิบที่พร่างพรมลงบนบ่อน้ำสงบ เสียงของเธอกังวานก้องก่อนจะจางลง


“จะอย่างไรก็อย่าจากไป ยืนหยัดไว้ด้วยซากหัวใจของนาย แม้มันเหลือเพียงเศษเสี้ยวแต่มันคือโลกทั้งใบของใครบางคน”


ชายหนุ่มผู้หัวใจร้าวรานหลับลง


“อยู่กับฉันเถอะ อยู่กับฉัน”


อือ

เขาสัญญาอย่างแผ่วเบากลับมา
ในความฝัน









และแล้วก็ผิดสัญญา 

.



เธอผิดสัญญา



เธอจากไปดื้อๆในหน้าร้อนของวันหนึ่ง ทั้งที่เธอเป็นฝ่ายขอเขาให้อยู่ ทั้งที่เธอเองก็สัญญาไว้แล้วว่าจะไม่หายไปง่ายดายเหมือนควันของเทียนและผงกรุ่นหอมของซินนามอน แต่เธอก็ไป เปลี่ยนโลกทั้งใบของชายหนุ่มให้ไร้ฤดูกาล


ไม่มีแม้แต่เงาของหญิงสาว

ไร้ร่องรอยของการเคลื่อนย้ายไปที่ไหน 

ราวกับอยู่ๆเธอเลือกที่จะจากไป แล้วก็หายตัวไปอย่างนั้น 

เขาใช้เวลาเกือบทั้งหมดของแต่ละวันเพื่อตามหาเธอ
แม้ในความฝันบางครั้งก็เหมือนกำลังวิ่งตามหาเธอ


ไม่มีเบาะแส ไม่มีใครเคยเห็นเธออีกเลย 


และเนิ่นนานกว่าชายหนุ่มจะหยุดตามหา เนิ่นนานที่นักชงกาแฟคอยรั้งตัวเองไม่ให้จากไปเพื่ออยู่รอเธอกลับมา เนิ่นนานของเนิ่นนานของเนิ่นนาน


นานแล้วนานเล่าเธอก็ไม่กลับมา


ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ อาจนานจนชายหนุ่มคิดว่าเธอคงหลงลืมทางกลับมาหาเขา อาจนานจนแม้แต่ชายหนุ่มเองก็ลืมวิธีชงกาแฟ

และเกือบนาน เท่าที่เขาเคยจำว่าต้องรอเธอ

เท่าคำพูดของเธอที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้ได้

ชีวิตหนึ่งที่ได้พบเจอเธอก็เพียงพอแล้วที่จะอยู่ต่อ 

เขาปลอบตัวเองในร้านกาแฟกระจกขุ่นมัวแห่งหนึ่ง เขียนจดหมายถึงคนรอบตัวและพวกเขาจะได้เปิดอ่านในตอนที่เขาจากโลกนี้ไปแล้ว


“โปรดยินดีอยู่เสมอที่จะมีชีวิตอยู่”

เสียงของเธอทุ้มกังวานในความทรงจำ ราวกับเธอมายิ้มให้กำลังใจเขาเหมือนวันนั้น บนสะพานที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง


“ฉันยินดี ยินดีเป็นอย่างยิ่งเลย”

และมันถึงเวลาต้องจบลงแล้วล่ะ”


สายลมพัดกระทบกระจกไปมา 
กลิ่นดอกไม้ฤดูฝนกำลังผลิบาน 
บางอย่างเริ่มต้น 
บางอย่างกำลังจะจบลง 



เขาเงยหน้าขึ้นเมื่อเสียงกระดิ่งดัง — รอยยิ้มของเธอสว่างไสวขึ้น ช่างงดงามเหมือนหน้าหนาวปีนึง เมื่อนานมาแล้ว 



.


เธอยืนอยู่ตรงนั้น












SHARE
Written in this book
𝑺𝒘𝒆𝒆𝒕𝒆𝒔𝒕 𝒔𝒐𝒖𝒍
เติบโตจากทุกแผล
Writer
charrotss
kodaline — The one
let her (grow)

Comments

mondaygirl
11 days ago
ขอบคุณสำหรับงานเขียนดี ๆ ของคุณนะคะ always made my day :-)
Reply
J12E
8 days ago
นึกว่าตอนจบจะไม่เจอเธอซะแล้ว😌
Reply
monamii
8 days ago
made my day, Thank you ^^
Reply
Hireath
7 days ago
งดงามเหลือล้น
Reply
coolman
6 days ago
♡︎♥︎
Reply