untitled 002
ผมลองเอาสมุดบันทึกเเล่มเก่าที่ตั้งใจว่าจะเขียนบันทึกเกี่ยวกับการเขียน หนังสือที่อ่าน และความรู้สึกต่างๆ ที่พอจะนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในงานเขียนในอนาคต (ที่ไม่รู้จะมาถึงเมื่อไหร่) มาลองย้อนอ่านอีกครั้ง 

ข้อความแรกที่เขียนมักขึ้นต้นด้วย "กลับมาเขียนอีกแล้ว" "ห่างหายจากการเขียนไปนานเลย" หรืออะไรเทือกๆ นี้อยู่แทบทุกครั้งที่เริ่มต้นวันที่ใหม่ และข้อสังเกตอย่างที่สองคือระยะเวลาที่กลับมาเขียนนั้นห่างกันไปนานพอสมควร ไม่ต้องเดาให้ยากครับ มันเต็มไปด้วยการเขียนตอนต้นปี และหายหน้าหายตาไปจนมาเขียนอีกทีก็ปีหน้าหรือปีใหม่ไปเลย

แต่ช่วงที่ผ่านมา เริ่มจากต้นปีก็แล้วกัน ผมค้นพบว่าผมเขียนบันทึก ไปได้มากกว่าที่ผ่านมารวมๆ กันเสียอีก ถ้านับจนถึงวันนี้ผมก็เขียนบันทึกไปแล้วกว่า 20 วัน มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรขนาดนั้น เพราะสิ่งที่ผมเขียนเหมือนเป็นการแคปเจอร์ห้วงความคิด ความรู้สึกสั้นๆ ลงไว้ในสมุด ซึ่งก็เป็นสมุดบันทึกแบบบูโจ ที่ผมได้ฟังแนวคิดของมันมาจาก Readery Podcast ในช่วงก่อนสิ้นปีที่แล้ว จนได้หาหนังสือมาอ่านและเริ่มต้นสร้างบูโจของตัวเองจนใช้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้นี่แหละ

แม้จะสั้น กระชับ บางทีก็เพ้อๆ คุยกับตัวเอง ให้กำลังตัวเอง ปลอบประโลมความไม่ได้เรื่อง อ่อนแอ และไม่เก่งของตัวเองแล้ว หลายๆ ครั้งบันทึกเหล่านั้นมักเขียนเอาไว้ว่า ยังคงอยากเขียนอยู่ บวกกับช่วงที่ผ่านมา ก็ได้ยินเรื่องการเขียนแบบ free writing มาจากพอดแคสต์อีกเช่นกัน เลยได้ฤกษ์เริ่มต้นเขียนดูตั้งแต่เมื่อวาน ตัวหนังสือค่อยๆ ไหลออกมาเรื่อยๆ (เพราะกฎข้อนึงของการเขียนแบบนี้คือห้ามหยุดมือ ห้ามคิด - และที่ผมเขียนงานชิ้นนี้อยู่ก็อาศัยแนวคิดที่ไม่หยุดมือนี้อยู่ด้วยเช่นกัน) มันก็ยังคงพูดถึงเรื่องการเขียนหนังสืออยู่เหมือนกัน ผมก็เลยเอาสิ่งที่เขียนเอาไว้ทั้งสองวัน มาอ่านทบทวน ประกอบกันที่วันนี้ไม่ต้องไปไหน เพราะทำงานอยู่ที่บ้าน เลยถือโอกาสใช้แมคคานิคอล คีย์บอร์ดที่ตั้งใจซื้อมากระตุ้นให้ตัวเองเขียนอะไรออกมาให้สมกับที่เสียเงินประมาณนึง (ปกติผมจะเขียนลงในกระดาษก่อน แล้วค่อยเอาสิ่งที่เขียนไว้มาปรับแก้และแต่งเติม ตัดต่ออะไรบางอย่างในคอมอีกที) รู้สึกว่าการเขียนไปแล้วรอบนึงแล้วเรียบเรียงใหม่อีกครั้งมันทำให้ความคิดของเราเป็นระบบระเบียบมากขึ้น

สิ่งที่เขียนอยู่ตอนนี้ อาจไม่ใช่สิ่งที่อ่านแล้วได้อะไร หรืออาจจะทำให้เสียเวลาอ่านด้วยซ้ำ แต่ก็เป็นสิ่งที่ผมตั้งใจเขียนออกมาเพื่อตัวเอง เพื่อพูดคุยและคอนเน็คกับตัวเอง ว่าเรายังคงเขียนได้นะ แม้ว่าสิ่งที่เขียนมันห่วย กาก หรือไม่มีประโยชน์อะไรก็ตาม แต่ทุกๆ บรรทัดที่เราเขียนมันมาจากความต้องการที่จะเขียน ซึ่งสิ่งนั้นมีค่ายิ่งกว่าอะไรแล้ว การที่ยังเขียนได้ และได้เขียน มันมีค่ามากมายจริงๆ 
SHARE
Written in this book
Free Writing
Writer
zupisets
blogger
1DAN*

Comments