วัน อังคาร ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564
ช่วงนี้คืออยู่ในช่วงคลั่งรัก หน้ามืดตามัว เก็บอาการเกือบไม่อยู่ 
มีคำถาม What if กับตัวเองตลอด คิดถึงเรื่องของเค้าตลอดเวลา ชะเง้อมองหาเวลาไม่เจอ เวลาได้ยินเรื่องของเค้าจะใจเต้น หน้าแดง ยิ้มแบบเก็บอาการไม่อยู่ ซึ่งเอาตรงๆ คือไม่ชอบตัวเองตอนนี้เท่าไหร่ เพราะ พออะไรๆ มันไม่เป็นไปตามที่หวัง เช่น ไม่ได้เจอเค้า เห็นเค้าคุยกับคนอื่น หรือโดนเมินแล้วใจมันแฟ้บอ่ะ แบบชา หน่วงไปทั้งตัว มันไม่โอเคกับการทำงานเลย รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันด้วย 

พี่เค้าทำงานที่เดียวกันแหละ แต่ในตำแหน่งที่สูงกว่า เราเองก็ไม่ได้มีเรื่องต้องไปข้องแวะกับเค้ามากมายขนาดนั้น แต่เท่าๆ ที่ถามไถ่ใจตัวเองดู เหมือนๆ กับว่าความรู้สึกพวกนี้มันจะเริ่มมาจากความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอพี่เค้าในงานต้อนรับพี่เค้าแหละ 
วันที่รู้ว่าจะมีงานต้อนรับพี่เค้าคือนี่นอนตี 4 เพราะต้องปั่นวีดีโอแนะนำสถานที่ ซึ่ง boss พึ่งสั่งแบบงานเร่งงานเผามาก อารมณ์วันนั้นคือ อ๊องๆ เบลอๆ ทั้งวัน ไม่ได้คาดหวังอะไรกับเพื่อนร่วมงานใหม่ แค่ได้ยินมาว่าเป็น ผู้หญิง ก็ออกแนวกังวลว่าจะจู้จี้จุกจิกรึเปล่า 
โมเม้นแรกที่เจอคือ พี่เค้าตัวเล็กๆ นั่งอยู่ข้างหน้า เราก็มอง ที่คาดไว้จากตำแหน่งที่พี่เค้าจะมารับคือต้องเป็นคนเก่ง อีโก้สูงระดับนึง แต่สิ่งที่เห็นจากพี่เค้าคือ ความประหม่า ความตื่นเต้น ความเคอะเขินซึ่งเรามองว่า เฮ้ย ไม่เหมือนที่คิดไว้อ่ะ จากที่จะเกรงๆ พี่เค้าเพราะเค้าจะมาเป็นหัวหน้าเราอีกคน กลายเป็นรู้สึกสงสารเพราะเหมือนพี่เค้ายังไม่พร้อม แต่พี่เค้าก็พยายามทำหน้านิ่ง ยิ้มเท่าที่ควรยิ้ม พูดเท่าที่ควรพูด ก็โอเค ผ่านการสแกนว่าสามารถเพิ่มเข้ามาใน cycle ของเราได้ แต่ด้วยตำแหน่ง เราเลยไม่ไปข้องเกี่ยวกับพี่เค้าเท่าไหร่ 

ต่อมาก็เจอกันบ้างเวลาประชุม หรือไปลงชื่อเข้างาน ไม่ได้อะไรกับพี่เค้าเท่าไหร่ จนเมื่อเดือนที่แล้ว นี่กับเพื่อนอีกคนคืองานเข้า หนัก แบบ หนักหน่วงมากกกกกก พี่เค้าเป็นคนแรกๆ ที่ให้คำปรึกษา โดยที่เราเองไม่ได้ร้องขอ (ซึ้งมากก ToT) ด้วยตำแหน่งหน้าที่พี่เค้าจะช่วยก็ไม่แปลก แต่ก็อดประทับใจไม่ได้ 

ต่อมาเวลาเจอกันในที่ประชุม นี่ก็มโนไปเองแหละว่าพี่เค้าแอบมองเราป่าววะ เพราะพอเราเงยหน้าขึ้นไปทางพี่เค้า คือ พี่เค้าจะหันหนีแบบทันทีอ่ะ ไม่ใช่ว่าหันแบบจะหันอยู่แล้ว แต่เป็นเหมือนเค้าจ้องเราอยู่แล้ว แล้วกลัวเรารู้ ซึ่งอิโมเม้นแบบนี้คือเป็นบ่อยมากกกก นี่ไปรอเพื่อนคุยธุระกะพี่อีกคน แล้วพี่คนนี้กำลังจะเดินเข้ามา นี่ก็หันมองนั่นนี่ตามประสา เพราะไม่ได้คุยกะพี่เค้า แล้วก็เจอพี่คนนี้เดินมา แค่แว้บแรกที่พี่เค้าโผล่พ้นขอบหน้าต่างมาจะเอ๋กับตาเรา พี่เค้าคือหันหน้าหนีไปอีกทางแบบ suddenly เลยอะ นี่ก็เอ๊ะ อีกแล้ว แล้วก็เริ่มใจกระตุกแบบ เฮ้ย มันเป็นแบบที่เราคิดป่ะวะ 

มีครั้งนึงเคยขอให้พี่เค้าช่วยส่งไฟล์งานให้ในไลน์ เราก็ถามนะว่าพี่จะส่งในไลน์ส่วนตัวหรือในกลุ่มเลย พี่เค้าก็เลือกส่งส่วนตัว พอพี่เค้ากดสตก กระต่ายจ๊ะเอ๋มา คือนี่ใจฟูไปถึงดาวอังคารละ พอตอบไปพี่เค้าใช้คำพูดน่ารักอ่ะ เป็นกันเองแล้วพี่เค้าก็รู้ด้วยว่าบ้านเราอยู่ไหน นี่ก็ถามตัวเองอยู่นะว่าเคยบอกไปตอนไหนวะ มันทำให้รู้สึกว่า พี่เค้าใส่ใจอ่ะ 


ต่อมาไปทำกิจกรรมกับที่ทำงานที่ต้องมีการนอนค้างคืน นี่ก็โป๊ะไปหลายรอบมาก แอบมองพี่เค้าตลอด เริ่มรู้สึกชอบแบบจริงๆ แล้วอ่ะ ปกติเป็นคนพูดมาก บ้าบอ เฮฮา แต่พอมีจังหวะที่เหลือกันอยู่แค่ 2 คนหน้าห้องน้ำ คือ ใบ้กิน พูดไม่ออก นั่งแคะเล็บตัวเองเล่น ทั้งๆ ที่เคยเตรี๊ยมกับตัวเองไว้ว่าจะถามพี่เค้าเรื่องนั่น นี่ โน่น แต่วันนั้นอย่างน้อยๆ ก็ได้อยู่เป็นเพื่อนพี่เค้าตอนอาบน้ำ 

แต่ด้วยความเป็นผู้หญิงทั้งคู่ มันก็จะมีปุ่ม break ในใจอยู่แหละว่า เฮ้ย ไม่ได้หรอก ไม่ต้องไปคาดหวัง ไม่ต้องไปจินตนาการถึงอะไรที่มันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว 
 
พักหลังๆ มานี้รู้สึกเลยว่าต่างคนต่างพยายามเลี่ยงกันเท่าที่จะทำได้ เราก็ไม่กล้าไปคุยกะพี่เค้า ไหว้สวัสดีตอนเช้าเสร็จก็หันหน้าไปคนละทาง แต่ในใจคือกรีดร้องว่า อหหหหหห น่ารักชิปหายยย 

งือออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ อยู่ในใจวันละร้อยรอบ 
ทำได้แค่นี้เนอะ yoy 
SHARE
Writer
Ipapanggiii
reader
I'm still reading

Comments