(seongsang) os, lighthouse







on ne voit qu'avec le coeur, l'essentiel est invisible pour les yeux

เรามองเห็นแจ่มชัดด้วยหัวใจเท่านั้น สิ่งสำคัญนั้น มิอาจเห็นได้ด้วยตา
— le petit prince (1943)















1.





ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน



แสงสุดท้ายที่ได้เห็นยังคงคล้อยลิบหรี่ลงเรื่อย ๆ คล้ายกับกำลังจะดำดิ่งลึกลงไปอย่างแช่มช้า จนกระทั่งหลอดฟลูออเรสเซนต์ติด ๆ ดับ ๆ นั้นสว่างโร่ขึ้นมาหลักจากที่มันไอโขลกเขลก เป็นวันเดียวกับที่ฝนตกในหน้าร้อน

เป็นวันเดียวกับที่เหล่าม่าเสีย



ย่าทวดไม่อยู่แล้ว ท่านลอยอ้อยอิ่งสวนทางกับหยาดน้ำค้าง คล้ายทางสู่สวรรค์อย่างไรอย่างนั้น สิ่งสุดท้ายนั้นคือไม่ว่าจะใครก็ตามมักไม่จีรังยั่งยืน มีเพียงเถ้ากระดูกกองพะเนินจะจีรังอยู่ตลอดไป



ครั้งนี้ฮวา ไม่ใช่อาจารย์มหาวิทยาลัยคณะมนุษยศาสตร์ที่เขาว่ากันเสียแล้ว การลาออกเป็นเป้าหมายสูงสุดไปเสียเนิ่นนาน อย่างน้อยก็กัดฟันสู้พร้อมเงินเก็บเหล่านั้น



ฮวาไม่ใช่สตาร์ท่ามกลางสปอตไลต์ในละครเวที ไม่ใช่ผลงานชิ้นเอกของศิลปินคนไหน อย่างกับกายหยาบล่องเคว้งที่หายใจได้ ซึ่งไม่ต่างอะไรจากบุหรี่ในแอ่งน้ำขัง






วันนั้น, ฮวาบอกป๊าว่าจะไปที่ที่ไกล ๆ






บอกแค่นั้น, แค่นั้นจริง ๆ กระทั่งที่มีแปรงสีฟันคาบอยู่ในโพรงปาก ที่ที่ไหนก็ได้ที่ห่างไกลจากตรงที่ที่ย่ำยืนอยู่ เพราะคนอย่างฮวาก็สุดแต่อยากจะรู้เช่นกันว่าตนควรจะไปที่ไหน —ครั้งแรกม๊าก็ไม่เห็นด้วยหรอก แต่คนอย่างโกวที่เห็นดีเห็นงามหลานไปเสียหมด การจัดกระเป๋าเดินทางก็จะเป็นสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้น







ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน





ฮวาก็ไม่จีรัง, อย่างกับที่ที่ว่า เกิดคนเดียวตายคนเดียว เป้าหมายก็เริ่มลดลง ความฝันก็เป็นเพียงภาพมายา มิใช่อนาคตที่จะเล่าถึง





แต่เพราะการได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยได้เห็น ไม่เคยไขว่คว้า ไม่เคยสัมผัสเป็นรูปธรรมพวกนั้น ฮวาก็ไม่อยากพลาดมันเลยเสียสักครั้ง —จนกระทั่ง ฮวารู้ว่าควรจะไปที่ไหน





ไปที่ที่รักจีรังยั่งยืนอยู่เสมอ












2.





“กลับมาแล้ว”



สถานรับเลี้ยงเด็กคือที่ที่ตระหง่านตรงหน้าฮวา, คุ้นเคยนักหนา ซึ่งอยู่ที่ทางตอนเหนือของประเทศไทย



สุดทางนั้น ก็พบเจอชายหนุ่มอีกคนที่เฝ้าหาเสียแล้ว เขาชื่อยิปโซ, ผู้ดูแลสถานรับเลี้ยงเด็ก ฮวาสวมกอดไปหนึ่งครั้ง เพื่อให้แน่นอนว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้พบเจอ และอีกฝ่ายยังจำเสียงแหบพร่าและมือสาก ๆ นี้ได้ ฮวายังจำดวงหน้านั้นได้ดี และนัยน์ตาสดสวยคู่นั้น ซึ่งยังคงอยู่ประจำใจ



ยิปโซพิการทางสายตา —ท่ามกลางมนุษย์ตัวเล็กไร้เดียงสาที่ว่อนวิ่งอยู่ในสนามเด็กเล่น แต่ยิปโซไม่ได้อยู่คนเดียว ยังคงมีนางพยาบาลยินยอมที่จะอุปถัมภ์ช่วยเหลือเด็กน้อยอีกค่อนสิบคน ครั้งแรกที่ได้เจอ ก็คือประโยคเดียวกับที่เขามักเรียกช่วยตลอดมา, ช่วยฉันทำนั่นหน่อยซี ช่วยฉันทำนี่หน่อยซี อย่างกับนางฟ้าแม่ทูนหัวในโลกที่มืดบอด นั่นทำให้ยิปโซวิเศษ



สิ่งที่มหัศจรรย์กว่านั้นก็คือ กรอบรูปวาดที่ติดตามผนังเหล่านั้น ถูกบรรเลงด้วยลวดลายของยิปโซเสมอในทุกผ้าใบ




“คุณยังวาดรูปสวยเช่นเดิม, ยิปโซ”



“ดีใจที่มันยังตราตรึงใจคุณอยู่”



“ก็เราไม่ได้พบกันตั้งหลายปีเลยไม่ใช่หรือ”



“แต่คุณยังรอฉันเสมอ”



“แน่นอน”



“มือสาก ๆ คู่นี้มีไว้เคียงคุณเสมอ”



จากที่อีกฝ่ายนั่งบนเก้าอี้ไม้สาน ก็พยุงสังขารขึ้นง่ายดาย, ยิปโซปลดผ้าพันคอที่พาดบนราว —ยกผูกบนส่วนดั้งของอีกฝ่าย คล้ายมีเล่ห์อะไรซ่อนไว้ ซึ่งไม่อาจรู้ได้ และไม่มีทางเลย,





“เต้นรำกันเถอะ”

















4.



ภาพสุดท้ายที่เขานึกออกขึ้นเป็นอย่างแรก คือดวงตาคู่นั้น ก่อนที่ทั้งโลกจะมืดดับอย่างฝนฟ้าคะนอง, นั่นคือยิปโซ ผู้มีกรอบตาเหมือนเนื้อทราย ซึ่งซ่อนเร้นมหาสมุทรทั้งผืนไว้ในก้นบึ้งนั้น รวมไปถึง, รอยปานแดงอ่อน ๆ บนใต้ตาซ้ายของเขา มันค่อนข้างเจือจาง แต่ก็เด่นชัดมากทีเดียว, ราวกับรอยจุมพิตของนางฟ้า แถมดูน่ารักอีกเสียด้วย





จนจินตนาไปถึงวินาทีครั้งสุดท้ายที่ฮวาจะได้เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย —และเมื่อดวงตานั้นถูกผูกด้วยผ้าพันคอกำมะหยี่ผืนเข้ม ฮวาก็มองไม่เห็นอะไรอีกแล้ว




ข้างหน้ามืดดับแม้ตะวันก็ไร้แสงเล็ดลอดออกมาจากผ้า ราวกับอยู่ท่ามกลางทะเลทรายหรือการทรงกายอยู่บนเส้นด้าย ฝุ่นตลบคลุ้งจนแสบจมูกแม้นัยน์ตาจะดับสนิท แต่ความหวาดกลัวกลับไม่อยู่ในสารระบบของเขาเลยแม้แต่น้อยเมื่อฝ่ามือถูกกอบกุมเอาไว้โดยยิปโซ



แผ่นเสียงแผดดนตรี ‘อีซี่ ลิฟวิ่ง’ ของบิลลี่ ฮอลิเดย์ดังชัดเจน แม้เสียงของแผ่นจะสั่นสะดุดคล้ายกับดวงใจที่หล่นเคว้งอยู่ในเขาวงกต แต่ก็ไม่ได้ทำให้สูญเสียสติในความมืด, และเมื่อปลายเท้าเริ่มวาดแผ่นพื้นตามเสียงเปียโน ก็ไม่มีอะไรหยุดมันได้




ทั้งคู่กำลังทำในสิ่งที่เรียกว่าเต้นรำ, อย่างน้อยฮวาก็มั่นใจอย่างนั้น แม้ดวงตาจะมืดสนิทอยู่เช่นเดิม ฮวาแปลกใจเหลือเกินที่ชายหนุ่มขยับท่าทางได้อย่างอ่อนนุ่มแม้ว่าจะมองเห็นแค่เพียงเงาดำ



มือนั้นประสานแน่นเพราะกังวลเหลือเกินว่าจะร่วงหล่นลงไปในบ่อแห่งความสิ้นหวังเมื่อก้าวขาออกย่ำซ้ำ ๆ , แต่สุดท้ายก็ประคองขึ้นมาได้เมื่อคู่เต้นรำที่แหวกว่ายอยู่ในนั้น เพลิดเพลินกับท่วงทำนองเหลือเกิน จนทำให้ฮวากำลังจินตนาถึงฮอลเต้นรำขนาดใหญ่ รายล้อมผู้คนที่พร้อมจะเต้นรำเช่นกัน



ถึงอย่างนั้น, ทั่งคู่กลับไม่ชนคู่เต้นคนใดเลย เพราะในที่นี่ ในโลกแห่งความมืดนี้ มีเพียงแค่เขาและเขาที่มองเห็นเท่ากัน













แท้จริงแล้ว ฮวาก็นึกสงสัย




ภาพที่ยิปโซวาดไว้กับตน จะมีรูปลักษณ์อย่างไร




หน้าตาแบบนี้ของฉัน, เป็นอย่างที่คุณคะนึงถึงใช่ไหม




เพราะเขาก็ไม่อาจ จินตนาได้เลยว่าคุณงดงามเกินมีอยู่จริงเพียงใด จนทำให้เขายากที่จะลืมลง




















5.





สิ่งสำคัญนั้น มิอาจมองเห็นได้ด้วยตา,
















6.





“ ’ม่า” — “อาม่าคิดว่าทำไมคนเราถึงไม่กล้าที่จะเริ่มต้นชีวิตเหรอ”



ฮวาคุกเข่าหน้าโซฟาตัวเก่ง


กอดรูปถ่ายซีดผุของใครคนหนึ่งเอาไว้แนบอก



ที่มีปานแดงเล็ก ๆ คล้ายรอยจุมพิตนางฟ้า




“ ’ม่าไม่รู้คำตอบที่ฮวาอยากได้หรอก”



“แต่ ’ม่าคิดเสมอว่า โลกจะบังคับให้ฮวากล้าหาญ เพราะฮวาอยู่ในที่ ๆ ฮวาย่ำมาโดยตลอดไม่ได้”




“การก้าวขาออกไปก็น่ากลัว แต่มันเป็นความจริงที่ต้องเผชิญนะ”





“ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน”


“ไม่มีอะไรจีรังยังยืน. ”
















7.





แด่คุณ, ยิปโซ, หนึ่งเดียวของฉัน
โปรดอย่าเจ็บปวด มองเห็นในทางที่มืดมัว

โปรดลอยล่องสู่สุขคติ,

เพราะมือสาก ๆ คู่นี้จะมีไว้เพื่อดูแลคุณเสมอ














ฟิคเรื่องนี้ขอมอบให้แก่คุณย่าผู้เป็นที่รัก,
และงานส่งครูนาฏศิลป์ค่ะ ฮ่า ๆ

สั้นมาก ๆ และไม่ค่อยมีสติในการเขียนเลย กลัวว่าจะอ่านแล้วงง ๆ มากค่ะ —ไว้ถ้ามีเวลาจะมาจัดเรียงใหม่ แต่จะยังคงประโยคไว้อยู่นะคะ



ซียู, ขอให้มีวันที่ดีเสมอ
the lighthouse keeper —sam smith (audio)




#จากประภาคารซซ



SHARE

Comments