ฤดูร้อนไม่มีเธอ

       
       ผมว่าผมก็ใช้ชีวิตอย่างเดิม เดินไปที่เก่า เปิดน้ำให้แรงที่สุด รดน้ำต้นไม้ทุกเช้าอย่างเคย ทานอาหารด้วยปริมาณข้าวหนึ่งกำมือ เน้นเนื้อสัตว์และผักหน่อย ชมถ่ายทอดสดการแข่งขันบาสเก็ตบอล ผมชอบลีลาของพวกเขานะ แต่ผมไม่คิดว่าการทำแต้มแทบทุกนาทีมันจะยังมีความเข้มข้นใดหลงเหลืออยู่บนความตื่นเต้น 


ผมสวมรองเท้าสภาพมอมแมมไม่น่าชมนัก ออกไปวิ่งสี่สิบห้านาทีจนข้อเท้าเริ่มปวดและหอบแฮกจนเหมือนจะบ้า เปิดน้ำอย่างแรงที่สุด และสาดรดมันลงบนหัว หยาดน้ำกระเซ็นออกไปทุกทิศทุกทางเพราะผมติดนิสัยสะบัดผมหลังสระทุกวี่วัน สบู่สูตรเย็นในหน้าหนาวเหมือนผีร้ายกัดกินความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ลงทีละเล็กละน้อย 


เสียงเพลงจากตู้เย็นที่คล้ายจะน่ารักและคลาสสิค, ไม่เลย ผิดถนัด ให้บรรยากาศราวกับอยู่ในบ้านผีสิงของแอนนาเบลล์และเธอพร้อมจะไล่ล่าผมทุกครั้งในวันฝนพรำ 


เอาล่ะไหนดูซิ วันนี้คงต้องเป็น แครกเกอร์รสชีสแกล้มหนังรักน้ำเน่าและเบียร์



กิจวัตรเหรอ อาจจะเหมาะสม แต่ถ้าผมเรียกมันว่าวังวน อาจจะเหมาะกว่า มันไม่แย่ซะทีเดียว เพียงแต่ผมไม่หลุดออกมาจากห้วงเวลาและโซ่ลากตรวนข้อเท้าที่ไม่ได้ให้ความรู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย ผมไปไหนไม่ได้ ถึงผมจะรู้ว่ากุญแจไขมันอยู่ที่ไหน ผมก็ไม่มีที่ให้ไปอยู่ดี



อย่างเดียวที่พอจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง คงเป็นความฝันในชั่วข้ามคืน ผมตื่นขึ้นมาด้วยน้ำตาอาบสองแก้ม แปลว่าวันนั้นผมฝันถึงพ่อล่ะ แต่รู้อะไรไหม พ่อผมไม่ได้หายไปไหนไกลเกินเอื้อม เขาอยู่ไม่ไกล เพียงแต่ผมไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เพราะเขาจะสำคัญกับผมมากที่สุด ตอนที่ผมต้องสูญเสียเขาให้กับความฝันอันยาวนานของตัวเองโดยที่ผมไม่แม้แต่จะมิสิทธิ์ควบคุม



ผมอาจตื่นขึ้นมาด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก นั่นหมายถึงเป็นฝันที่มีชีวิตชีวาเหลือเชื่อ ผมทำอะไรได้มากกว่าที่ทำ เป็นอะไรได้มากกว่าที่เป็น ในความฝันนั้น ผมว่ามันน่าสนุกเป็นบ้า และ lucid dream สุดทะเล้นเอง ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำผมยิ้มได้อยู่เสมอหลังลืมตาตื่น



ส่วนสิ่งที่เรียกว่าฝันร้ายสำหรับผม มันจะร้ายจริงๆ หรือเปล่า ถ้าบางครั้งผมดันฝันถึงเธอ เธอคนที่หัวใจผลักเอาไว้ลึกที่สุด วันดีคืนดีกลับนึกอยากจะปลุกออกมาให้ผมตั้งคำถามกับเศษซากความรู้สึกที่หลงเหลือในความทรงจำ และผมตอบคำถามนั้นไม่ได้ดั่งใจนัก อาจต้องใช้เวลาคิดสักหน่อยหรือบางครั้งก็สักพัก ผมใช้เวลากับมันด้วยความสัตย์จริง แต่ผมตอบไม่ได้เลยว่าจะมีความหมายอะไรที่สละเวลาส่วนหนึ่งไปคิดถึงมันหรือเปล่า เพราะผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ว่าผมจะเลือกตอบอย่างไหน มันก็ไม่ได้ต่างกัน

 
เธอคนนั้นปรากฏตัวในปลายฤดูหนาว และจากไปก่อนที่ฤดูร้อนของอีกปีจะวนเวียนกลับมา ผมจึงไม่มีโอกาสได้เข้าใจ ว่าฤดูร้อนที่มีเธอมันเป็นเช่นไร เพราะรู้ตัวอีกที ฤดูร้อนไม่มีเธอ  


ถึงกระนั้น หมู่มวลความรู้สึกมากมายก็เกิดขึ้นจริง และแม้จะจบลง มันยังถือโอกาสไปต่อในใจของผมแต่เพียงผู้เดียว



ผมไม่ขอเล่าต่อในส่วนที่ทำให้ต้องเดินไปสูบบุหรี่ตรงสวนหลังบ้านหรอกนะ มันมีช่วงเวลาที่สาหัสสากรรจ์เอาการ แต่นั่นไม่ได้ยากลำบากเกินกว่าที่ผมจะผ่านมันมาได้ ผมบลัฟให้ดูเท่เฉยๆ หนะ สภาพไม่ต่างจากหมาจรตามตรอกแสนซอมซ่ออยู่เหมือนกัน ณ ห้วงเวลานั้น



จะยังไงก็ช่าง ผมได้รับโอกาสเพื่อมีชีวิตที่ค่อนข้างมั่นคง มีความรักที่สดใหม่ และผู้คนบนทางที่หลากหลาย ผมคว้าไว้ทุกโอกาส เราไม่มีทางรู้ใช่ไหม ว่าถ้าเริ่มที่จุดนี้แล้วจะไปจบที่จุดไหน ผมมีความรู้สึกใหม่ๆ ผุดขึ้นมากมาย แต่รู้อะไรไหม ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้รสหวานจากรักครั้งแรกของผมมันเจือจางลงเลย



ท้ายที่สุดผมก็เลือกจะจบทุกความสัมพันธ์ ผมรับตัวเองไม่ได้เท่าไหร่ ที่ยึดถือทุกอย่างไว้เพียงแค่เพราะไม่กล้าจะปล่อยมือจากสิ่งใดเลย ผมไม่อยากสูญเสียตัวตน แต่ก็ไม่อยากสูญเสียความลำบากใจ ผมต้องการความสัมพันธ์ หนัง และเบียร์ ดีจังที่หนังและเบียร์ไม่ได้หาซื้อยาก แต่กลับกันเพราะความสัมพันธ์หาซื้อไม่ได้เลย และผมก็ยืนยันจะใช้ชีวิตอย่างขาดแหว่ง ซึ่งมันก็เป็นเพียงแค่ช่วงเดียว ผมใช้เวลาสิบวันในการทำตัวให้ชินกับสภาพการณ์ และใช้เวลาถึงยี่สิบเอ็ดวันในการทำใจให้ชินกับสิ่งที่ควรจะต้องเป็น



เสียงจักจั่นและจิ้งหรีดกรีดร้องกันอย่างโหยหวนเอาเป็นเอาตาย ผมว่าไม่เห็นจำเป็นต้องแข่งขันกันถึงเพียงนั้น เขาอาจจะภาคภูมิ แต่หารู้ไม่ว่ามีใครนอนหนวกหูพวกเขาอยู่ในห้องริมป่า ส่วนที่น่ารำคาญกว่า มันดันหมายความว่า ฤดูร้อนมาถึงแล้ว 


เมื่อคืนผมฝันถึงเธอ เป็นฝันที่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ เอาล่ะ มันเป็นแบบนี้ทุกรอบ เวลาเป็นเรื่องของเธอ สมองผมจะดับไปดื้อๆ แรงกระเพื่อมของรอยหยักดับหายคล้ายจะย้ายไปกระเพื่อมแรงขึ้นเป็นสองเท่าที่หัวใจ นั่นมันไม่ทำให้อะไรดีขึ้นเลย จริงไหม 


ผมคิดอะไรไม่ออก รู้แต่ว่ามีเหล่าทัพความรู้สึกอัดกันแน่นจนจุกอก และแม้ในฝัน ผมเองก็ยังไม่กล้าพูดอะไรออกไป ถ้าฤดูร้อนจะจบลงที่ต้องขาดเธออีกหนหนึ่ง ผมแค่ไม่มั่นใจว่าจะต้องเอาตัวรอดผ่านช่วงเวลาแสนวิกฤติเหล่านั้นไปได้อย่างไร ครั้งเดียวในชีวิตคงจะเกินพอแล้ว 


ผมอาจมีคำถามมากมาย นั่นรวมถึงถ้อยคำที่ไม่ได้ต้องการคำตอบอะไรกลับมาด้วยนะ แต่แล้วไง บรรยากาศไม่สดใส เราจบลงตรงที่การสบตา และทุกสิ่งทุกอย่างกลับถูกสะกดหยุดนิ่งและว่างเปล่าดั่งว่ามันไม่เคยมีอยู่แต่แรก ความสับสนทั้งหลายพลันหายกลับเข้าไปในใจเหลือแต่ความดื้อรั้นที่จะทนฝืนช่วงเวลาไม่ให้มันผ่านไป ราวกับกางแขนสุดกำลังเพื่อขวางสายน้ำที่กรากเชี่ยว ผมหยุดอะไรไว้ไม่ได้เลยในห้วงเวลาที่ไหลไป 


มีงานวิจัยประเภทหนึ่งที่ผมเคยมีโอกาสได้อ่านเจอตอนนั่งจิบกาแฟยามเช้า เขาว่าเวลาในฝันจะช้าลงสักช่วงหนึ่ง แต่ไม่ถึงขนาดที่ทุกสิ่งจะสโลว์โมชันไปตลอด แค่ช้าลงสักเสี้ยวเดียว เสี้ยวที่มากพอจะทำให้การหวดหมัดของคุณไม่สร้างความเจ็บปวดเท่ากับในชีวิตจริง แต่ช่างมันปะไร ผลวิจัยโง่เง่า เวลาจะช้าให้ตายอย่างไร ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะนานขึ้นสักหน่อย ถ้าสุดท้ายแล้วเธอจะจากไป อาหารเช้ามื้อถัดไปของผมคงจะไม่อร่อยอยู่ดี



ผมตื่นขึ้นมาด้วยความว่างเปล่า ใช้เวลาไม่นานในการนึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่หนักหน่วง ผมไม่ได้เป็นจอมทัพ ไม่ได้เป็นสายลับ และไม่ได้เป็นแม้แต่โจรขโมยเพชร มันไม่ได้มีความรู้สึกคลับคล้าย แต่มันคงยิ่งใหญ่และมีผลกระทบต่อใจอยู่ไม่น้อย ถ้าลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความเว้าแหว่งถึงเพียงนี้



ผมเปิดน้ำให้แรงที่สุด สาดโยนให้แอ่งน้ำน้อยๆ ในมือกระแทกเข้ากับหน้าอย่างจัง เผื่อจะได้ผลักความว่างเปล่าในจิตวิญญาณที่กำลังเป็นอยู่ให้หลุดหายไปในช่องว่างแห่งกาลเวลา เพ้อฝันทั้งเพ ผมยังไปที่เก่าอย่างเช่นเคย เปิดน้ำแรงที่สุด รดน้ำต้นไม้ทุกเช้าอย่างเช่นเดิม 


แต่คนเราก็เป็นแบบนี้ จู่ๆ ก็คงจะเปลี่ยนใจในชั่วข้ามคืน โซ่ตรวนที่เหนี่ยวรั้งจิตวิญญาณเอาไว้ เหมือนตอนนี้มันเบาหวิวเสียยิ่งกว่าครั้งไหน กล้อง dslr คล้องสายสะพายไว้กับคอ ในวันที่จักจั่นและจิ้งหรีดยังกรีดร้องกันระงม ผมจะออกไปถ่ายรูปของผีเสื้ออยู่ดี, เธอชอบผีเสื้อหนะ และวันนี้ผมคิดถึงเธอ




SHARE
Writer
Nathaniel
obliviate'
นาธาเนียลขอโตขึ้นผ่านตัวหนังสือนะ

Comments