#31 ความหลอกลวง
เมื่อเราใช้ชีวิตมาถึงจุด ๆ หนึ่ง เราจะพบว่าการหลอกลวง คือสิ่งหนึ่งที่เราต้องพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นการหลอกตัวเอง คนอื่นกำลังหลอกลวงเรา หรือผู้คนที่กำลังหลอกลวงกันและกันอยู่ตลอดเวลา ผ่านสีหน้า แววตา และรอยยิ้ม บางครั้งรอยยิ้มอาจจะแฝงไปด้วยน้ำตา การสังเกตจึงเป็นคำตอบของการพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริง เมื่อใดที่เราคอยใส่ใจผู้อื่นบ้าง เราจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงภายในใจอยู่เสมอ ไม่ใช่ว่าเราหลอกลวงเพราะเราเป็นคนไม่ดีโดยส่วนเดียว แต่เราอาจจะไม่รู้วิธีการแสดงออกถึงความจริงใจก็เป็นได้.
การหลอกลวงตัวเอง
คงไม่มีใครไม่เคยหลอกตัวเอง การหลอกตัวเองคงเป็นอาการของสิ่งต่าง ๆ ที่มันหนักหนาเกินกว่าใจที่จะรับไหว เราจึงหาทางออกด้วยการเปลี่ยนความคิดโดยฉับพลัน แล้วก็โฟกัสไปในสิ่งที่มีความสุขเลย การหลอกนี้มันก็คล้ายกับการหนีปัญหา บางครั้งเราอาจจะต้องหนี เพื่อไปพักและหนี เพื่อไปเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำมาจากปัญหาที่ถาโถมเข้ามา แต่ก็อย่าลืมที่จะเข้าใจปัญหาโดยรวมว่า มันไม่ได้หนักหนาขนาดนั้นหรอก ถ้าใจเรารู้จักที่จะยอมรับมันตามความเป็นจริง หากเราโน้มเอียงจิตใจให้รู้จักมองสิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริงแล้วล่ะก็ ทุกอย่างมันก็จะดูเป็นมิตร หรือมันก็จะมาคอยโอบอุ้มตัวเราให้ผ่านพ้นไปได้เช่นกัน.

ดั่งคำพูดที่ว่า “ไม่มีใครหลอกเราได้ เท่ากับการที่เราหลอกตัวเองหรอก” คำ ๆ นี้เป็นคำที่สามารถเตือนสติเราได้ดีมาก เพราะคำนี้แสดงออกถึงการหลอกลวงที่ไม่มีจุดจบ มันสามารถที่จะไปต่อได้เรื่อย ๆ หากวันนี้เราไม่หยุดที่จะหลอกตัวเองว่า ทุกสิ่งทุกอย่างต้องดีขึ้นสิ มันต้องดีขึ้น แต่โดยรวมแล้วมันดูแย่อยู่มาก ๆ การหลอกตัวเองแบบนี้ไม่ได้เรียกว่าการมองโลกในแง่บวกแต่อย่างใด แต่มันบ่งบอกว่าเรากำลังไม่ยอมรับความเป็นจริงตรงหน้า การยอมรับจึงเป็นทางออกของการหลอกตัวเอง ซึ่งบางทีเราก็ต้องมองชีวิตให้ออกว่า ปัญหาและอุปสรรคไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริง แต่กลับกลายเป็นด้านมืดตัวเราที่เป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งปวง.
การหลองลวงคนอื่น
บางคนอาจจะเคย และบางคนอาจจะไม่เคยหลอกลวงคนอื่น คำนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นคำที่ไม่ได้ดีมากเท่าไรนัก แต่เราหากเราเปิดใจรับมัน คำนี้เป็นสิ่งที่เราจะเจอกันอยู่แล้ว ไม่มากก็น้อย คงไม่มีใครไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้ามาในชีวิต สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการเข้าใจว่า ผู้คนที่เขากำลังหลอกลวงกันอยู่ เขากำลังคิดอะไร ณ ขณะนั้นจริง ๆ แล้วเมื่อเราเข้าไปนั่งในใจผู้คนเหล่านั้นเราจะพบว่า ทุกคนก็แค่ต้องการดูดีในสายตาผู้อื่นอยู่เสมอ ไม่มีใครหรอกที่อยากจะให้คนอื่นมาทับถมด่าว่าเราในทุก ๆ จังหวะชีวิต การหลอกลวงคนอื่นผ่านภาพลักษณ์ที่เราแสดงออกจึงเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด เหมือนกับการวาดภาพให้ดูสวยงามไว้ก่อน เพื่อให้เราจะมีความสุขไปพร้อมกับภาพวาดนั้น.

ผู้คนมากมายอาจจะกำลังเดินทางนี้อยู่ และก็มีน้อยคนที่ไม่เดินทางนี้ แต่สิ่ง ๆ นึงที่เราได้พบเห็นเมื่อตอนที่เข้าไปในสังคม ก็คือการที่เราต้องทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้เรามีความสุขอยู่เสมอ มันอาจจะเป็นพื้นฐานที่เราพึงกระทำกันอยู่แล้วทุกคน มันคือวิถีการเอาตัวรอดของสิ่งมีชีวิต แต่กระนั้นมันก็ไม่ได้เลวร้าย หากการหลอกลวงคนอื่นไม่ได้ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน หรือว่าทำให้ชีวิตคนอื่นได้รับผลกระทบกับสิ่งที่เราทำ ถ้าหากว่าเราต้องการที่ให้ผู้คนยอมรับเท่านั้นก็ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ที่เราจะสามารถสร้างจุดยืนที่ดีต่อยอดไปได้ เวลาที่เราจะสร้างจุดยืนของการยอมรับ อาจจะต้องเริ่มจากการจริงใจกับตัวเองก่อนก็ได้เหมือนกัน.
ความจริงใจต่อความหลอกลวงนั้น
หนีจึงไม่ใช่คำตอบ ความจริงใจจะเป็นคำตอบนั้น วันนี้จึงเป็นวันที่สำคัญที่เราจะเริ่มจริงใจกับผู้คน เริ่มต้นที่จะจริงใจกับความหลอกลวงนั้น เมื่อเรารู้ว่าความหลอกลวงมันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น เพียงแต่ในใจเบื้องลึกของเราต้องการบางสิ่งที่แตกต่างออกไปจากวันนี้ การเปลี่ยนแปลงมุมมองต่อความหลอกลวงนั้นก็อาจจะพอช่วยได้เช่นเดียวกัน ให้ฝึกใจที่จะปรับมุมมองที่เราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ด้วยสายตาดวงใหม่ หากวันนี้เป็นวันที่เราอยากจะหยุดไล่ล่าการตามหาคนที่มายอมรับเรา นั่นจึงเป็นสิ่งที่ดี เพราะเราจะเริ่มจากการยอมรับตัวเองก่อนอย่างแรก สิ่งที่ตามมาจึงเป็นผลลัพธ์ของจุดเริ่มต้นในวันนี้ ให้เริ่มที่จะจริงใจกับตัวเราเองก่อน.
 
หากเราเจอผู้คนที่เข้ามาหลอกลวงเรา เราจงมองเข้าไปภายในจิตใจของเขาเหล่านั้น เราจะเริ่มมองหาจุดที่เราต้องการจะไป มันคือเป้าหมายของชีวิตอย่างแท้จริง เราจะไม่หยุดอยู่กับที่อยู่ตรงนี้ การเดินทางของความจริงใจมันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่ง หนทางของความจริงใจมันเป็นทางแห่งความดี และเป็นต้นทางของความสำเร็จอย่างแท้จริง เราจะไม่เริ่มจากการหลอกลวงตัวเองและการหลอกลวงผู้อื่น แต่เราจะหยุดการกระทำดังกล่าวตั้งแต่วันนี้ แล้วเริ่มรู้สึกกับสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาหาเรา จงมองว่ามันคือประสบการณ์ การเรียนรู้ และข้อมูลที่ทำให้เราได้เข้าใจอะไรบางสิ่งได้มากขึ้น มุมมองจึงสำคัญ.
โอบกอดผู้คนรอบข้างเรา
สิ่งหนึ่งที่อย่าลืมว่าเราจะต้องรู้จักโอบกอดผู้คนข้าง ๆ เราด้วย เราจะต้องไม่ทอดทิ้งผู้คนเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นสังคม ครอบครัว เพื่อนและแฟนของเรา ไม่ว่าวันนี้เขาจะสร้างสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในความฝัน บางครั้งมันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราพอใจนัก แต่ก็อย่าลืมว่าเราไม่ใช่คน ๆ เดียวในสังคม มีผู้คนรอบข้างที่เขายังต้องการความยอมรับอย่างแท้จริงอยู่ด้วย เมื่อคนหนึ่งเริ่มจริงใจ จะมีอีกคนทำตามเราอย่างแน่นอน เราจงเป็นคนเริ่มต้นที่จะโอบกอดอย่างแท้จริง ความสุขในชีวิตคือการที่เห็นผู้คนมีรอยยิ้ม ถึงแม้ว่าเขาอาจจะมีข้อเสียบ้าง แต่เราจะไม่มองที่ข้อเสียของเขาทั้งหมด เพื่อมาหักล้างความดีที่เขายังพอมีอยู่ แต่เราจะโอบกอดพวกเขาเหล่านั้นแทน บอกกับผู้คนว่าไม่เป็นไร ความหลอกลวงในวันนี้เราเข้าใจ.

แล้ววันหนึ่งทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง ถ้าหากว่าวันนี้เราเริ่มเปลี่ยนแปลงบางสิ่งในตัวเรา การเพิกเฉยสิ่งที่เป็นผลกระทบต่อตัวเองและผู้อื่น ก็จะรังแต่สร้างปัญหาในระยะยาว ยิ่งคนในครอบครัวก็ยิ่งเป็นคนที่สำคัญ เพราะครอบครัวเราจะส่งผลไปถึงสภาพแวดล้อมอื่น ๆ อีก หากวันนี้เราเป็นผู้ใหญ่ ก็จงเป็นผู้ใหญ่ที่โอบกอดผู้น้อยอย่างแท้จริง และหากวันนี้เราเป็นคุณครู ก็จงเป็นคุณครูที่โอบกอดลูกศิษย์อย่างแท้จริง การช่วยเหลือกันและกันไม่เพียงแต่จะช่วยให้เรามีความสุขมากขึ้น แต่เราจะทำให้สภาพแวดล้อมนั้นงดงามไปพร้อม ๆ กับความรู้สึกเราด้วย การตักเตือนกันบ้างตามกาลเทศะ และการให้โอกาสบ้างตามสมควรก็จะเป็นทางออกของการหลอกลวงทั้งปวง.
SHARE
Written in this book
#notes
จดบันทึกจากความคิดที่กลั่นกรองโดยผ่านการขบคิดและตกผลึก.
Writer
Friendtalkative
Writer
เพื่อนปรึกษา เริ่มต้นจากความคิดที่ว่าโลกเรา ณ ปัจจุบันมีปัญหาเพิ่มขึ้นตลอด สถิติคนที่มีปัญหาแล้วหาทางออกไม่ได้มีอยู่มากในสังคมเราและเล็งเห็นถึงว่าการที่ช่วยเหลือคนอื่นเป็นสิ่งที่จำเป็นไม่น้อยไปกว่าการช่วยชีวิตคน ๆ นึงเอาไว้ เช่น สามารถที่จะปรับทุกข์ให้เขา เป็นที่ปรึกษาในวันที่เขาไม่มีใครรับฟังปัญหาในชีวิตเขาเลย เพื่อเติมเต็มให้กับคนที่สูญเสียเราจึงสร้างเพจนี้ เพื่อช่วยเหลือสังคมให้มีประสิทธิภาพในเรื่องของการอยากใช้ชีวิตมากขึ้นครับ รวมถึงเล็งเห็นว่าชีวิตมีทางออกมากมายไม่ใช่แค่การที่เราโทษตัวเองแต่เปลี่ยนเป็นการ “ปรับปรุง” และ “พัฒนา” ตัวเองยิ่ง ๆ ขึ้นไปครับ.

Comments