ยืนตากฝน
ผมยืนอยู่ใต้เมฆสีดำทะมืน หยาดน้ำจากฟากฟ้าโปรยปรายลงมากระทบตัวผม ผมมองไม่เห็นใครเลยจากตรงนี้ อาจเป็นเพราะห่าฝนที่บดบังสายตา หรืออาจจะเป็นเพราะว่าไม่มีใครอยู่ตรงนี้เลย

ผมยืนตากฝนมานานแล้ว ทำไมน่ะเหรอ? ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน อันที่จริง ผมอยากจะถามกลับมากกว่า ว่าพวกคุณหลบฝนทำไม?

คนหลายคนอาจจะมองว่าผมบ้า ที่ทำอย่างนี้ ก็จริง! ผมอาจจะบ้าก็ได้ แต่ในสายตาผมนั้น พวกคุณต่างหากที่บ้า พวกที่วิ่งหนีฝนต่างหากที่บ้า


ผมเคยสงสัย ว่าพวกเขาหลบฝนทำไม? เพราะฝนมันเจ็บเหรอ? ก็ไม่นะ ต่อให้ตกหนักจริงๆอย่างมากก็แค่จั๊กจี้ หรือว่ามันร้อน? ก็ไม่นี่ มันเย็นสบายด้วยซ้ำ (หรือว่าบางคนโดนแล้วแสบร้อน อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน) หรือที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือ พวกเขากลัวเปียก ไร้สาระ! ทำอย่างกับอาบน้ำแล้วไม่เปียกอย่างนั้นแหละ บางคนอาจคิดว่าเปียกฝนแล้วทำให้ไม่สบาย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงมนุษย์คงสูญพันธุ์ไปนานแล้ว ไม่มามัววิ่งหลบฝนกันอย่างนี้หรอก

คุณอยากรู้ไหมว่าทำไมคุณถึงกลัวฝน? ผมตอบให้ฟังก็ได้

เพราะมันเป็นแฟชั่น มันเป็นความนิยมของคนในสังคมเท่านั้น จริงๆแล้วพวกคุณไม่ได้กลัวฝนหรอก พวกคุณชอบมันด้วยซ้ำ ตอนเด็กๆเคยออกไปเล่นน้ำฝนรึเปล่าล่ะ? นั้นแหละคำตอบ เราชอบมัน มันเย็นสบาย ยิ่งอากาศเมืองร้อน(ชื้น)อย่างเรา เรายิ่งชอบเวลาที่ฝนตก คนโบร่ำโบราณเองก็คงจะชอบฝนไม่น้อย เราเคยได้ยินคำว่าอาบน้ำฝนมานานแล้ว คนโบราณชอบเวลาฝนตก เพราะพวกเขาจะได้รองน้ำมาใช้ พวกเขาไม่ได้มีน้ำประปาเหมือนอย่างทุกวันนี้ บางพื้นที่ ฝนอาจจะเป็นแหล่งน้ำสะอาดเพียงแหล่งเดียวที่พวกเขาจะหาได้ มันจึงมีประเพณีวัฒนธรรมการขอฝนขึ้น ไม่ใช่แค่ในภูมิภาคของเราเท่านั้น แต่มันรวมไปถึงภูมิภาคอื่นเกือบทั่วทั้งโลก
แต่พอเวลาผ่าน ความนิยมในแต่ล่ะสมัยเปลี่ยนไป เราเอาความเชื่อ ความนิยม ของคนภูมิภาคอื่นมาใส่หัวเรา เราเห็นคนเมืองหนาวกางร่ม ยืนหลบฝนเพราะกลัวเปียก อันนั้นคงว่าอะไรไม่ได้ เพราะอากาศหนาวขนาดนั้นคงเหมือนเข็มตกลงมาแทงทั้งตัว ประกอบกับว่าถ้าตัวเปียกอาจถึงขั้นตายได้ มันก็ไม่แปลกอะไรนักที่พวกเขาจะกลัวฝน
แต่กับคนบางจำพวก กลับกลัวหยาดน้ำฟ้าตามคนอื่น ทั้งๆที่มันช่วยดับร้อน ในยามที่อากาศอบอ้าวร้อนจัด คนบางคนที่ว่าผมบ้า กลับกลัวความเย็นสบาย ทำเหมือนกับว่าโดนมันสักครั้งอาจถึงตายได้เลย มันก็แค่ความเชื่อ ความนิยม อาจถึงขั้นงมงาย

อันที่จริงมันไม่ผิดหรอกนะที่จะรับความเชื่อของใครมา แต่เราก็ควรทำให้มันเข้ากับเราไม่ใช่เหรอ? ทุกวันนี้ เราต้องอยู่ในอาคารคอนกรีตร้อนๆ เพราะว่าความนิยมของคนบางกลุ่มที่อยู่ในอากาศหนาว คนบางกลุ่มที่เราไปดูถูกเหยียดหยามว่า เขาไม่เจริญ พวกเขายังฉลาดกว่าพวกเราเยอะ คนที่เราด่าว่าบ้านนอก ที่อาศัยอยู่ในบ้านไม้ พวกเขาฉลาดเสียยิ่งกว่าคนเมืองที่อยู่ในแท่งปูนเสียอีก


คงจะมีแต่เด็กๆที่เข้าใจผม ว่าทำไมผมต้องยืนตากฝนอย่างนี้ คงมีแต่เด็กๆที่บริสุทธ์ิพอที่จะเข้าใจว่าทำไมถึงไม่ควรหลบฝน คงมีแต่เด็กๆที่ฉลาดพอที่จะเล่นท่ามกลางสายฝน ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจหรอก เพราะพวกเขาสกปรก พวกเขาโง่งมงาย ผมไม่เห็นจะมีผู้ใหญ่คนไหนเลยสักคน ที่จะบอกให้เด็กไปเล่นน้ำฝน

จนถึงตอนนี้ผมก็ยังยืนตากฝนอยู่ มีบางคนวิ่งผ่านผมไปมา ราวกับว่าหยาดฝนเป็นละอองน้ำร้อนๆที่หยดมารดตัวพวกเขา น่าสงสารจริงๆ ความสุขง่ายๆที่ธรรมชาติมอบให้อย่างนี้ กลับแปรเปลี่ยนมันไปเป็นความทุกข์ซะได้ ผมบอกไปพวกเขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ไม่สิ! พวกเขาคงไม่คิดที่จะฟังผมด้วยซ้ำ ช่างมันเถอะ! ผมเองก็ไม่อยากสีซอให้ควายฟังเหมือนกัน

ผมขอยืนตากฝนให้สบายใจตัวเองอย่างนี้คนเดียวอย่างนี้ก็แล้วกัน




SHARE
Written in this book
ท่ามกลางสายฝน
เรื่องเล่าของผู้คนมากมาย เรื่องราวทั้งหลายที่เกิดขึ้นท่ามกลางสายฝน
Writer
Pallas
Walrus
You say goodbye👋 I say hello👋

Comments