ไดอารี่ที่รัก




No.23
Date : 14/08/2015
 
       ไดอารี่ที่รัก วันนี้เหมือนทุกวัน ฉันหมายถึงมันก็แย่เหมือนกันหมด โลกน่าเบื่ออย่างนี้เสมอ ฉันมีคำถามเต็มไปหมด มีเรื่องมากมายรบกวนหัวใจ แต่เธอไม่ต้องเป็นกังวลไป วันนี้พอมีเค้าลางของเรื่องดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ฉันจะค่อยๆ เล่าให้เธอฟัง ก็เรื่องเดิมๆ แหละ แต่ฉันว่าเหมือนฉันจะหลุดออกจากห้วงพันธะที่มองไม่เห็นได้บ้างแล้ว หลักฐานก็คือ ฉันไม่ได้เจ็บปวดหัวใจเหมือนเมื่อก่อน ฉันมองรูปของเราได้อย่างปลาบปลื้ม ยิ้มอย่างค่อยๆ ขมขื่นเล็กๆ ส่วนใหญ่ก็คงคิดถึง แต่ความรู้สึกจะจบลง เมื่อฉันเก็บรูปกลับเข้าไปในกระเป๋าสตางค์ ว่าแต่ วันนี้ฉันพูดจาสุภาพกับเธอจังนะ ช่างมันเถอะ ไม่สำคัญเท่าสัญญาณที่บอกว่า ฉันกำลังจะเป็นอิสระ

จะกลับมา, เอมมิลี่




ควันบุหรี่ยังลอยล่องออกไป จากระเบียงห้องชั้น 8 ปลายทางจะจบลงที่ตรงไหนก็ไม่มีใครรู้ เธอเคยสงสัยบ้างไหม …ไม่หรอก มือของเธออาจจะคีบบุหรี่ ปอดของเธออาจจะเต็มไปด้วยควัน แต่ใจของเธอเสมอมา, ไม่เลย ไม่เคยเต็มไปด้วยอะไรอื่น นอกไปจากเขา 





No.20
Date : 17/06/2015
 
       ไดอารี่ที่รัก พักนี้เจอกับเธอบ่อยๆ ทำไมไม่กลายเป็นที่รักจริงๆ ไปซะเลยนะ คงจะเหงาน้อยกว่านี้สักหน่อย แต่ไม่ๆๆ ฉันไม่ได้จะกล่าวโทษเธอ ฉันก็แค่บ่นพึมพำของฉันไปเรื่อย จริงๆ คือ ยังเสียใจล่ะ นึกว่าจะปล่อยไปได้บ้างแล้ว พอไม่ได้นึกถึง ฉันก็ใช้ชีวิตของฉันได้ตามปกติ ฉันไม่ได้คิดเลยด้วยซ้ำว่าขาดตกอะไรไป จริงๆ ก็รู้สึกแหละ แต่ก็พยายามไม่คิดอะเนอะ ยังไงก็ตาม เรื่องที่จะสารภาพคือ วันนี้ฉันเปิดรูปเขาดูด้วยล่ะ และใช่เลยไดอารี่ ทุกอย่างที่สร้างมา พังเละ ไม่เหลือชิ้นดี ฮ่าๆๆ แต่ฉันมีความสุขนะ ก็ใช่ ฉันมีความสุขเสมอเมื่อได้เจอเขา แต่มันก็เท่านั้น เพราะในความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้แล้ว ฉันก็เลยจบลงด้วยการมานั่งระบายกับเธออย่างนี้ไง

จนกว่าเรื่องของเราจะสูญสลายไปจากใจฉัน, เอมมิลี่



“น่าหัวเราะให้กับการกระทำของเธอเสียจริง รู้ทั้งรู้ว่าจะต้องจบลงแบบใด เธอก็ยังทำแบบเดิม” 



เธอสูดควันบุหรี่ด้วยลมหายใจฟอดที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ปอดของเธอจะรับไหว รับสารก่อมะเร็งเข้าไปเต็มๆ และปล่อยออกมาเป็นหมู่มวลควันลอยล่อง และลอยไป ถึงแม้จะสงสัย หรืออยากจะรั้งเอาไว้ เธอก็คงคว้าไม่ทันอยู่ดี มันสลายร่างก่อนที่เธอจะจับต้องได้เสียอีก… ฉันก็หมายถึงทั้งควัน ทั้งความรู้สึกของเธอนั่นแหละ  





No.17
Date : 19/05/2015
 
       ทำไมมันถึงไม่ยอมหายไปสักที ฉันใช้เวลากับเรื่องบ้าๆ นี่นานเกินไป นานจนฉันจะไปทำอะไรก็ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ทำไมถึงต้องจบลงแบบนี้ ทำไมฉันถึงไม่ได้ไปต่อ ฉันทำอะไรผิดมากนักเหรอ ถ้าตอนนั้นฉันยังไม่เข้าใจ ถ้าตอนนั้นฉันยังเด็กเกินไป แล้วมันเป็นความผิดของฉันหรือไง ฉันจะไปรีบโตได้หรือไง ใครจะไปรู้วะ แล้วเธอเป็นบ้าอะไรของเธอที่ไม่ยอมเข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจก็ช่วยออกไปให้ไกลจากใจฉัน ฉันจะใช้ชีวิตบ้านี่ต่อไปได้ยังไง ฉันจะลืมเธอได้ยังไง ทำไมจะต้องเป็น-



“ฉันก็แปลกใจเหมือนกัน ที่น้ำตา น้ำหมึกและความรู้สึกของเธอปะปนกันได้เละเทะขนาดนี้ เหมือนงานศิลป์แบบแอ็บแสตรคท์ของอาจารย์แจ็คสัน พ็อลล็อค ความหมายคือมันน่าปวดหัวและฉันไม่ชอบมันอย่างแรง” 



บุหรี่หมดไปมวนแล้วมวนเล่า แต่เธอไม่รีรอที่จะจุดมันขึ้นใหม่ บุหรี่ไม่เคยขาดมือ และเธอเองก็ไม่เคยมีมวนสุดท้ายอยู่ในใจ เพราะมวนสุดท้ายจริงๆ มันอยู่ในซอง เธอคงคิดว่าถ้าสุดท้ายแล้วมันจะหมดไป จะห้ามใจตัวเองตอนนี้ไปเพื่ออะไร





No.14
Date : 07/05/2015
 
       นี่ไดอารี่ ถ้ารู้ว่าจะจบลงด้วยความเจ็บปวดขนาดนี้ ฉันคงไม่เริ่มมันตั้งแต่แรก เธอว่าเขาขี้โกงไหม ที่คิดเอง ตัดสินใจเองโดยที่ไม่ได้บอกฉันเอาไว้ก่อน แล้วพอจะไปก็ไปเลย เหลือไว้แค่ฉันที่เลือกอะไรได้บ้างล่ะ ฉันจะตะโกนขอให้เขากลับมาได้ไหม เธอว่าฉันทำได้รึเปล่า ให้พูดกับคนที่ไม่รู้สึกอะไรแล้ว ฉันก็ไม่รู้ว่าจะพูดไปทำไม แต่มันเจ็บจัง มันเจ็บใจโดยที่ฉันเองก็ไม่อาจควบคุมอะไรได้เลย ขอเถอะไดอารี่ ฉันไม่อยากเป็นแบบนี้เลย ขอให้มันจบลงเร็วๆ ขอให้ฉันเข้านอนแล้วตื่นขึ้นมาเป็นคนใหม่ เพราะคืนวันที่แสนทรมานเหล่านี้ ฉันแทบไม่อยากจะมีชีวิตต่อไป

ลืมมันไปทีเถิด, เอมมิลี่



“เธอก็เป็นแบบนี้อยู่ตลอดนั่นแหละ ไม่ใช่ว่าเธอไม่โตขึ้นเลย แต่เธอดันเป็นคนแบบนี้ แล้วฉันก็ไม่เชื่อเลยสักนิด ว่าต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ เธอจะไม่ทำแบบเดิม”

“เธอโทษเขาไม่ได้หรอก มันคงเป็นแค่ข้ออ้างหรือถ้าพูดให้ดูดีหน่อย มันก็แค่กระบวนการปกป้องจิตใจ เธอรู้อยู่ตลอดนั่นแหละ ว่าคนที่ผิดมันเป็นเธอ เป็นเธอที่ไม่มีความสามารถมากพอ”

“เธอขาดความสามารถที่จะรักษาเขาเอาไว้ ซ้ำร้าย เธอยังขาดความสามารถที่จะรักษาตัวเองเอาไว้ด้วย”



ถ้อยคำถูกร้อยเรียงดั่งเธอหลุดออกมาจากจอภาพยนตร์ของเต๋อ นวพล บรรยากาศโดยรอบและการวางตัวอธิบายได้เป็นอย่างดี เธอแข็งแกร่งมากพอที่จะมีชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่แม้แต่จะวิ่งตามใคร
 




No.7
Date : 18/07/2014
 
       ไดอารี่ที่รัก ฉันไม่ได้มีความสุขขนาดนี้มานานขนาดไหนแล้วก็ไม่รู้ เริ่มตั้งแต่เช้า ฉันหยิบเสื้อเชิร์ตตัวโปรด ใส่คู่กับกระโปรงตัวใหม่ที่เขาซื้อให้ มันเข้ากันสุดๆ ไปเลยล่ะ แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ประเด็นเลย ฉันว่านอกจากฉันจะได้แต่งตัวแบบที่ชอบแล้ว ฉันยังได้แต่งตัวคู่กับคนที่ชอบด้วยล่ะ มันยังติดเป็นภาพจำไม่จางเลย ยิ่งคิดก็ยิ่งเขินแฮะ เธอจะเข้าใจมันบ้างไหมนะ ฮ่าๆๆๆ เธอรู้ไหม ฉันอาจจะปล่อยตัวไปสักหน่อย แต่ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดลู่ผิดทางไปจากหัวใจตัวเองเลย สิ่งที่ฉันจะบอกก็คือ วันนี้เขาจูบฉัน ฉันก็ไม่ทันตั้งตัวเท่าไหร่ ฉันไม่เคยรับมือกับอะไรแบบนี้มาก่อน เขาจบประโยคและเงียบไปสักครู่หนึ่ง จากนั้น ก็ค่อยๆ ขยับหน้าเข้ามาใกล้ๆ แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามที่เธอรู้ล่ะ และฉันก็รู้สึกดีมากๆ ฉันไม่ได้รู้สึกผิดกับมัน ถ้าเขาจูบฉันเร็วกว่านี้สักวันสองวัน ฉันอาจจะแอบตะหงิดใจอยู่บ้าง แต่พอมันเป็นวันนี้ ฉันรู้สึกว่าทุกอย่างอยู่ถูกที่ถูกทางไปหมด มันเป็นอย่างที่มันควรจะเป็น และนี่เป็นหนึ่งวันที่ฉันจะรักมันที่สุดเลย

ขอให้มีความสุข, เอมมิลี่



“เธอจะไม่มีความสุขหรอก เอมมิลี่ เธอคงไม่เชื่อคำพูดพล่อยๆ หลักฐานที่ฉันจะบอกก็คือ เธอในตอนนี้ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก ภาพลักษณ์ภายนอกอาจจะดูราวกับเป็นคนละคน แต่เธอรู้อยู่แล้วใช่ไหม ว่าหัวใจคนมันไม่ได้เปลี่ยนกันง่ายขนาดนั้น ฉันคงไม่อยากแสดงความอ่อนแอออกมามากนัก ฉันพูดคุยกับเธอได้แค่ไม่กี่ประโยค แต่จนถึงตอนนี้ เรื่องของเขาก็ไม่ได้ง่ายลงเลยล่ะ เอมมิลี่”

“ใช่ มันเคยได้ชื่อว่ารับมือง่ายอยู่ช่วงหนึ่ง ตอนที่มันตายลง และไม่มีใครเรียกหาอีกต่อไป”

“แต่เราดันมีโอกาสได้กลับมาสานมันต่อ ต่อจากจุดที่พวกเราต่างฝ่ายต่างก็เจ็บปวด บางครั้งความรู้สึกก็คงต้องดับสลายด้วยเหตุและผล”

“และเพราะท้ายที่สุด มันก็ยังเป็นไปไม่ได้อยู่ดี ฉันถึงได้ลงเอยด้วยการมานั่งอ่านไดอารี่ของตัวเองอย่างนี้ไง”



ความแข็งกระด้างที่สั่งสมมา ทลายลงตรงหน้า เธอดูราวกับว่าเป็นคนละคนจนถึงก่อนหน้านี้ ตอนนี้ถ้าเธอจะร้องไห้ออกมา ก็คงไม่มีใครแปลกใจ ความรู้สึกก่อกำเนิดขึ้น และจะคงไว้ได้เนิ่นนานเพียงใด ก็ไม่มีใครรู้ได้ ถ้าจะรัก แล้วต้องเจ็บ เธอจะยังรักหรือเปล่า? 


ถ้าเป็นเอมมิลี่ และแม้มันจะเจ็บ เธอก็คงจะรักอย่างไม่ลังเล โดยที่เชื่อว่า วันหนึ่งความพยายามคงจะตอบแทนเธอในสักทาง 









ถ้าตอนนี้เกิดสมหวัง ฉันจะยังเขียนถึงตัวเองทั้งสองคนหรือเปล่านะ 






ตราบนานเท่านาน, เอมมิลี่ 



SHARE
Writer
Nathaniel
obliviate'
นาธาเนียลขอโตขึ้นผ่านตัวหนังสือนะ

Comments