Konfrontasi สงครามเพื่อรวมโลกนูซันตาราของอินโดเนเซีย
นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่2 สิ้นสุด ,โลกนูซันตารา อันประกอบด้วย หมู่เกาะอิสต์อินเดีย และ ดินแดนมาลายาในแหลมมลายู ก็เกิดขบวนการชาตินิยม ที่นำไปสู่การเรียกร้องเอกราชของบรรดาชาติในแถบดังกล่าว แต่ทว่าเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ได้นำไปสู่การเป็นเอกภาพและการเป็น1เดียวของโลกนูซันตาราแต่อย่างใด หากแต่ตรงข้าม มันเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงระหว่าง ประเทศในอาเซียนปัจจุบัน นั้นคือ มาเลเซีย กับ อินโดเนเซีย 

ในนิยาม"Nusantara" สำหรับคนในแหลมมลายูจะมองว่า คือ โลกของชาวมลายู ซึ่งรวมถึงหมู่เกาะอิสต์อินเดียตะวันออกด้วย แต่ทว่ามุมมองของรัฐอินโดเนเซียสมัยซูการ์โน นูซันตารา คือ โลกของชนมากมาย อาทิ ชวา มลายู ตากาล็อก เป็นต้น ไม่ได้มองภาพแค่เฉพาะคนมลายูเหมือนนักชาตินิยมบนแหลม แต่ทว่าConcept ของนูซันตารา ก็ยังเป็นที่ถกเถียงมาจนถึงปัจจุบัน อุดมการณ์ร่วมโลกนูซันตารา เริ่มขึ้น จะความพยายามของผู้นำอินโดเนเซีย อย่าง ซูการ์โน และ ผู้นำฟิลิปปินส์ เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ที่ต้องการนำภูมิภาคที่มีจุดกำเนิดวัฒนธรรมและอารยธรรมเดียวกัน รวมกันเป็นประเทศที่เป็นสหภาพ ที่จะครอบคลุมเกือบ50% ของภูมิภาคอาเซียนในปัจจุบัน โดยใช้ชื่อว่า อินโดเนเซีย(Indonesia) 

อินโดเนเซีย(Indonesia) ที่เป็นคำนิยามสหภาพ กับ อินโดเนเซียที่ประเทศในปัจจุบัน คือ คนละอย่างกัน  ,อินโดเนเซียที่ประเทศในปัจจุบัน คือ มรดกของประเทศที่รวมโลกนูซันตาราไม่สำเร็จ ส่วนอินโดเนเซียที่เป็นสหภาพ ก็คือ แนวคิดการสร้างชาติรวมนูซันตาราทั้งหมดเป็น1ประเทศ
 
ทศวรรษที่1950 อินโดเนเซีย ได้รับเอกราชอย่างรวดเร็วและไร้การต่อต้านจากดัชต์ และ ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด(Non-Aligned Movement) หรือNAM ที่ก่อตั้งและนำโดยประเทศยูโกสลาเวีย ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่ไม่ฝักใฝ่โลกคอมมิวนิสต์ หรือ โลกทุนนิยม ขณะที่สงครามเย็นกำลังรอดระอุ ในเวลาเดียวกันนั้น ฟิลิปปินส์ก็ได้เอกราชจากสหรัฐอเมริกา ในขณะที่มาเลเซีย ยังไม่ได้ถูกรวมเป็นสหพันธรัฐมาเลเซียปัจจุบัน ในตอนนั้นยังเป็นแค่สหพันธรัฐมาลายา ที่ประกาศเอกราชจากสหราชอาณาจักรมาแล้ว แต่ยังคงรวมเป็นส่วนหนึ่งของเครือจักรภพประชาชาติของสหราชอาณาจักร ขณะที่ดินแดนอาณานิคมในบอร์เนียว หรือ กาลิมันตัน อย่าง บรูไน,ซาบาห์ และ ซาราวัก ยังไม่ได้รับเอกราชอย่างสมบูรณ์ 

ในช่วงที่การเมืองของNAM กำลังดุเดือด,ยอซิป บรอส ตีโต้ ผู้นำยูโกสลาเวีย สนับสนุนการก่อตั้งประเทศสหภาพมากมายในโลกที่สาม ในอารเบีย ญะมาล อับดุนนาศิร นำซีเรีย อียิปต์และปาเลสไตน์ ก็ตั้งเป็น สหสาธารณรัฐอาหรับ แม้ว่าต่อมารัฐดังกล่าวจะถูกยกเลิก ,เฉกเช่นอารเบีย ในอิสต์อินเดีย แนวคิดการรวมนูซันตาราในฐานะ ประเทศอินโดเนเซีย ถูกนำเสนอโดยนักการเมืองในจาการ์ตา พวกเขาสามารถรวมอาณานิคมปาปัวตะวันตกของดัตช์มาเป็นส่วนหนึ่งของตนได้ ในรอบทศวรรษ พวกยูโกสลาฟ สนับสนุนการติดอาวุธให้ประเทศสมาชิกของNAM ซึ่งรวมถึงอินโดเนเซีย การที่ทหารอินโดเนเซียได้รับความเข้มแข็งมากขึ้น มีเครื่องบินไอพ่น หรือ กองทหารที่มีประสิทธิภาพ สร้างแนวคิดที่ว่า พวกเขาอาจพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับ สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมสุดท้าย ที่ยังไม่ออกไปจากภูมิภาค และ คลื่นต่อต้านจักรวรรดินิยมก็มาแรง 

ในขณะนั้น ขบวนการคอมมิวนิสต์ในอินโดเนเซียกำลังเติบโต พรรคคอมมิวนิสต์ มีส่วนสำคัญในการผลักดันวาระการรวมนูซันตารา ว่าด้วยญัตติของการรวมทั้งเกาะกาลิมันตัน ที่ทางเหนือยังเป็นอาณานิคมของสหราอาณาจักร 

ทศวรรษที่ 1960 พรรคคอมมิวนิสต์ท้องถิ่น ได้เริ่มการกำเริบ แผนที่จะก่อความวุ่นวาย เพื่อสร้างสถานการณ์ได้ผล พรรคคอมมิวนิสต์กาลิมันตันเหนือ(North Kalimantan Communist Party) สามารถจัดตั้งกองกำลัง และ รุกคืบ ในเวลาเดียวกัน พรรคประชาชนบรูไน(Brunei People's Party) ก็เรืองอำนาจ และเริ่มแผนรัฐประหารในบรูไน ที่จะล้มล้างระบอบสุลต่าน และนำสาธารณรัฐแบบสังคมนิยมเข้ามาแทน 

ในปี 1963 การก่อการเริ่มต้นขึ้น เมื่อผู้ปกครองซาบาห์ และ ซาราวัก ลงนามเข้าร่วมสหพันธรัฐมาลายา ที่เปลี่ยนชื่อเป็นมาเลเซีย กลุ่มคอมมิวนิสต์ในกาลิมันตันเหนือ ก่อกบฎ เพื่อเรียกร้องให้กาลิมันตันเหนือ ทั้งซาบาห์ ซาราวัก และ บรูไน เข้าร่วมกับอินโดเนเซียแทน ในเวลานั้น ทหารอินโดเนเซียได้เข้าแทรกแซง และ ช่วยเหลือพรรคคอมมิวนิสต์ สงครามได้เริ่มต้นขึ้นโดยไม่มีการประกาศสงครามแต่อย่างใด เป็นสงครามที่ไร้การประกาศ แต่มีการรบกันอย่างจริงจัง 

ทหารเครือจักรภพ ทั้งอังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และ แคนาดา ร่วมกับทหารมาเลเซีย ต่อสู้กับกองทัพอินโดเนเซีย ซึ่งได้เปรียบ เพราะ ข้อแรกได้รับการสนับสนุนจากคนในท้องถิ่น สองภูมิประเทศที่เป็นป่าเอื้ออำนวยต่อการรบแบบกองโจร สามอาวุธของอินโดเนเซีย ได้รับการสนับสนุนอย่างดี จากยูโกสลาเวีย ผ่านสหภาพโซเวียต 

ตอนแรกของสงครามที่เรียกกันว่า "Konfrontasi" หรือ การเผชิญหน้า อินโดเนเซียเป็นฝ่ายมีชัย นอกจากยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ไว้ได้ พรรคประชาชนบรูไนยังเข้ายึดวังสุลต่านได้สำเร็จ ในเวลานั้น การคาดการณ์จากผู้นำโลกที่สาม เชื่อว่าจักรวรรดินิยมสุดท้ายของโลก จะถูกอินโดเนเซียบดขยี้และขับไล่ออกจากอิสต์อินเดีย ในเวลานั้น เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ผู้นำฟิลิปปินส์ ประกาศสนับสนุนและเข้าข้างอินโดเนเซีย เพื่อหวังเอาชนะบนเกาะกาลิมันตัน หรือ อีกชื่อคือบอร์เนียว ซึ่งถ้าพวกเขาชนะ พวกเขาจะสามารถทำให้ การรวมสหภาพเป็น อินโดเนเซียที่จะครอบคลุมทั้งประเทศอินโดเนเซีย มาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์ในปัจจุบัน ได้ 

ทว่า เกรตบริเตน ไม่ยอมจำนนให้กับการคุกคามครั้งนี้ และ แน่นอน พวกเขาไม่ยอมออกจากอิสต์อินเดีย พร้อมกับความหน้าแตกเหมือนที่ฝรั่งเศสเจอในอินโดจีน รัฐบาลลอนดอนจึงส่ง หน่วยทหารชุดพิเศษ ซึ่งมีความสามารถและมีชื่อเสียงมาจนถึงปัจจุบัน พวกเขาถูกเรียกว่า Special Air Service หรือ SAS หน่วยรบพิเศษของกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร มายังดินแดนในอิสต์อินเดีย เพื่อดำเนินการณ์ต่อสู้ กับ กองทัพอินโดเนเซียและกลุ่มกบฎคอมมิวนิสต์กาลิมันตันเหนือ ในการต่อสู้ช่วงท้ายของทศวรรษที่ 1960 ฝ่ายเครือจักรภพ เริ่มตีโต้เอาชนะได้ เมื่อหน่วยSAS สามารถทำลายกองกำลังกาลิมันตันเหนือ ปิดล้อม ไม่ให้ล่าถอยไปรวมกับทัพอินโดเนเซียได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังยึดวังสุลต่านบรูไนกลับมาได้ ผลคือ อินโดเนเซียแพ้ราบคาบ ในปี 1966 ในที่สุด ซุการ์โน ถูกบีบให้ยอมรับสถานะการเป็นรัฐประเทศองค์ประกอบของซาบาห์ และ ซาราวัก ต่อประเทศมาเลเซียแทน และ เป็นการสิ้นสุดความขัดแย้งระหว่าง อินโดเนเซีย กับ เครือจักรภพและมาเลเซีย แม้ว่าในซาราวักจะมีการกบฎต่อไป จนถึงปี 1990 แต่พวกกบฎก็ไม่ได้รับการสนับสนุนจากอินโดเนเซียอีกเลย

ความพ่ายแพ้ในเหตุการณ์ Konfrontasi ทำให้เกิดความไม่พอใจในรัฐบาลอินโดเนเซีย พรรคคอมมิวนิสต์โดนหมายหัวอย่างรุนแรง ขณะที่การรวมนูซันตารา เป็นสหภาพอินโดเนเซียล้มเหลวแล้ว แผนการรวมสหพันธรัฐนูซันตารา ระหว่างฟิลิปปินส์ กลับ อินโดเนเซีย กลับถูกต่อต้านจากภายในอินโดเนเซีย ซึ่งเริ่มมีแนวคิดชาตินิยมอิงศาสนาหัวรุนแรงมากขึ้น ความขัดแย้งที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเผด็จการในอินโดเนเซีย โดยก่อนหน้าเหตุการณ์  Konfrontasiจะสิ้นสุด ในปี 1965 ได้เกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า Gestapu เมื่อนายพลอาวุโสในกองทัพจำนวน 6 คน ถูกลักพาตัวและสังหารในเวลาต่อ ขณะที่มีความพยายามก่อรัฐประหาร กลุ่มกบฏได้ประกาศจัดตั้งสภาปฏิวัติ พลตรีซูฮาร์โต นายพลที่สำคัญคนหนึ่งในขณะนั้น และไม่ได้ถูกลักพาตัวได้เข้ายึดอำนาจและปราบปรามกลุ่มรัฐประหารได้ภายใน 2 วัน โดยในเวลานั้น มีการกล่าวหาว่าพรรคคอมมิวนิสต์อยู่เบื้องหลัง แม้ว่าจนจวบปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่า ใครคือ คนที่อยู่เบื้องหลัง Gestapu

หลังจากสิ้นสุด Konfrontasi ซาราวักและซาบาห์ เป็นรัฐของมาเลเซีย ขณะที่สุลต่านโอมาร์ อาลี ไซฟุดดีนที่ 3 สุลต่านบรูไน ได้เริ่มต้นการปกครองรวบอำนาจไว้ที่สถาบันกษัตริย์ และ ยุติการประชุมสภา จากเหตุที่พรรคประชาชนบรูไน มีส่วนในความพยายามล้มล้างพระองค์ ในที่สุด อำนาจทั้งหมดของบรูไนตกเป็นของพระมหากษัตริย์ มาจนถึงปัจจุบัน 

ในอินโดเนเซีย คอมมิวนิสต์ยิ่งถูกหมายหัว ทั้งจากความพ่ายแพ้ในกาลิมันตัน และ ทั้งจากทฤษฎีสมคบคิดที่ว่า คอมมิวนิสต์เคยพยายามรัฐประหารซูการ์โน แม้ว่าซูการ์โน จะไม่ยอมรับและยังมีใจให้คอมมิวนิสต์ ทว่า ในปี 1967 หนึ่งปีหลัง Konfrontasi ซูการ์โนถูกบังคับให้สละอำนาจ จากพลตรีซูฮาร์โต ที่ขึ้นมาเป็นจอมเผด็จการอินโดเนเซียคนใหม่ ท้ายที่สุด ก็เกิดการกวาดล้างสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ กลุ่มชาติพันธุ์ที่ตกเป็นเป้ามากที่สุดคือ ชาวจีน ภายใต้การปกครองที่เรียกว่าระเบียบใหม่ "Orde Baru" รัฐบาลซูฮาร์โต ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ ในการปราบปรามคอมมิวนิสต์ และดำเนินการณ์เป็นรัฐเผด็จการ อินโดเนเซียในตอนนั้น เริ่มออกห่างจากยูโกสลาเวีย และ NAM แม้ว่าจะมิได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกของNAM แต่บ่อยครั้งที่อินโดเนเซียละเลยที่จะเข้าร่วมประชุม และ ในซาราเยโว ผู้นำยูโกสลาฟมองว่า อินโดเนเซียกลายเป็นรัฐหุ่นเชิดของอเมริกาไปเสียแล้ว ,ซูฮาร์โต ปกครองประเทศจนถึงปี 1998 ช่วงการปกครองเผด็จการ ผู้คนมากมายถูกจับ ถูกสังหารมากมาย แม้แต่บุคคลที่มิใช่คอมมิวนิสต์ แต่ถูกมองว่าเป็นภัยของรัฐ นอกจากนี้ กระบวนก่อสร้างแนวคิดชาตินิยมวัฒนธรรมเดี่ยว ยังบั่นทอนความหลากหลายของอินโดเนเซีย และ เกือบพาประเทศสู่สงครามกลางเมือง ในขณะที่อาเจะห์ ประกาศแยกตัว เพราะแนวคิดชาตินิยมวัฒนธรรมเดี่ยวของซูฮาร์โต ได้ทำลายความปราถนานูซันตาราและวัฒนธรรมอันหลากหลายที่รวมกันเป็นหนึ่ง ในชวา คนชวามากมายถูกบังคับให้พูดภาษาอินโดเนเซีย เพื่อสนองชาตินิยมแบบรัฐเดี่ยว 

ท้ายที่สุด มันชัดเจนว่า การรวมสหภาพอินโดเนเซียและนูซันตารา ล้มเหลวลง กลายเป็นเพียงธุลีความฝัน ที่หายไปอย่างรวดเร็วในอินโดเนเซีย ขบวนการนิยมมลายู(Pan-Malayism) ได้เข้ามาแทนที่กลุ่มนูซันตาราในการขยายขอบเขตการอ้างสิทธิในประวัติศาสตร์บนหมู่เกาะอิสต์อินเดีย และ รวมถึงแหลมมลายู มีการตั้งทฤษฎีว่า เหตุการณ์ Gestapuที่เกิดในอินโดเนเซียเมื่อปี 1965 ผู้อยู่เบื้องหลังคือ สหรัฐ ,เพราะสหรัฐเป็นพันธมิตรกับสหราชอาณาจักร และพวกนั้นไม่อยากให้อินโดเนเซียชนะสงคราม ภายหลัง เหตุการณ์ Gestapuได้บั่นทอนอำนาจของซูการ์โน จนเขาถูกนายพลซูฮาร์โต บังคับให้ลาออก 

แต่ไม่ว่าเหตุการณ์ Konfrontasi จะเป็นเช่นใด? ปัจจุบัน นูซันตารา ภูมิภาคขนาดใหญ่ กินพื้นที่ 50%ของภูมิภาคอาเซียน และยังรวมพื้นที่นอกอาเซียน เป็นภูมิภาคทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติ ที่เริ่มต้นขึ้นในยุคโบราณ จากยุคอาณาจักรมัชปาหิต สู่ยุคที่อิสลามเคยรุ่งเรือง และตกต่ำในยุคล่าอาณานิคม กระนั้นชนชาติมากมาย ก็ยังซ้อนเร้นศาสนาดัั้งเดิม ความเชื่อเรื่องผี ในตามพื้นที่หมู่เกาะห่างไกลในอินโดเนเซีย แม้ว่าสำหรับคนมาเลเซีย และ แม้แต่คนสามจังหวัดชายแดนใต้มองว่า นูซันตารา คือ มลายู.ทว่า คำนิยามที่ได้รับการยอมรับในอินโดเนเซียและน่าจะถูกต้องที่สุดคือ นูซันตารา คือ โลกของวัฒนธรรมที่หลากหลายชนชาติอาศัยอย่างหลากหลาย ภายใต้ภาษา และ วัฒนธรรม รวมถึงศาสนาอันมากมาย ซึ่งมีรากฐานมาจากอดีตที่เคยรุ่งเรือง มรดกที่สะท้อนให้เห็นความมีอารยะ จากอินเดียสู่ดินแดนหมู่เกาะที่ใครจะเชื่อว่าจะเป็นหนึ่งในดินแดนโบราณกาลของโลก ก่อนยุคคริสตกาลหรือพุทธกาลด้วยซ้ำ โลกนูซันตารา คือ อดีตที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาความลับใต้เงาประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน 


SHARE
Writer
NakvatHakimov
Futurist and Writer.
นัควัต ง๊ะสมัน(ฮิบรู:นัควัต ฮาทิควา ฮากีมอฟ) เป็นนักเขียนและนักการศึกษาอิสระ

Comments