ต๋องต๊อกต๋อยรักตัก บทที่ 1

บทที่ 1 ความฝัน ความรัก ความลำบาก
ศิลปินท่านหนึ่ง เป็นศิลปินนักเขียนเพลงต๊อกต๋อย ไม่ได้มีชื่อเสียงมากนัก "ต๋อง" เขาเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจน ตอนเขาอายุ 10 ขวบ เขาได้ฟังเพลง 500 miles และเขาก็ได้รู้ว่าเขารักดนตรี

เขาเก็บเงิน 1599 บาทซื้อกีตาร์มือสองตัวหนึ่งตอนอายุได้ 12 ขวบ และเขาก็ได้ฝึกเล่นกีต้าร์และร้องเพลงในทุกวัน เขาบันทึกคอร์ดเพลงที่ไปแอบอ่านจากห้องสมุดลงไปในสมุดปกสีเขียวขนาดเท่าซองจดหมายของเขา

ตอนเขาอายุ 13 ขวบ เขาได้พบรักครั้งแรกที่สนามเด็กเล่น ขณะที่เขากำลังเล่นม้ากระดกสีน้ำเงินคนเดียว มีผู้หญิงวัยเดียวกันใส่ชุดพละโรงเรียนเข้ามาเล่นด้วย เธอบอกกับต๋องว่า "ม้ากระดกถ้ามีคนเล่นแค่คนเดียว เธอจะไม่สนุกเลยเพราะมันจะอยู่กับที่" ต๋องไม่เข้าใจที่เธอพูด ต๋องคิดแค่ว่าเธอสวยเหลือเกิน

27 นาทีกับอีก 13 วินาทีผ่านไปก็ถึงเวลาที่นางฟ้าคนนี้จะต้องลาจากต๋องกลับบ้าน ต๋องได้ทราบข้อมูลของเธอว่า เธอชื่อ "ตั๊ก" เธออยู่หมู่บ้านเดียวกัน และเธอเรียนโรงเรียนเลิศวิลัย ทำให้ต๋องรู้สึกเสียดายที่ครอบครัวไม่มีปัญญาส่งเรียน ไม่อย่างนั้น ต๋อง กับ ตั๊ก อาจรักกัน และนั่นเป็นเหตุให้ต๋องประพันธ์เพลงที่หนึ่งขึ้น

เพลงที่หนึ่ง "รักแรกพบ by ต๋อง"

รักแรกพบแท้จริงเป็นอย่างไรคือเธอใช่หรือไม่

ต๋องกลั่นเนื้อเพลงมาจากความรู้สึกของต๋อง ต๋องยังคงมาเล่นที่สนามเด็กเล่นนี้ทุกวัน เพื่อรอนางฟ้าในมโนจิตของเขาเดินทางมานั่งม้ากระดกสีน้ำเงินนี้อีกครั้ง ม้ากระดกเล่นคนเดียวไม่สนุกหรอกเพราะมันจะอยู่กับที่ และหวังว่าหากวันที่อากาศดี ๆ พระอาทิตย์ตกลงมาขนานกับขอบทะเลสาบ เขาจะเล่นเพลงนี้ให้ตั๊กฟัง แต่ต๋องก็ไม่มีความกล้าเสียที จนม้ากระดกสีน้ำเงินกระดกมา 1 ปี ต๋องก็ยังไม่ได้สารภาพรักออกไป

แต่ในวัย 14 ขวบ ต๋องก็ต้องฝันสลาย เพราะตั๊กย้ายไปเรียนที่กรุงเทพฯ ต๋องไม่เข้าใจ แม่สอนตลอดว่ากรุงเทพนั้นอันตราย มีแสงสีน่ากลัวที่จะทำให้ลุ่มหลง แม่บอกว่าพ่อของต๋องก็หลงแสงสีจนหายไปในเมืองหลวงเหมือนกัน ต๋องเคยเล่าเรื่องนี้ให้ตั๊กฟังแล้ว ทำไมตั๊กถึงยังไปกรุงเทพฯ อีก ต๋องไม่เข้าใจ ต๋องนั่งอยู่บนม้ากระดกสีน้ำเงินคนเดียว ม้ากระดกนั้นหยุดนิ่ง

ต๋องใช้ความเจ็บปวดในวัย 14 ขวบ เป็นแรงขับเคลื่อน ต๋องได้เขียนเพลงที่ 2 ออกมา

"Stay by ต๋อง" เป็นแค่ความประทับใจที่ยังคงแน่นหนา มีแต่ฝนมีแต่ฟ้าที่เข้าใจ

ต๋องบันทึกเพลงนี้ลงในสมุดปกสีเขียวที่มีขนาดเท่าซองจดหมาย

ในวัย 19 ขวบ ต๋องเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพราะต๋องในวัย 19 ขวบ ได้ค้นพบว่ากรุงเทพฯ ไม่ได้มีแต่ข้อเสีย แต่อุดมไปด้วยความเจริญ และผู้คนที่จะตอบสนองความฝันในการเป็นศิลปินก็น่าจะอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่น้อย แต่ที่สำคัญที่สุดเลยคือต๋องอาจจะได้พบตั๊กอีกครั้งก็ได้ ต๋องคว้ากีตาร์ที่เขาเก็บเงินซื้อตอนอายุ 12 ขวบขึ้นรถประจำทางไปด้วย ต๋องใช้เงินเก็บที่แม่เขาได้มาจากการขายข้าวไข่ดาวตั้งแต่ตอนก่อนต๋องเกิดจนต๋องอายุ 19 ขวบ ในการเช่าห้องพักเล็ก ๆ และต๋องก็ใช้เงินเก็บนี้ซื้อสแตนโน้ต เพื่อที่เขาจะเปิดหมวกเลี้ยงชีพได้ การเปิดหมวกค่อนข้างมีกฎหมายที่ละเอียด ต๋องไม่เข้าใจกระบวนการนี้จึงแอบเปิดหมวกแบบลับ ๆ

ตลอดการใช้ชีวิตในกรุงเทพนั้น ต๋องยังคงคิดถึงตั๊กเสมอ ม้ากระดกสีน้ำเงินหยุดกระดกตั้งแต่ตั๊กจากไป ต๋องเขียนเพลงที่สามขึ้น เพลงชื่อว่า

"ยิ่งรักยิ่งห่าง by ต๋อง" ฉันจะมีแต่เธอในใจเสมอ ความทรงจำดี ๆ จะคงเหมือนเดิม อย่างน้อยได้รู้ว่ารักเธอมากแค่ไหน ฉันไม่เคยเลยไม่เคยเสียใจ ที่ได้รักเธอ

ต๋องยังไม่เข้าใจว่าแสงสีของกรุงเทพฯ นั้นอยู่ที่ไหน ต๋องเห็นเพียงแค่รถรามากมาย ควันดำ ฝุ่น และแมลงสาบที่มักวิ่งออกมาจากท่อระบายน้ำตอนเที่ยงคืน ต๋องไม่มีเพื่อนที่กรุงเทพฯ เลยสักคน มีก็แต่แมลงสาบที่มักเดินเป็นเพื่อนต๋องตอนต๋องกลับบ้านหลังจากเปิดหมวกเสร็จ แสงสีที่เห็นจากกรุงเทพฯ ต๋องเห็นเป็นเพียงสีขาวดำเท่านั้น ต๋องได้แต่สงสัยว่าแสงสีขาวดำนี้ทำให้พ่อลุ่มหลงจนทิ้งครอบครัวได้ยังไง

ต๋องเขียนจดหมายถึงแม่ทุกวัน ต๋องคิดถึงแม่ คิดถึงหมู่บ้าน คิดถึงสนามเด็กเล่น คิดถึงทะเลสาบ คิดถึงไข่ดาวในจานลายดอกทานตะวัน แม้ว่ากรุงเทพฯ จะมีไข่ดาวเหมือนกัน แต่มันก็แตกต่างจากไข่ดาวฝีมือแม่โดยสิ้นเชิง ต๋องเข้าทำงานในกรุงเทพเพราะต๋องไม่อยากให้แม่กินแต่ไข่ดาว จะได้กินกับข้าวดี ๆ บ้าง แต่ต๋องกลับอยากจะกลับไปกินไข่ดาวฝีมือแม่ซะเอง ต๋องจึงใช้ความคิดถึงที่มีในการเขียนเพลงที่สี่ขึ้น

"แม่ by ต๋อง" คิดถึงแม่ขึ้นมาน้ำตามันก็ไหล อยากกลับไป ซบลงที่ตรงตักแม่

ชีวิตที่ไม่มีแม่ต๋องจะอยู่ยังไง ต๋องคิดไม่ออกจริง ๆ

ในวัย 20 ขวบต๋องกำลังเล่นดนตรีอยู่ที่ทางเดินข้างสถานีรถไฟฟ้า ในขณะที่ต๋องกำลังบรรเลงเพลง 500 miles อยู่ ต๋องได้เห็นอะไรบางอย่างที่ทำให้ต๋องมือไม้สั่น หายใจไม่เป็นจังหว่ะ สายตาที่ปรกติมองแค่คอร์ดบนสแตนโน้ตตอนนี้จดจ่ออยู่กับสิ่งนั้นเท่านั้น สิ่งที่รอ รอมาตลอด 6 ปี ขณะที่สิ่งนั้นเคลื่อนที่ผ่านหน้าเขา และค่อย ๆ ห่างออกไป ก่อนที่ต๋องจะเสียสิ่งนั้นไปอีกครั้ง ต๋องตะโกนออกไปว่า "ตั๊ก!! "

กรุงเทพไม่ได้กว้างขนาดนั้น การพบตั๊กคงไม่ใช่เรื่องมหัศจรรย์อะไร แต่มันคงมหัศจรรย์กับต๋องเหลือเกิน เมืองหลวงเล็ก ๆ แต่กว้างใหญ่สำหรับต๋องมาก ตั๊กใส่หูฟัง Headphone จึงไม่ได้ยินเสียงต๋องเลย ต๋องจึงตัดสินใจจบบทเพลง 500 miles ด้วยตัวเอง วางกีตาร์ลงรีบเก็บใส่กระเป๋ากีตาร์ กระเป๋าเก่ารูดซิบไม่ค่อยจะขึ้น ตั๊กกำลังเดินขึ้น Bts ไป ซิบยังติดอยู่ที่เดิม ไม่ทันแล้ว ต๋องสะพายกระเป๋ากีตาร์ทั้งอย่างนั้น มือซ้ายคว้าสแตนโน้ตทั้งที่ยังไม่ทันได้พับเก็บขา และวิ่ง วิ่งตามสิ่งนั้น สิ่งที่รอมา 6 ปี

(If you missed the train I'm on)

"ตั๊ก รอเราด้วย" ต๋องพยายามแทรกผู้คนที่อัดแน่นกันตรงบันไดเลื่อน

(You will know that I am gone)

"ตักเราต๋องไง รอเราก่อน อย่าเพิ่งไป" แม้ผู้คนจะมีท่าทีรำคาญที่ต๋องตะโกนเสียงดัง แต่ต๋องก็ยังคงทำต่อไป ตั๊กที่ใส่หูฟังอยู่ก็ไม่ได้ยินต๋องเสียที

(You can hear the whistle blow a hundred miles)

ประตูรถไฟฟ้าปิดลง ตั๊กอยู่ในนั้น แต่ต๋องอยู่ข้างนอก แล้วต๋องก็ต้องเสียตั๊กไปอีกครั้ง
SHARE

Comments