อยากเล่า
วันนี้เป็นวันที่เราคุยกับพี่แอร์เรื่องให้ช่วยหาคนย้ายคอมขึ้นมาบนห้องให้หน่อย ถึงมันจะเหลืออีก 1 อาทิตย์ก่อนสิ้นเดือน แต่การต้องเจอหน้าเธออีกแค่วันเดียว เราก็รู้สึกเหนื่อยหัวใจแล้ว ดูเหมือนเราจะไม่ได้ชอบเธอน้อยลงเลย เพราะฉะนั้นทางที่ง่ายที่สุดคือ อยู่ให้ห่างจากเธอ

เรานัดกับพี่แอร์ตอน 10 โมงเช้า แต่ดันตื่นสาย เลยตัดสินใจว่าจะเข้าไปย้ายของตอนบ่ายแทน 
อากาศหม่นๆวันเสาร์แบบนี้เราทนอุดอู้อยู่แต่ในบ้านไม่ได้ เลยตัดสินใจลากแม่ไปกินส้มตำที่โลตัส

เราขับรถออกมาจากคอนโดก็พบว่ามีรสสีแดงของเธอจอดอยู่ เราบอกกับตัวเองว่าดีแล้ว เธอมาตอนเช้าแบบนี้ ตอนบ่ายจะได้ไม่เจอกัน เราไม่อยากให้เธอเห็นสภาพเราขนย้ายของไปมา

ตอนบ่ายเรารีบทักไลน์หาพี่แอร์ แต่พี่แอร์ไม่ตอบ เราเลยต้องเดินมารอที่หน้าออฟฟิศก่อน ไม่รู้มันยังไงกันนะ เราถึงเจอว่าเธอนั่งอยู่ในออฟฟิศอยู่กับแม่ซะได้ 

นั่งหันหลังอยู่แท้ๆ ไหงถึงรู้ว่าเรามาแล้วหันขวับมาแบบนั้น เรายกมือไหว้แม่เธอ และยกมือทักทายเธอพอเป็นพิธี เหมือนเธอจะงงว่าเรามาที่ออฟฟิศทำไมทั้งที่วันนี้วันเสาร์

กูก็หนีคุณมึงนั่นแหละค้าบบบบบ....

เราเปิดประตูออฟฟิศตัวเองเข้าไป กะว่าจะมารอพี่แอร์ในนี้ แต่ก็กลัวเปลืองไฟ ประกอบกับที่หันซ้ายไปและพบว่าเธอนั่งจ้องเราอยู่ เลยคิดว่าออกไปนั่งรอข้างนอกจะดีกว่า

เราเดินออกมานั่งรอที่โต๊ะริมสุดนอกร้านกาแฟ หันหน้าออกข้างนอกจะได้รู้ว่าใครเดินเข้าเดินออกมาบ้าง พี่แอร์ก็ยังไม่ตอบแชทซักที ทำให้เราไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรต่อไปดี 

ซักพักเธอเดินออกมาจากห้อง เหมือนเธอมารอใครซักคนซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นรุ่นพี่เธอ พวกเธอเดินคุยกันหายเข้าไปที่ร้านกาแฟ เราแอบมองนิดนึง แล้วยิ้มออกมา รู้สึกว่าแค่เห็นเธอวันนี้เราก็ดีใจแล้ว

ซักพักเธอเดินออกมาเลือกนั่งโต๊ะถัดจากเรา แล้วยังหันหน้ามาทางเราอีก เราเริ่มรู้สึกว่าตัวเองมืิอเย็นขึ้นเรื่อยๆ มันใจสั่นๆ เราได้ยินเธอคุยงานกับรุ่นพี่อย่างจริงจัง เรื่องเหล็กเส้นห่าเหวอะไรนี่แหละ ฟังไม่รู้เรื่องเลยพับผ่าสิ

เราแอบเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง ก็อยากเห็นนี่หน่าว่าเวลาเธอดีลงานมันเป็นยังไง แต่นั่นแหละโป๊ะแตก เพราะปากเธอดีลงานไป แต่ตามองเราอยู่ คงไม่ต้องถามว่าอัตราการเต้นของหัวใจเรามันเต้นดังแค่ไหนหรอกนะ 

เรารีบก้มหน้าลงอย่างมีพิรุธ เมื่ิอไหร่พี่แอร์จะมาซักทีวะ จู่ๆเสียงพวกเธอก็เงียบลง และเธอก็พูดขึ้นมาว่า "ทำไมวันนี้มานี่อะ"

เราเงยหน้าขึ้นมอง รุ่นพี่เธอก็มองเรา

"ถามเรา?" เธอพยักหน้า

"เรามารอพี่แอร์" เราตอบเสร็จแล้วก็รีบก้มหน้าลงเล่นโทรศัพท์ต่อ 

ซักพักเราเห็นพี่แอร์เดินมา เรารีบลุกขึ้นเดินเข้าออฟฟิศ แล้วเปิดประตูทิ้งไว้ ให้พวกช่างเข้ามาช่วยขนของออก

จู่ๆเสียงจากข้างนอกก็ดังขึ้น "ขนของหรอครับ?" พี่แอร์ตะโกนตอบไป "ครับ"

"ใครเรียกคนของผมใช้ ก็เก็บตังเค้าด้วยนะครับ" คนในห้องที่กำลังช่วยขนของกันอยู่ เงียบกันหมดทุกคน

เราได้ยินนะเฟ้ย "เจ้านายพี่แอร์นี่ขี้เสือกชะมัดเลย" เราพูดขึ้น พี่แอร์ถึงกับหน้าเสีย 

"น้องพลอยครับ พี่พรบอกพี่ว่าอยู่ออฟฟิศไปก่อนก็ได้นะครับ ไม่เห็นต้องรีบย้ายขึ้นไปเลย"

"อ่อ ขอบคุณพี่พลอยมากนะคะ แต่พลอยไม่รู้ว่าจะอยู่ทำไมอะค่ะ ขึ้นไปทำบนห้องสบายใจกว่า"

เสียงข้างนอกเงียบไปจนเรารู้ว่าเค้าแอบฟังอยู่ เราช่วยช่างถือของขึ้นไปบนห้อง ตอนกลับลงมาเราเห็นว่าเธออยู่ในออฟฟิศเรา แต่เหมือนรู้อะว่าเรามา เธอก็รีบเดินออกไปจากห้องทำทีคุยงานเหมือนเดิม 

เรากวาดขยะจนเรียบร้อยแล้วก็เอาขนมกล่องสุดท้ายไปให้แม่บ้านข้างบน จังหวะที่เราเดินผ่านเธอไปพวกเธอดันจ้องเราซะงั้นแต่ไม่พูดอะไร 

เราเดินกลับลงมาหลังเอาขนมให้เขาเสร็จ เธอรีบถามขึ้นมาว่า เธอจะไปทำงานอะไรอะ แล้วโอเคมั้ย

อะไรวะ ทำมาเป็นคนดีต่อหน้าคนอื่นหรอ เชอะะะ

"เราโอเค มีงานใหม่แล้ว" แล้วเราก็เดินกลับเข้าห้องไป 

เธอเดินออกไปส่งรุ่นพี่ เรากำลังจะปิดห้อง เธอก็เดินเข้ามา

"มีไรให้ช่วยรึปล่าว"

"ไม่มี" เราตอบกลับไป

"มีอะไรก็บอกเราได้นะ" ไม่มีโว้ยยย ถ้าจะมีอย่างเดียวก็ช่วยชอบกูกลับดิวะ

"ไม่มีหรอก ขอบใจ"

เธอพยักหน้าแล้วก็เดินออกไป 

เราล็อคห้องเรียบร้อยแล้วก็ เดินไปซื้อกาแฟที่ร้านให้แม่ ซักพักเธอก็เดินเข้ามาเอาแก้วเปล่าแค่ใบเดียว เราไม่ได้สนใจเธอและสั่งเค้กอีกชิ้น

เราทันได้ยินเสียงเธอล้อเลียนการสั่งเค้กของเรา "เอาเค้กอีกชิ้นค้าบ"

แล้วเธอก็เดินออกไป ขึ้นนั่งบนรถ แต่ไม่ขับออกไป เราจดๆจ้องๆ ทำไมไม่ขับไปวะ 

เกือบ 10 นาที กว่าจะสั่งกาแฟเสร็จ เธอก็ยังคงนั่งในรถที่เดิม เราจ่ายเงินเรียบร้อย เดินออกมา รถของเธอพร้อมคนในรถก็ยังจอดที่เดิม

10 นาทีถัดมา ข้อความไลน์ดังขึ้น

"มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ"  อิสัสสส ไร้สาระ บอกแล้วไงว่าไม่ต้องง

"อือ ขอบใจ" เราตอบกลับ พร้อมกับยิ้มกว้างๆ
SHARE
Writer
LittlePs
I'm a storyteller
Luving you was my fav mistake I kept all broke stories here, come and be sad with me

Comments