เราล้วนเติบโตจากการล่มสลาย
“ไม่มีที่ไหนเหมือนบ้าน มันเป็นที่แห่งเดียวที่ยามเรารัก เราก็รักกันอย่างได้อย่างลึกซึ้งหมดใจ แต่ยามกระทำต่อกัน เราก็กระทำกันได้อย่างเจ็บปวดถึงแก่นที่สุด”

...

เรื่องสั้นสำหรับฉันฉันคือยาขม อ่านยาก พยายามจบกับหลายเล่มแต่ก็ไม่ค่อยรอด น้อยกว่าน้อยที่ฉันอ่านจบ

“สลายสิ้นซึ่งความหวังรังรอง” รวมแปดเรื่องสั้นของตินกานต์ สำนักพิมพ์ระหว่างบรรทัดคือหนึ่งในเล่มที่ฉันอ่านจบ, แถมจบแบบรวดเดียวด้วย

อ่านไป อึดอัดไป หน่วงและเจ็บจุกไป เพราะตัวละครและเนื้อหาแต่ละเรื่องมันเรียลมาก พบเจอได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน

อ่านจบแล้วรู้สึกใจสลายไปกับความล่มสลายของความสัมพันธ์ในคนบางคู่บางครอบครัวในบางเรื่องที่รีเลตกับตัวเองรวมถึงคุ้นๆจากเรื่องของคนใกล้ตัว หลังจากกอบกู้ซากความรู้สึกตัวเองได้แล้วจึงอยากเขียนถึง

นี่คือหนึ่งในหนังสือของนักเขียนไทยที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยอ่านมา

จุดเด่นของตินกานต์ที่ฉันชอบมากคือภาษาและลีลาลาการเล่าเรื่อง ตัวหนังสือของเธอสวยมากจนน่าอิจฉา คนอะไรคลังคำเยอะมาก จับคำโน้นคำนี้มาเล่นได้สนุกพลิ้วจนอ่านเพลิน ฉันชอบคำนี้ "ลมระริก เมฆละล่อง" จริงๆมันเป็นคำง่ายๆ แต่พออยู่ในบริบทเนื้อหาในเล่ม กลายเป็นคำที่สวยมาก ส่วนพล็อตและเนื้อหาก็ดีงาม ผูกร้อยและเล่าเรื่องลื่นไหล, เป็นนักเขียนรุ่นใหม่ที่ฝีมือไม่ธรรมดาเลย

ครอบครัวคือผู้สร้าง หล่อเลี้ยง หล่อหลอม และเป็นผู้ทำลายจนเราล่มสลายได้พอกัน ไม่ว่าจะเป็นแม่ผู้คาดหวังกับลูกชาย ทำดีแค่ไหนไม่เคยมีคำชม มีแต่ความเฉยชาและตำหนิติบ่นให้ยิ่งเกิดรูแหว่งในใจ, พ่อผู้ถูกหล่อหลอมเลี้ยงดูด้วยความรุนแรงแสะส่งต่อความรุนแรงนั้นถึงลูกตัวเองจนบ้านร้อนลุกเป็นไฟไม่น่าอยู่, สามีผู้หลบหนีความทรยศหักหลังของภรรยาไปพานพบกับความทรยศหักหลังคล้ายกันในบริบทอื่นที่ยิ่งตอกย้ำว่าชาตินี้จะไม่มีวันหลีกลี้หนีฝันร้ายที่ตามกัดกินจิตวิญญาณได้เลย ฯลฯ

หนังสือเล่มนี้อาจไม่เหมาะกับคนที่เคยหรือกำลังถูก “ครอบครัว” กระทำและชำเราความรู้สึกมา เพราะเรื่องสั้นทั้งแปดชำแหละบาดแผลที่คนในบ้านล้วนกระทำต่อกันจนเหวอะหวะ แม้พยายามปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กันเพื่อห้ามเลือด พอแผลตกสะเก็ด วันดีคืนร้ายก็เป็นเราคนเดิมที่กลับไปฉีกแผลซ้ำเสียเอง, วนไปไม่จบสิ้นคล้ายต้องสาป

แต่ฉันก็อยากแนะนำให้อ่านอยู่ดี เพราะก็เป็นครอบครัวอีกนั่นแหละที่คอยเป็นฟูกรองรับเราเวลาซวนเซล้มลง (ฟูกบางบ้านนุ่ม ฟูกบางบ้านแข็ง) คอยตบไหล่ลูบหลังปลอบประโลมเราว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวมันก็จะผ่านไปเหมือนทุกครั้ง ดังตอนหนึ่งที่นักเขียนบอกเอาไว้ว่า

“ไม่มีที่ไหนเหมือนบ้าน มันเป็นที่แห่งเดียวที่ยามเรารัก เราก็รักกันอย่างได้อย่างลึกซึ้งหมดใจ แต่ยามกระทำต่อกัน เราก็กระทำกันได้อย่างเจ็บปวดถึงแก่นที่สุด”

ฉันอ่านเรื่องสั้นน้อยจึงไม่รู้รสชาติเรื่องสั้นอื่นๆว่าเป็นยังไง แต่ “สลายสิ้นซึ่งความหวังรังรอง” ชำแหละแล่เถือความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวได้อย่างถึงแก่น แต่ก็ไม่พยายามยัดเยียดหรือฟูมฟายบีบเค้นอารมณ์ ทุกความรู้สึกที่กอปรร่างผ่านตัวอักษรเป็นประโยคสะท้อนออกมาอย่างธรรมชาติที่สุด เพราะความ “เอาอยู่” ของนักเขียนที่ปรุงรสเล่มนี้ออกมาได้กลมกล่อมพอดี ไม่น้อยไป ไม่ล้นจนเลี่ยน, แต่เป็นความพอดีที่ซัดเราจนจุกหมอบไม่รู้ตัว

ถ้าใครธาตุแข็ง อยากหาหนังสือเนื้อหาหนักๆมากระทุ้งกระแทกจนแหลกลาญล่มสลายข้างใน แนะนำเล่มนี้ค่ะ

ป.ล. เชียร์ให้ถึงซีไรต์เลยนะ ถ้าได้ฉันจะดีใจมาก 💕
SHARE
Written in this book
Roong Aniston
Writer
RoongAniston
The Reader
Cats, Dogs, Movies & Books Lover.

Comments

Rubywine
1 month ago
หนังสือเล่มนี้ชื่ออะไรคะ
Reply