ยิ่งตัดยิ่งงอกงาม
ธรรมชาติมีความย้อนแย้ง ในแง่หนึ่งการได้รับนำมาซึ่งความเติบโต เด็กได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่ ได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ต้นไม่ได้รับน้ำและแร่ธาตุที่จำเป็น ความขาดแคลนในส่วนนี้นำมาซึกภาวะชะงักการเติบโต ป่วย และอาจจะตายไปในที่สุด หลายชีวิตพยายามดิ้นรนจนถึงขั้นต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งปัจจัยที่จำเป็นต่อการเติบโตและการดำรงอยู่เหล่านี้



แต่ในอีกแง่หนึ่งกลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม บางสิ่งที่มีประโยชน์ต่อความก้าวหน้าและความรู้สึกของเรา แต่การยิ่งสละมันให้คนอื่นมันกลับยิ่งงอกเงยขึ้นกว่าเก่า ยกตัวอย่างเช่น ความรู้ สมมติเราอ่านหนังสือเตรียมสอบ การที่เราติวแบ่งความรู้ให้เพื่อนแทนที่เราจะเสียความรู้ส่วนของเราไป กลับการเป็นว่าความรู้ที่มีจะยิ่งฝังแน่นและเชื่อมโยงได้ดียิ่งกว่าเก่า ซ้ำยังอาจเกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างในกลุ่มทำให้ความรู้ที่มีสมบูรณ์ยิ่งขึ้น



ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่่ยิ่งแบ่งหรือยิ่งสละยิ่งงอกงาม เป็นเรื่องที่หวานซึ้งชวนน้ำตารื้นที่มุมขอบ ทายซิครับเรื่องไหน 3..2..1… แท้นแถ่น!! เรื่องความรักครับ จากประสบการณ์ของผมและการเฝ้ามองประสบการณ์คนอื่น ไร้งานวิจัยหรือตำราเล่มใดมาอ้างอิง การที่เราทำดีหรือเสียสละให้ใครสักคนหนึ่ง เป็นบ่อเกิดให้ผูกพันธ์และเกิดสายใยรักกับคนนั้นได้ง่ายขึ้น



การที่เราจะสวมวิญญาณเข้าใจการเป็นผู้ให้และช่วยเหลือเหมือนแม่ชีเทเรซ่า ไม่ใช่ต้องรอให้ผู้ยากไร้มาทำอะไรสักชิ้นเพื่อให้เราซาบซึ้งบุญคุณแล้วเกิดความรัก แต่เป็นการที่ยอมเสียสละ เวลา พลัง และทรัพย์สินของตนทำเพื่อพวกเขา เมื่อนั้นเราจะสัมผัสถึงความงดงามยามได้ช่วยเหลือคนที่อยู่ตรงหน้า เป็นความสวยงามที่ความสุขสบายกายใดๆไม่สามารถมอบให้ได้ เหมือนแสงอาทิตย์อ่อนๆยามเช้าที่ต่อให้หลอดนีออนราคาแพงสักเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทอดแทน ยิ่งปล่อยวางตัวตนของเราได้ก็ยิ่งรู้สึกถึงมันชัดเจน และจะเป็นปฏิกริยาลูกโซ่ อานุภาคความรักพุ่งชนและเกิดการแตกตัวทวีขึ้นเรื่อยๆ



สิ่งหนึ่งที่ผมลองเอามาใช้กับชีวิตประจำวันก็คือ การทำงาน ยอมรับว่าในงานประจำของผม ผมก็หมดไฟกับมันมาซักพักเพราะไม่ใช่สิ่งที่ผมชอบและถนัดมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่พอผมลองเปลี่ยนพฤติกรรมของผมเล็กๆน้อยๆ ได้แก่การมาถึงที่ทำงานให้เช้าขึ้น สละเวลาส่วนตัวยามเช้าที่หวงแหนมานานให้กับงานที่เลี้ยงชีวิตเรา 15 นาที เปลี่ยนบทบาทจากการเดินเข้าห้องมาไหว้ยกมือสวัสดีพี่ๆไปรอบๆห้อง เป็นคนที่เตรียมเปิดคอมพิวเตอร์ทุกตัวให้พร้อม พบว่าความรู้สึกเวลาทำงานมันเปลี่ยนไปจริงๆ เราไม่ได้แคร์ว่างานนี้เป็นงานที่เราเกิดมาเพื่อมันหรือไม่ แต่เราคิดแค่ว่าจะอุทิศความต้องการวอกแวกส่วนตัวมาจดจ่อกับมันให้ดีขึ้น สักนิดก็ยังดี เหมือนกับเติมความหวานให้งานตัวเองได้สำเร็จยังไงยั้งงั้น ส่วนสิ่งที่ผมรักและชอบก็แบ่งเวลาส่วนตัวมาทำต่างหาก ซึ่งผมเสียสละเพื่อมันมานานแล้ว



ในโลกปัจจุบันเราอาจต้องฉีดเชื้อความมืดสักนิดเพื่อเป็นภูมิต้านทานให้กับจิตใจของเราในยามเผชิญกับความโหดร้าย แต่ก็ไม่ได้ผิดอะไรที่เราจะมีมุมที่สวยงามให้กับชีวิตบ้าง บางครั้งการแบ่งปันของเราอาจจะเป็นการเสียรู้ เป็นสิ่งที่คนอื่นมองว่าโง่ แต่ถ้าปล่อยวางได้ชีวิตคงจะง่ายกว่าเยอะ ชีวิตคือการลองผิดลองถูก บางครั้งอาจจะเผลอโง่ไปบ้าง แต่ถ้ามันทำให้จิตใจเราอ่อนโยนขึ้น สัมผัสความงามของชีวิตได้มากขึ้น มันก็คุ้มค่าที่จะลองนะครับ



พยายามจะเขียนไม่ให้ดูเป็นการชี้นำ แต่เขียนไปเขียนมาก็ยังดูเหมือนอยู่ เอาเป็นว่าผมพยายามเสนอความงอกงามของบากสิ่งหลังจากเราตัดมันออกแล้วกัน เหมือนการแต่งกิ่งไม้ของชาวสวน ที่ตัดแล้วงอกออกมางามกว่าเดิม

SHARE
Written in this book
Daily Write : Life Lighter
บทความแชร์ประสบการณ์ ไอเดีย และสร้างแรงบันดาลใจ วันละบท (เป้าหมายที่ 100 ep.)
Writer
superwins
รอคนหลงเข้ามาอ่าน
พูดคุยกับจิตใจผ่านตัวอักษร

Comments

Sikayules
5 months ago
ใช่เลยค่ะ
Reply
superwins
5 months ago
ขอบคุณคับ ^ ^
ps13
5 months ago
หลงเข้ามาอ่านค่ะ😁
Reply
superwins
5 months ago
ฮั่นแน่ หลงเข้ามาก็อยู่อ่านกันนานๆนะคับ ขอบคุณมากคับ ^ ^
ps13
5 months ago
หลงเข้ามาอ่านค่ะ😁
Reply
ps13
5 months ago
หลงเข้ามาอ่านค่ะ😁
Reply
ps13
5 months ago
หลงเข้ามาอ่านค่ะ😁
Reply