เกรงใจจัง ไหนล่ะตรงกลาง
บ่อยครั้งที่กลับมาเขียนเรื่องราว เพราะเราเองมักมีเรื่องกังวลใจตลอด จึงจำเป็นต้องถ่ายทอดมันออกมา

เราไม่อยากรบกวนเวลาของใครให้มานั่งฟัง สิ่งที่เราอยากพูด เพราะเขาเองก็ควรมีเวลาของเขาที่จะได้ใช้มันทำอะไรต่างๆนาๆที่มีประโยชน์กับตัวเอง

และแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ก็ชอบเป็นฝ่ายพูดมากกว่าจะรับฟัง ทำให้บทสนทนาที่สนุก มักเป็นการที่ทั้งสองฝ่ายต่างได้ตอบโต้ พลัดกันพูดในสิ่งที่อยากพูดมากกว่า

เราจึงชอบเขียน เพราะการเขียนกระดาษไม่เลือกที่จะรับฟังคงต้องบอกว่าไม่มีสิทธิ์ได้เลือกมากกว่าละมั้ง..

ส่วนคนที่จะเข้ามาอ่าน แค่ถึงบรรทัดนี้ 
เขาก็คงปัดบทความของเราทิ้งไปได้อยู่แล้วเมื่อเขาเบื่อ

คงเป็นความสบายใจ ทั้งคุณและเรา ที่จะต้องการพูดสิ่งที่อยากพูด ที่จะต้องการฟังเมื่อเวลานั้นอยากฟัง
และสารเหล่านั้นเป็นสิ่งที่คุณอยากรับ

เมื่อครู่ เราอ่านเจอข้อความที่ว่ามนุษย์ introvert
ชอบที่จะเขียนมากกว่าพูดออกมา คงจะจริงละมั้ง..
แต่เท่าที่เจอจากหลายบทความ เหมือนทุกคนต้องการเรียกร้องให้กับ introvert และพยายามสร้างความเข้าใจกับคนกลุ่มนี้มากๆ จนเป็นประเภทของมนุษย์ส่วนใหญ่บนโลกไปแล้ว 

ตอนนี้เราแค่คิดว่า introvert คือความต้องการลึกๆของมนุษย์ทุกคนที่ต้องการมีมุมส่วนตัวของตัวเองมากกว่า

มันเป็นเรื่องปกติที่เราอยากมีเก้าอี้ตัวเล็ก ที่นั่งสบายๆไว้สำหรับแค่ตัวเอง ให้ไปนั่งพักพิงเมื่อไหร่ก็ได้

...
ไม่มีใครเป็น สิ่งไหนแบบ 100% นี่นา
แม้ introvert เองก็ยังมีส่วนของ extrovert ปนอยู่

ส่วนคนที่อยู่ตรงกลาง 50-50 นั้น
เห็นจะเรียกกันว่า " Ambivert "

การเป็นมนุษย์ตรงกลางทำให้ไม่รู้ว่าควรปฏิบัติตัวยังไงให้ถูกจัดประเภทได้ จึงแยกประเภทใหม่ขึ้นมาเอง
ซึ่งมันคงจะดี ถ้าในชีวิตจริงเมื่อเราต้องอยู่ในสถานการณ์ที่แยกตัวเองออกไปฝ่ายไหนไม่ได้
 ก็แค่สร้างประเภทให้ตัวเองใหม่.. มันคงสบายใจขึ้นเยอะเลย ที่ตัวเองได้มีหมวดหมู่ อย่างแค่ชื่อเรียกก็ยังดี

แต่จะดีกว่านี้ถ้าสังคมจะให้การยอมรับมันด้วยเช่นกัน
.. เพราะ ผู้คนมักคนจดจำกันแค่ ซ้าย - ขวา ,
ขาว - ดำ , สูง - เตี้ย , ดี - เลว แค่นั้นจริงๆ

เราลังเลกับตัวเองที่ไม่สามารถเดินตามทางที่เลือกมาได้อย่างราบลื่น มันทั้งสับสนว่าจะไปทางไหน
ย้ายเส้นทางดีไหม ใครๆก็บอกว่าเรามันเหมาะกับเส้นทางอีกแบบมากกว่า แต่ตรงนี้ที่เรายืนอยู่มันก็ไม่แย่เลยนะ  .. แค่มันไม่ได้ตรงสะทีเดียว แถมขรุขระเป็นถนนลูกรังเลยล่ะ

บางทีก็คิดว่าถ้าเราเองมีวุฒิภาวะมากกว่านี้จะตัดสินใจเรื่องโง่ๆพวกนี้ได้เองโดยไม่ต้องมานั่งลังเลถามตัวเองจนออกมาเป็นตัวหนังสือแสนยาวนี่ได้มั้ย

แต่พอย้อนกลับไป เมื่อก่อนเราก็คาดหวังว่าเราที่โตขึ้นกว่าเมื่อก่อนแล้วจะทำได้

แต่ก็ไม่เลย

มันมีเรื่องที่ยากกว่าให้คิดเสมอ

ชีวิตมันไม่ง่ายเลย





SHARE
Written in this book
ฉันคือนักศึกษา
ช่วงชีวิตที่เป็นนักศึกษา ผู้หาความรู้ด้านการออกแบบมาประดับประดาศรีษะเอาไว้
Writer
Kotcha_P
Salamander
ชอบเก็บทุกอย่างมาเป็นบทเรียน คิดเล็ก คิดน้อย และไม่คิดอะไรเลย

Comments