จะมีใครเป็นแบบเราบ้างไหมนะ
เกือบลืมไปแล้วว่าความรู้สึกอยากเททุกอย่างทิ้งแล้วหนีไปอยู่ในที่ที่ไม่มีตัวตนมันเป็นยังไง ไม่รู้จะต้องขอบคุณอะไรดีที่ทำให้ความรู้สึกแบบนี้กลับมา... งานหนักๆ หรือคอร์สเรียนอันเข้มข้น หรือการเมืองในที่ทำงาน หรือจะเป็นคนป่วงๆ หรือระบบพังๆ หรือผีบ้าในตัวเรา

ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย... toxic มาก นี่แค่คอร์สระยะสั้นนะ แต่เหมือนเป็นผีบ้าทุกอาทิตย์ ทุกครั้งที่ต้องทำงานส่ง อาทิตย์ละสองครั้ง... ตอนนี้คือโคตรจะนับถือคนที่ทำไหวเลย ยอดมนุษย์แท้ๆ 

บางทีมันหนักจนเราต้องมาประเมินตนเองหลายครั้งต่อสัปดาห์ว่า เราพลาดตรงไหน ทำไมมันถึงหนักนักหนา ...คำตอบก็คือมันไม่เหมาะกับชีวิตที่เราเลือกจะใช้ มีบางอย่างที่สำคัญกับเรา และเราให้เวลากับมันมากกว่า เช่น เรื่องความสัมพันธ์ เราต้องแวะไปเล่นกับหลานๆ ทุกอาทิตย์ต่อให้งานจะเอามีดจ่อคอยู่ก็ตาม ร่างกายที่ใช้มาแบบทรุดโทรมถึงวันหนึ่งมันก็ไม่ไหว ยังไม่เที่ยงคืนก็น็อคแล้ว ตื่นเช้ามากสุดก็แค่ตีห้า มันก็ยังไม่พออยู่ดี

เราโดนระบบบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบหลายอย่าง มันต้องทำ ก็คือทำจนเสร็จแหละ แต่ทิ้งร่องรอยความเครียดเอาไว้ และสะสมจนเหมือนไม่มีช่วงให้ผ่อนคลายเลย หรือจริงๆ มันต้องเป็นแบบนี้ หรือว่าเราอดทนไม่มากพอ บางทีเราก็สงสัยว่าเป็นที่เราหรือเปล่าที่ใจมันแห้งแล้งกับการทำงานไปเอง

Burn out เป็นอีกอย่างที่เราสงสัยว่ากำลังเป็นอยู่ เพราะอะไรกัน จริงๆ เรารักงานที่เราทำ เราชอบที่งานมันมีประโยชน์กับคนอื่น แต่แรงเสียดทานอย่างอื่นมันมากเกินกว่าใจที่อ่อนล้าจะฟื้นคืนกลับมาสดชื่นได้ในเวลาคืนเดียว แม้แต่วันหยุดยาว ยังต้องแบกงานกลับมาปั่นที่บ้าน นี่มันบ้าบอมาก

มันเหมือนเป็นบททดสอบชีวิตยังไงก็ไม่รู้นะ ที่พอช่วงหนึ่งที่เรารู้สึกเข้าที่ ขยับไปทำบางอย่างเพิ่ม เท่านั้นแหละ แม่งทั้งของใหม่และของเก่าก็ถาโถมเข้ามาเล่นงาน เอาซะหลุดไปจาก challenge zone ไม่ต้องไปพูดถึง safe zone รู้สึกเหมือนไม่อยู่เซฟมานานแล้ว

เมื่อก่อนตอนเด็กๆ เรามักใฝ่ฝันการโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีอิสระที่จะไปไหนมาไหน มีเงิน ได้ซื้อข้าวของที่ชอบ โดยไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่มักจะมองด้วยความเอ็นดูแล้วพูดว่า “เดี๋ยวเป็นผู้ใหญ่แล้วก็จะอยากกลับไปเป็นเด็ก” ...เพิ่งมาเข้าใจเดี๋ยวนี้เอง ว่าเมื่อโตขึ้น อิสระที่เราเคยใฝ่ฝัน อีกด้านหนึ่งกลับเป็นโซ่ตรวนที่พันธนาการเราไว้นับวันยิ่งมากขึ้น ...จะไปไหนมาไหนก็เป็นภาระต้องเดินทาง จะมีเงินก็ต้องทำงานหาเงิน จะซื้อข้าวของก็ต้องคิดให้ดีๆ ต้องประหยัด มีบ้านต้องผ่อนต้องดูแลทำความสะอาด มีรถต้องคอยดูแลคอยซ่อม ยิ่งเหมือนโดนตรวนไว้หนักกว่าที่เคยผ่านมา 

ไม่เคยเจอด้วยตัวเองไม่มีทางรู้หรอก และแม้ว่าจะเชื่อคำบอกเล่าของคนที่มีประสบการณ์มาก่อนก็ไม่ได้ทำให้เราดีลกับเรื่องที่เจอได้ดีไปกว่าเดิมเท่าไหร่ แค่เหมือนจะยอมรับมันง่ายขึ้นเท่านั้น

...กับคำถามที่ผุดขึ้นในใจวันละหลายๆครั้งว่า นี่เรากำลังทำอะไรอยู่กันวะ... ไม่ได้คำตอบ ไม่มีคำอธิบาย เพราะยังคงได้แค่ก้มหน้าก้มตาทำไป ...เหมือนตามหาอะไรอยู่สักอย่างแต่หาไม่เจอ เราไม่รู้ว่าจะต้องใช้ชีวิตยังไง ความสุขหายากขึ้นทุกที แม้แต่เวลาที่จะทบทวน ค้นหา หรือทำความรู้จักกับตนเองในเวอร์ชั่นที่เปลี่ยนไปแล้วนี้ยังไม่มีเวลาเต็มที่เลย ชีวิตสาละวนอยู่กับการทำงานให้ทัน ให้ผ่านๆ ไป ...ไม่มีบทสนทนาดีๆ ไม่มีกำลังใจมาเติม เหมือนความเชื่อมันพังทลาย และไม่มีอะไรเหลือให้ยึดเหนี่ยวเลย

...จะมีใครเป็นเหมือนกันบ้างไหมนะ แล้วพวกเขาผ่านมันไปได้ยังไง อยากรู้เหมือนกัน
SHARE

Comments