รักนะ ; แต่ไม่ใช่แบบเพื่อน (close friend)
" ทุกคนเคยตกหลุมรักใครแบบไม่รู้ตัวมั้ยคะ ? "

      เรื่องราวของฉันเกิดขึ้นเมื่อตอนม.4 ฉันเป็นแค่เด็กที่มีกลุ่มเพื่อนสนิทผู้หญิงเหมือนคนอื่นๆ ที่โรงเรียนของฉันมีสโมสรฟุตบอลเป็นของตัวเอง และแน่นอนค่ะ เพื่อนร่วมห้องฉันส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นนักบอลกันทั้งนั้น
      เราเรียนกันเป็นปกติหลายอาทิตย์ อยู่มาวันนึงมีเด็กใหม่ 4 คนซึ่งเป็นผู้ชายล้วนเดินเข้ามาในห้องและคุณครูก็บอกว่าพวกเค้าเป็นนักบอลของทีมข้างนอกแต่จะมาเรียนกับเรา นี่แหละค่ะจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้..
      ฉันมีกลุ่มเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่ม.ต้น ฉันคิดว่าทุกคนคงจะเคยทะเลาะกับเพื่อนตัวเองใช่มั้ยคะ ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ฉันทะเลาะกับในแบบที่รุนแรงจนไม่สามารถคุยกันได้ แต่ด้วยความที่นั่งใกล้กัน ฉันจึงขอย้ายที่กับเพื่อนที่อยู่แถวถัดมา น่าจะเดากันไม่ยากนะคะ ใช่ค่ะและเพื่อนที่นั่งข้างๆฉัน คือเพืื่ื่ื่อนนักบอลที่มาจากสโมสรข้้้้้้างนอกแล้วก็เป็นคนที่ฉันตกหลุมรักเค้าไปแบบไม่รู้ตัวอีกด้วย
      ขออนุญาตแทนชื่อเค้าว่า D แล้วกันนะคะ ธรรมดาของคนนั่งเรียนข้างกันก็ต้องมีคุยกันบ้าง ในตอนนั้น D เป็นเหมือนเพื่อนคนเดียวของฉันเลยค่ะ การที่มีเค้านั่งอยู่ข้างๆมันทำให้ฉันไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเลย เค้าเป็นผู้ชายที่วันๆเอาแต่เล่นเกมในมือถือ เราไม่ค่อยคุยกันเท่าไหร่ แต่เวลาที่เค้าหัวร้อนก็ชอบมาโวยวายอยู่ข้างหูฉัน ทำเอาฉันหัวเราะออกมาซะทุกครั้งเพราะตอนที่เค้าทำท่าทีหัวร้อนมันน่าเอ็นดูเสียจริงๆ555555
      ฉันกับเค้ากลายเป็นเพื่อนสนิทกันแบบไม่รู้ตัวเลยค่ะ กลายเป็นคนที่คอยช่วยเหลือกันทุกอย่าง เค้าติด 0 ติด ร. ก็มีฉันนี่แหละค่ะที่ช่วยเค้าจนผ่านจุดนั้นมาได้ หลังจบปีการศึกษาชั้น ม.4 โรงเรียนได้ประกาศยุบสโมสรนักบอล ทำให้ D เพื่อนสนิทผู้ชายเพียงคนเดียวของฉันต้องย้ายออกไปเรียนที่ต่างจังหวัด มันน่าเศร้ามากที่สุดสำหรับฉันเลย
       หลังจากนั้นเราทั้งคู่แทบไม่ได้คุยกันเลย นานๆจะได้คุยกันผ่าน messenger แต่ก็แค่คุยทักทายนิดหน่อยตามประสาคนสนิทที่ห่างกัน ในตอนนั้นฉันมีแฟนอยู่แล้วค่ะฉันจึงกล้ายืนยันว่าคิดกับเค้าแค่เพื่อนจริงๆ พอเวลาผ่านไปเราก็ได้คุยกันเป็นช่วงๆ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรเกินเลย เพราะทั้งสองฝ่ายต่างมีแฟนของตัวเองอยู่แล้ว
      ช่วง1-2วันที่ผ่านมานี้ เราได้คุยกันค่อนข้างเยอะมาก ลืมบอกไปว่าตอนนี้เราทั้งคู่โสดแล้วนะคะ วันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเพราะอะไร ฉันรู้สึกเหงาขึ้นมาเลยกดทักเค้าไปอีกครั้ง เราพิมพ์แชทคุยกันไปสักพัก ด้วยความที่ตอนนี้ฉันแขนหักอยู่ มันจึงเป็นข้ออ้างที่ดีมากๆ ที่ฉันจะบอกกับเค้าว่า " โทรไปได้มั้ย ไม่อยากพิมพ์แล้ว ปวดแขน " ซึ่งแน่นอนค่ะ เหตุผลจริงๆของฉันคือฉันอยากโทรคุยกับเค้ามันก็แค่นั้น เรื่องปวดแขนน่ะฉันทนได้สบายๆอยู่แล้ว
      เราโทรคุยกันได้ประมาณ 1 ชั่วโมง ฉันค่อนข้างแปลกใจกับตัวเองมาก เพราะฉันรู้สึกดีแบบบอกไม่ถูกเลย เค้าคนนี้ทำให้ฉันสบายใจตลอดเวลาที่คุย ฉันเป็นตัวของตัวเองโดยไม่ต้องกลัวว่าเค้าจะชอบหรือไม่ เราหัวเราะกันตลอด 1 ชั่วโมงเป็นเวลาที่ไม่นานเท่าไหร่แต่มันมีความสุขมากจริงๆ ฉันแทบไม่อยากให้เค้าวางสายเลย แต่จะให้พูดยังไงล่ะ ก็เราเป็นแค่เพื่อนกันนี่นา
      ฉันเป็นคนชอบแกล้งประชดอยู่แล้ว ถูกต้องค่ะ ฉันแกล้งประชดใส่เค้า แกล้งนอยด์แต่สิ่งที่ฉันไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เค้าโทรกลับมาหาฉันอีกครั้ง ฉันตื่นเต้นมาก ฉันรับสายและเราก็คุยกันอีกหลายชั่วโมง ด้วยความที่ฉันกับเค้าเป็นเพื่อนสนิทกันมาเกือบ 3 ปี ฉันสังเกตท่าทีและคำพูดของเค้ามาสักพัก ฉันจึงรวบรวมความกล้าบอกเค้าว่า " กูรู้สึกว่ากูชอบมึงในแบบที่มากกว่าเพื่อน แต่กูก็ยังไม่ได้แน่ใจมากขนาดนั้น ตอนนี้กูอาจจะแค่เหงาก็ได้ แต่กูว่ากูก็รู้สึกกับมึงจริงๆ "
      และคำตอบที่ได้มาจากประโยคนี้ของฉันก็คือ " กูว่ากูก็รู้สึกกับมึงมากกว่าเพื่อนเหมือนกัน แบบแน่ใจจริงๆเลย " เมื่อได้ยินประโยคนั้นฉันยิ้มจนแก้มของฉันมันเหมือนจะระเบิดออกมาเลย ทุกคนคงคิดว่ามันจบแบบแฮปปี้ใช่มั้ยคะ แต่มันยังไม่จบหรอกค่ะ.. เรื่องที่น่าเศร้าก็คือเค้้ามีคนคุยของเค้าอยู่แล้วแหละค่ะ เค้าคุยกับผู้หญิงคนนั้นมา 2-3 วันก่อนฉันจะมาสารภาพ แต่ก่อนหน้านั้น D คุยและเลิกคุยกับผู้หญิงคนนั้นมาหลายรอบ ซึ่งครั้งนี้ D ได้เอ่ยปากบอกผู้หญิงคนนั้นไปว่าถ้าเธอไม่ไปเค้าก็จะไม่ไปไหน แล้วเพื่อนของฉันคนนี้เค้าเป็นคนรักษาคำพูดมากจริงๆ
      คำตอบของฉันคือไม่เป็นไรค่ะ ฉันบอกเค้าไปว่าฉันรอได้ เกือบ 2 ปีที่ไม่ได้เจอกัน เค้าบอกฉันว่าถ้าว่างจะมาหาแต่เค้าก็ไม่เคยว่างเลย ฉันรอเค้ามาตลอดและฉันก็อยากรอจนกว่าตัวเองจะแน่ใจว่าฉันรู้สึกกับเค้าในแบบที่มากกว่าเพื่อนจริงๆใช่มั้ย เอาจริงๆฉันเองก็แอบเสียใจอยู่นะคะ แต่ก็คิดว่าคงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี การที่คนสองคนรู้สึกเหมือนกันแต่ไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของกันและกันได้มันทรมานจริงๆนะคะ เจ็บหัวใจแบบบอกไม่ถูกเลย
      เค้าบอกให้ฉันรอ ฉันก็จะรอถึงเค้าไม่บอกฉันก็จะรอเค้าอยู่ดี ฉันว่าจริงๆแล้วฉันรู้สึกกับเค้าเกินเพื่อนมานานมากแล้วแหละแบบที่มั่นใจว่ารู้สึกจริงๆ เพียงแต่ฉันรู้ว่าตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้ ฉันเลยต้องหาเหตุผล มาหลอกตัวเองเพื่อให้รู้ตัวว่าฉันอยู่ได้แค่ตรงไหน เพื่อให้ใจของฉันมันไม่เจ็บจนเกินไป ต่อให้สุดท้ายคนที่เค้าเลือกจะไม่ใช่ฉัน ฉันก็ยินดีและยอมรับในการตัดสินใจและจะถือว่าเราเป็นได้แค่นี้ แล้วฉันจะไม่มีทางโทษหรือโกรธเค้าแน่นอนเพราะเค้าคือ "เพื่อนรัก" ของฉัน

" ความรักที่แสนยาวนานของฉัน เกิดขึ้นตอนไหนหรือเมื่อไหร่ฉันเองก็ไม่รู้ แต่ฉันรู้แค่ว่าอยู่ดีๆฉันก็คลั่งรักเค้าจนแทบบ้าแบบไม่รู้ตัวเลย "
SHARE

Comments