เป็นเธอใช่ไหม...คนที่ใจเรียกหา?
Have I found you, flightless bird?
เป็นเธอใช่ไหม...คนที่ใจเรียกหา?
.
หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินท่วงทำนองหวานชวนฝันกับฉากเต้นรำสุดโรแมนติคในตำนานของแวมไพร์หนุ่มเจ้าเสน่ห์ "เอ็ดเวิร์ด" กับสาวน้อยแสนธรรมดา "เบลล่า" จากภาพยนตร์เรื่อง Twilight ฟังผ่าน ๆ อาจบอกได้ว่า เพราะ! แต่หากได้รู้ถึงความหมายของเพลงนี้แล้วละก็...ต้องร้องว่า ลึก!
.
Flightless bird, American mouth เป็นหนึ่งในเพลงจากอัลบั้ม The Shepherd's Dog (2007) ของวง Iron & Wine โดยศิลปินเครางามนามว่า Sam Beam ได้แรงบันดาลใจจากความฝันในวัยเด็กที่ไม่เป็นจริง บวกกับความรู้สึกโดดเดี่ยวในความสัมพันธ์อันว่างเปล่า รอคอยใครสักคนมาเติมเต็ม ความรู้สึกสิ้นหวังในสื่อที่ล้มเหลวท่ามกลางระบบทุนนิยม ความไร้สิทธิ์ไร้เสียงของผู้คน และอนาคตอันไม่แน่นอนของสหรัฐอเมริกาว่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่ ตามแบบฉบับของเพลงแนว Indie folk ของอเมริกาซึ่งมักมีการนำเสนอแนวคิดเสียดสีการเมืองและสังคม พูดง่าย ๆ ก็คงเหมือนเพลงเพื่อชีวิตบ้านเรานั่นเอง
.
หากจะให้เปรียบเทียบกับหนังสืออันเป็นต้นทางของภาพยนตร์ Twilight ก็เป็นเสมือนโลกจำลองของสหรัฐอเมริกาได้อย่างดีทีเดียว เบลล่า นางเอกของเรื่องสะท้อนให้เห็นภาพของวัยรุ่นหญิงทั่ว ๆ ไปในอเมริกา (หรือทั่วโลก) ที่ยังคงลังเลสงสัยในชีวิตที่น่าเบื่อหน่ายไปวัน ๆ จนกระทั่งมีการปรากฎตัวของเอ็ดเวิร์ด คัลเลน เป็นเหมือนการนำพวกเธอออกจากโลกความจริงที่แสนธรรมดาไปสู่ความแปลกใหม่และน่าดึงดูดใจ
.
การพบเจอความรักแท้กับชายในฝัน รูปหล่อ พ่อรวย เรียนดี มีชีวิตอมตะ แสดงให้เห็นค่านิยมและสูตรสำเร็จของชีวิตในฝันของเหล่าวัยรุ่นสาว ๆ นี่เองทำให้ Twilight ประสบความสำเร็จในแง่ของรายได้ แต่คำวิจารณ์ในแง่ลบก็มีมากพอ ๆ กับชื่อเสียงอันเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เช่นกัน
.
ย้อนกลับมาที่ Flightless bird, American mouth แม้ความหมายของเนื้อเพลงจะหนัก แต่ด้วยท่วงทำนองที่ไพเราะ เสียงกีต้าร์ใสกังวานและคำร้องที่ใช้ภาษาเรียบง่าย หากแต่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้งกินใจในแบบ Indie Folk และแอบมีจังหวะ Waltz เบา ๆ ซึ่งเข้ากันฉากที่คู่พระนางต้องเต้นรำกันพอดิบพอดี ทำให้ คริสเตน สจ๊วต (Kristen Stewart) นางเอกของเรื่อง ซึ่งได้ฟังเพลงนี้ ในขณะที่กำลังรอเข้าฉากงานเต้นรำอันเป็นฉากจบของภาพยนตร์ เธอจึงได้เสนอแนะให้ผู้กำกับลองนำเพลงนี้ไปเปิดประกอบการเข้าฉาก ผลออกมาก็คือ ทุกคนเห็นพ้องต้องกันให้ใช้เพลงนี้เป็นเพลงประกอบฉากในเรื่องไปเลย
.
แต่สุดท้าย ไม่ว่าใครจะตัดสินหนังสือเล่มนี้ว่าดีไม่ดีอย่างไร แต่สิ่งที่เราได้จากมันก็คือ ความสุข ความผ่อนคลายที่ได้อ่าน ได้ซึมซับความมีเสน่ห์จากมนตร์น้ำหมึก เป็นสิ่งที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว

*หมายเหตุ: คอนเทนต์นี้เคยเผยแพร่ในเพจ อ่านเพื่อลืมเธอ ที่เราร่วมกันก่อตั้งกับเพื่อน แต่ตอนนี้เราไม่ได้เขียนที่นั่นอีกแล้ว เลยอยากเอาคอนเทนต์นี้ที่เราคิดว่าน่าสนใจ มาเผยแพร่อีกครั้งใน Storylog ของตัวเองค่ะ
SHARE
Writer
ClairDeLune
The Saddest Moon
ARS LONGA, VITA BREVIS ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาเลยค่ะ อาจจะไม่ค่อยได้ตอบนะคะ ต้องขอโทษทุกคนที่มาเม้นด้วยค่ะ

Comments