เรียนให้จำแล้วเชื่อ หรือเรียนให้หัดคิด
จินตนาการ เป็นบ่อเกิดของเทคโนโลยี และนวัตกรรมนะ ฉะนั้นเราจึงควรสนับสนุนให้มีการเลือกเรียนเสรี เพราะแต่ล่ะคนมีความถนัด มีความสามารถ มีความชอบ ความสนใจไม่เหมือนกัน สังคมควรสนับสนุนให้มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ไม่ใช่เรียนมั่วไปหมด รู้มั่วๆ เป็นเป็ด ที่ไม่รู้ลึก รู้จริง เพราะไม่ได้ศึกษาสิ่งที่อินและสนใจไงล่ะ ควรปฏิรูปการศึกษา ไม่ควรเป็นหลักสูตรภาคบังคับ และถ้าบังคับให้คิดให้ตอบ1ใน4 เราจะหาไอเดียอะไรในการสร้างคำตอบใหม่ไปสู่การพัฒนาทางองค์ความรู้ได้ล่ะ โลกหมุนไปทุกวัน จงอย่าสอนเด็กว่าโลกแบนเหมือนครูยุคก่อน ที่ตีเด็กหักคะแนนเด็กที่ตอบผิด ด่าเด็กว่าโง่
แต่จงเว้นช่องว่างของคำตอบให้เด็กเติมเอง เว้นที่ว่างของความคิดให้เด็กได้พิสูจน์ความคิดนั้น
.....
ควรลดจำนวนครู แต่เพิ่มห้องสมุดประชาชน
ควรลดชั่วโมงเรียนทฤษฎี เพื่อให้เด็กได้มีเวลาเหลือ
ไปทำงานพิเศษ ได้ค้นหาตัวเอง หรืออาจเพิ่มชม.การฝึกงาน
การเรียนรู้ภาคปฏิบัติเข้าไปแทนก็ได้
ควรเอางบค่าเครื่องแบบ เอาไปซื้ออุปกรณ์การเรียนแทน
ผู้ปกครองเด็กบางคนไม่ได้รวยพอที่จะซื้อชุดใหม่ๆได้
ถ้าจะกลัวไม่เท่าเทียม ทำไมไม่สอนเรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคมดูล่ะ ทำไมไม่สอนให้เมตตา ให้เห็นใจเข้าใจคนอื่นดูล่ะ
ทำไมไม่เน้นย้ำว่าทุกคนมีสิทธิหลากหลาย และมีเสรีที่จะคิดจะเป็น คุณค่าของคนหากใช่วัตถุ แต่คือจิตใจที่ดีต่อเพื่อนมนุษย์
.....
ครูไม่ควรเป็นพนักงานรายเดือน
แต่ควรเป็นพนักงานฟรีแลนซ์ หรือสัญญาจ้าง
เด็กๆควรได้มีโอกาสเลือกเรียนกับครู(วิทยากร)ที่ดีที่สุด
หากเด็กๆโดนรังแก โดนทารุณ โดนทำร้าย โดนทำอนาจาร
ก็สามารถฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหายได้ ไม่จำเป็นต้องทน ให้ใครเอาคะแนน เอาไม้เรียวมาขู่
ควรเพิ่มค่าแรงครู แต่ลดจำนวนครู
ควรจ่ายค่าพรีเมียมสำหรับ แอพการเรียนรู้ต่างๆให้เด็ก
.....
คนเราไม่ควรตกเป็นทาสของระบบทุนนิยมไง คิดจะทำงานหนักๆไปจนตายหรอ คนยุค Baby Boomer มักสอนปลูกฝังให้ลูกหลานเรียนทำงานหนักๆเพื่อองค์กร เพื่อเลื่อนตำแหน่ง
.....
ว่าด้วยเรื่อง....ลิขสิทธิ์ หรือการมีความคิดสร้างสรรค์ผลงาน มีธุรกิจ มีความถนัดมีความสามารถที่เป็นเอกลักษณ์นี่เป็นเรื่องดีนะ สังคมควรสนับสนุนให้เด็กๆค้นหาความถนัด ความสามารถของตัวเอง สอนให้เด็กคิดเองทำเอง มีจินตนาการ สร้างสรรค์ผลงานต่างๆ แทนที่จะสอนแบบบังคับคิดบังคับทำ สอนให้คิดให้ตอบในรูปแบบเดียว ประเทศเราก็เดินไปแบบเดิมๆนั่นแหละ ไม่พัฒนาซะที เพราะมัวแต่คิดที่จะทำตามที่คนอื่นสั่ง
.....
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่คนอนุรักษ์นิยม ต้องการรักษาซึ่งค่านิยมการทำแบบเดิมๆไว้ เพราะจะได้ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง ไปสู่การพัฒนาไงล่ะ
บางคนที่มีตำแหน่ง มีอำนาจ หรือนายทุน
เขาจึงต้องการรักษาระยะห่างของความเหลื่อมล้ำ ต้องการรักษาความเป็นอภิสิทธิชน ต้องการรักษาซึ่งอำนาจที่มีอยู่ไงล่ะ จึงได้พยายามรักษาจารีต ขนบธรรมเนียมเดิมๆที่ล้าสมัยไว้ หากเกิดการเปลี่ยนแปลง การพัฒนา และเกิดการแข่งขันสูง ความ priviledge ของเขาก็จะถูกลด เขาจะไม่ได้รู้สึกว่าเป็น Elite เหมือนอย่างที่เคย
......
อยากเปิดมูลนิธิ ศูนย์การเรียนรู้ ไม่ก็โรงเรียนมากๆ
โรงเรียนทางเลือก หลักสูตรนอกระบบ ^^
จะทำให้เห็นเลย ว่าคนที่ทำงานด้วยหัวใจ
อยากเห็นคนเติบโตมีอนาคตที่ดีมันเป็นยังไง
จะไปยื่นฝึกงานให้เด็กทุกคน จะไปให้เด็กทดลองทำงานทุกคน
เด็กต้องได้มีอนาคตที่ตัวเองอยากมี อยากใช้ โดยไม่เสียเวลาชีวิต กลัว?? ว่าถ้าไม่จบตามหลักสูตรรัฐ?? จะใช้วุฒิเข้าสมัครงานไม่ได้??
......
อยากฉีกค่านิยม กระดาษกับความสามารถ มาก
อยากทำให้เห็นว่า เด็กๆของฉัน
อาจไม่มีกระดาษ หรือตราประทับ
แต่ก็ผ่านการฝึกงานมา ผ่านการเรียนรู้มา
ผ่านการได้ทดลองทำงาน สร้างสรรผลงานมา
เพราะโรงเรียนในฝันของฉัน จะไม่ฟิกส์คำตอบให้เด็ก
แต่เด็กคือผู้คิดคำตอบ หรือสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆขึ้นมาเอง
......
อยากฉีกค่านิยม เรื่องอายุ กับประสบการณ์มาก
ทำไมเราต้องขีดจำกัดความสามารถเราด้วยเวลาและวิธีการแบบเดิมๆ(ขั้นตอน)ล่ะ
ถ้าพร้อมก็ไปต่อได้เลยสิ หากมันไปถึงความสำเร็จเหมือนกัน จะมัวแต่เขียนทำไม ถ้าถ่ายเอกสารได้
จะมัวแต่ถ่ายเอกสารทำไม ถ้าถ่ายรูปได้
จะมัวแต่บันทึกข้อมูลทำไม
ถ้ามีคนบันทึกไว้แล้วใน Data Base Platform
กาลเวลา เส้นทางเดิน นามสกุล ชื่อเสียง
มันไม่ได้เป็นตัวการันตีมันสมอง และความสามารถ
เพราะรูปแบบของการประสบความสำเร็จของแต่ล่ะคน
ไม่จำเป็นที่จะต้องเหมือนกัน
......
อยากฉีกค่านิยมเรื่อง บูชา ชื่อ มาก
เรียนจากครูคนเดียวกัน ใช่ว่าต้องประสบความสำเร็จเหมือนกัน
นี่สงสารเพื่อนที่กลับไปเยี่ยม รร.แล้วครูเมิน แถมเหยียด เพราะไม่ได้จบคณะดังมาก
......
จงอย่าเอาคำว่าบุญคุณจากบุคคลหนึ่งไปผูกกับความสำเร็จของใครคนหนึ่ง เพราะทุกสิ่งอย่างรอบตัวเรา ก็คือครู
หากฉันได้มีโอกาสเป็นครู และเด็กของฉันได้เติบโตทำตามฝันที่ตัวเองจะเป็น ฉันจะไม่เรียกเขาว่าศิษย์ เพราะทุกเส้นทางการประสบความสำเร็จของเขา ฉันเชื่อว่าเขาค้นคว้า ขวนขวายด้วยตัวเอง แต่ฉันจะมองเขาเป็นรุ่นน้อง เป็นเด็ก เป็นลูกหลาน และฉันดีใจที่เขามีความสุข ไม่จำเป็นต้องมาทำพิธีกราบไหว้ตอบแทนฉัน สิ่งที่ทำ อยากให้ตอบแทน ให้ประโยชน์ ช่วยเหลือสังคมมากกว่า ถ้าเป็นแบบนี้ได้ ฉันภูมิใจละ
......
SHARE
Written in this book
สังคมไทย
Writer
MeawNoiiz
Dreamer
หยุดคิดไม่ได้ถ้าไม่ได้เขียน

Comments