สถานะ v.1: ปรับทุกข์
“Burn out สินะ กูไม่สงสัยสักนิด” แก้วบรรจุของเหลวสีอำพันถูกยกขึ้นดื่มหลังจากจบประโยค
“ผมว่าไม่เป็นสิแปลก เฮงซวยขนาดนี้” คนตอบตอบพลางเคี้ยวถั่วลิสงคั่วเกลือ
“ทำไมวะ ที่ทำงานมันก็เป็นอย่างนี้ทุกที่แหละ”
“ข้อนั้นไม่เถียง”
“งั้นปัญหาน่าจะอยู่ที่ตัวมึงมากกว่า” 
ตรัยชะงักไป ไม่ตอบอะไร พลางครุ่นคิด ...นั่นสิ “ไม่รู้ว่ะพี่ แค่ไม่มีอะไรได้อย่างใจสักอย่าง”
“ถ้ามึงไม่ชอบงานนี้แล้วมึงทนทำทำไม”
“เงินมันดี”
“เงินมันสำคัญนักหรือไง”
"แหม พี่ก็เงินเดือนใช่ย่อย"
"กูทำเพราะกูชอบเว่ย ได้ช่วยคน อิ่มใจจะตาย เงินมันผลพลอยได้" 
"คนที่ทำงานไม่ต้องกังวลเรื่องเงินมันก็ดีอย่างงี้อ่าเนาะ"
"แล้วมึงมีอะไรให้กังวลนักหนา เงินเก็บก็มี เงินเดือนก็มี"
เขาถอนหายใจไม่ตอบ ยกแก้วขึ้นดื่มก่อนถอนหายใจ
“กูว่าไม่ใช่เรื่องงานอย่างเดียวล่ะมั้ง” ภาคยิ้มกรุ้มกริ่ม “เรื่องผู้หญิงเหรอ"
“เดาถูกละ”
"น้องลัคเขาทำอะไรมึง พอพูดถึงถึงได้ทำหน้าอย่างกับหมาหงอยอย่างงี้”
“เขาก็ไม่ได้ทำอะไรหรอกพี่ ผมแค่คิดหลายเรื่อง งานก็เบื่อ แต่ก็ไม่อยากออก อยากไปอยู่ใกล้ๆ ลัคแต่ก็ติดที่แม่กับป๊าอายุเยอะกันแล้วก็เป็นห่วง"
“ชีวิตมึงนี่ย้อนแย้งกันไปหมดเลยนะ”
“เออ ก็ว่างั้นแหละ... ว่าแต่พี่เหอะ”
“กูทำไม”
"กับเนตรนี่ยังไง จริงจังถึงแต่งเมียเลยมั้ย"
"เออ ถึงขั้นนั้นแหละ"
“เมื่อไหร่แต่ง”
“เมื่อเจ้าสาวพร้อมดิวะ”
“ขอยังอ่ะ” ตรัยยกแก้วขึ้นดื่มอีก
"ยัง" ภาคถอนหายใจ “กูยังหาจังหวะดีๆ ไม่ได้ เขาไม่ชอบเซอร์ไพรส์ ทำอะไรเว่อร์ๆ เลี่ยนๆ ก็ไม่ใช่แนว ถ้ายิ่งสิ้นเปลืองนี่โดนบ่นหูชา กูเลยว่าจะขอแต่งงานกลางห้องผ่าตัดแม่งเลย”
“เก๋าจัด สมที่เป็นหมอผ่าตัด”
“แต่กูยังหาจังหวะไม่ได้ ไม่มีเคสที่ต้องเข้าผ่าด้วยกัน" ภาคบอกพลางกวาดตามองไปทางอื่นจนสบตากับสาวคนหนึ่งเข้า เธอยิ้มให้พร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย เขายิ้มตอบก่อนจะหันกลับมาหารุ่นน้อง
“เนื้อหอมจริงจริ๊ง”
“กูไม่ได้อยากป่ะวะ นี่ถ้ามึงไม่ขอ กูก็ไม่ออกมานั่งด้วยหรอก เสี่ยงจะตาย เหมือนเนตรเขามีสัมผัสพิเศษหรืออะไรสักอย่างกูก็บอกไม่ถูก กูออกมาเที่ยวงี้นะ เดี๋ยวโทรมาละ”
พูดยังไม่ทันขาดคำเสียงโทรศัพท์ก็ดัง ภาคหยิบขึ้นมาโชว์หน้าจอให้ตรัยดู “มึงดูละกัน ศักดิ์สิทธิ์กว่าทุกอย่างก็ญาณของแฟนนี่แหละ”
ตรัยหัวเราะร่า 
“ครับ เนตร” 
(เสียงดังจัง อยู่ไหนคะเนี่ย)
“ไอ้ตรัยมันชวนมานั่งกินเบียร์ที่ร้านเพื่อนมันครับ อีกสักพักจะกลับแล้ว”
ตรัยบึนปาก พลางทำปากขมุบขมิบบอกว่า ‘แมว’
ภาคยิ้มอ่อนใส่ “ตรัยมันกลุ้มใจหลายเรื่อง พี่เลยออกมาคุยเป็นเพื่อนมัน”
(แล้วภัทรอยู่กับใครคะ)
“อ๋อ คุณย่าเขามารับไปเที่ยว อีกสองสามวันกลับจ้ะ”
(ถึงว่า ทำตัวเป็นหนุ่มโสดเลยนะ)
“เอ้ย บ้า...พี่ไม่โสดแล้ว” 
(ฮ่าๆ ค่ะๆ โทรมาจะบอกว่าเนตรจะนอนแล้วนะ วันนี้เหนื่อย พี่ภาคถึงบ้านแล้วส่งข้อความบอกเนตรหน่อยนะคะ เป็นห่วง)
“ได้ครับ” เขายิ้มหน้าบานจนอีกคนที่นั่งข้าง ๆ ถึงกับบึนปากหมั่นไส้
“โอ้ย อิจฉาโว้ย”
“Good night ครับ” พูดจบวางหูเสร็จก็หันมาบอก “มึงอิจฉาก็โทรหาแฟนมึงสิครับ”
“แฟนก็ยังไม่ได้เป็นเลย”
“ทำเป็นน้อยใจไปได้ อยากคุยก็โทรมัวแต่ลีลา”
“ช่วงนี้ว่างคุยที่ไหน ทำแต่งาน”
“น้อยใจ?”
“เออดิพี่ แล้วเนี่ยพอผมกลับมา กทม. นะ ยิ่งเงียบ ไม่โทรไปก็ไม่โทรมา” ตรัยถอนหายใจ
“กรรมตามสนองละมั้ง” ภาคว่า “ตอนที่ลัคจีบมึงนี่ มึงแทบไม่สนใจเขาเลยนี่”
“ตอนนั้นไม่อยากให้ความหวังนี่พี่ ใครจะไปคิดว่าจริง ๆ เขาจีบเราติดนานแล้วแต่เราไม่รู้ตัวเอง ใครจะไปยอมรับวะพี่ ให้ผู้หญิงจีบ เสียฟอร์มหมด”
“ครับบบบบ พ่อเสือ...ฟอร์มเยอะตอนนี้เลยเป็นหมา มาว่ากูเป็นแมว กูว่าก็ดีกว่าหมาหัวเน่าล่ะวะ”
“ยอมแพ้ครับ" ตรัยบอกพลางยกมือขึ้นสองข้างท่าเดียวกับผู้ร้ายยอมให้ตำรวจจับ ก่อนถอนหายใจ "เอาไงดีวะพี่”
“เรื่องอะไร งาน เงิน หญิง หรือที่บ้าน”
“ทุกเรื่องแหละ”
“มึงค่อยๆ คิด ไม่มีใครก็บอกมึงได้หรอกว่าต้องทำยังไง มึงตัดสินใจเองแหละดีสุด หรือเรื่องบางเรื่อง ถ้ามึงไม่แน่ใจ มึงก็ต้องทำให้มันแน่ใจ อะไรที่มันไม่ชัดเจนก็ทำให้ชัดเจนซะ”
ตรัยพยักหน้า 
“กูไม่เก่งเรื่องผู้หญิงหรอก แต่กูมั่นใจอยู่อย่างนึงว่าผู้หญิงทุกคนเขาต้องการความมั่นใจว่ามึงจริงจังกับเขาจริงๆ ไม่ใช่ทำกะล่อนแหย่เขาไปวันๆ ปรับเป็นโหมดจริงจังบ้าง”
“ผมก็จริงจังนะพี่”
"แต่ถ้ามองดูแล้ว ที่มึงทำเนี่ยดูเหมือนแหย่เล่นมากกว่า"
"แล้วผมต้องทำยังไง"
“กูไม่ต้องสอนมึงหรอก มึงทำเก่งกว่ากูอีก มึงชินที่จะปฏิบัติกับเขาแบบเพื่อน แต่ว่ามึงควรทำเหมือนกับเขาเป็นผู้หญิงบ้าง. ...ผู้หญิงที่มึงอยากจะปกป้องดูแลน่ะ"
ตรัยครุ่นคิด จริงของพี่ภาค เขาหยอดลัคแบบถ้าดูผ่าน ๆ เหมือนจะขำ ๆ มากกว่าจะจีบ ไม่แปลกที่แม้ว่าเธอจะมีอาการหวั่นไหว แต่ก็ไม่ยอมตกลงใจเสียที
“ผมจะลองดูก็แล้วกัน”


SHARE
Written in this book
สถานะ
สถานะเป็นบัญญัติความสัมพันธ์ที่คนเราสมมติขึ้นมาใช้เรียกความสัมพันธ์รูปแบบต่างๆ อันที่จริงแล้ว ความสัมพันธ์หลายๆ แบบบนโลกใบนี้ ไม่สามารถบัญญัติศัพท์มาใช้เรียกได้ มีความรู้สึกมากมายที่อธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ เรื่องราวของคนสองคนก็มีความหมายลึกซึ้งกว่านั้น แล้วเราจะเอาสถานะ มากำหนดเรื่องราวของเราได้อย่างไร?

Comments