ว่ารักเป็นดั่งสายลม
          หนึ่งในการนิยามความรัก หรือการเปรียบเปรยความรักที่คลาสสิกที่สุดสำหรับผม คือ
‘การเปรียบความรักเป็นดั่งสายลม’

          ตั้งแต่อดีตเป็นต้นมา เราได้มีการพยายามอธิบายความรักในแง่มุมต่างๆ ว่ามันคืออะไร เป็นเช่นไร หรือประกอบไปด้วยอะไร แม้กระทั่งการตามหาความจริงแท้ ว่าตกลงแล้ว 
‘ความรักเป็นแบบไหนกันแน่’

          ความรักถูกนิยามไว้ในแง่มุมของปรัชญา ในศาสนาเองก็มีคำอธิบายเกี่ยวกับความรัก วิทยาศาสตร์ในแขนงต่างๆ ก็เช่นกัน ทั้งจิตวิทยา ชีววิทยา ฯลฯ นิยามความรักในเชิงคณิตศาสตร์ ในเชิงกฏหมาย ในเชิงเศรษฐศาสตร์

ตลอดจนการนิยามความรักในแบบตัวเอง

ซึ่งผมเชื่อว่าในทุกๆ ศาสตร์จะต้องมีนิยามความรักที่แตกต่างกันอยู่

‘การเปรียบความรักเป็นดั่งสายลม’
          สำหรับผมรู้สึกว่ามันเป็นการเปรียบเปรยความรักในเชิงปรัชญา ที่เรียบง่าย และมีความเป็นสัจธรรมของธรรมชาติ

ที่สำคัญคือ การได้สัมผัสกับสายลมที่มากระทบ ทำให้เกิดความรู้สึกว่า
‘ความรักเป็นสิ่งที่จับต้องได้ สัมผัสได้ เช่นเดียวกับสายลมนั่นเอง’

และมันอาจอยู่ไม่ไกล

สายลมพัดผ่านมา และพัดผ่านไป เช่นเดียวกับความรัก
          ไม่อาจมีสิ่งใดคงอยู่กับเราเป็นนิรันดร์ ดั่งเช่นสายที่พัดผ่าน ก่อให้เกิดความรู้สึกสัมผัสที่หลากหลาย

กาย อาจรู้สึกเย็นสบาย บ้างก็หนาวจนตัวสั่น
จมูก สัมผัสได้ถึงกลิ่นที่รู้สึกผ่อนคลาย เย้ายวน ของเส้นผมยาวสวยที่ปลิวไสว
ตา เห็นถึงความสั่นไหวของใบไม้ และเมฆที่เคลื่อนไป
หู สัมผัสได้ถึงเสียงของผู้เป็นที่รัก โดยมีสายลมเป็นสื่อ
รสชาติ อืม... อันนี้ต้องแลบลิ้นดูนะ

          แล้วเมื่อสายลมพัดผ่านไป นำพารักให้จางหาย อาจหลงเหลือเพียงใจที่เรียกร้อง และโหยหา อ้อนวอนว่าขออีกสักครั้งให้สายลมพัดผ่านมา เพื่อสัมผัสกับความรักที่คุ้นเคย

ชีวิตของเธอ อาจได้เจอกับพายุ
          ไม่ใช่ทุกคนที่จะสัมผัสกับสายลมที่เย็นสบาย ชวนให้หลับตา แล้วเอนตัวลงนอน เพื่อซึมซับกับความรักที่พัดผ่านเช่นนี้

พายุของความรัก ก็เป็นสายลมอีกแบบ คุณจะตีความมันว่าอย่างไร?
‘ความรักที่เร่าร้อน โรแมนติก’ หรือ ‘ความรักที่พังทลายชีวิต ดั่งซากปรักหักพังของบ้านเรือน เมื่อพายุสงบลง’

          ไม่ว่าอย่างไร พายุของความรัก จะตราตรึงในความทรงจำ ไม่ต่างจาก ‘รักแรก’ หรือ ‘รักที่คาดหวังมากที่สุด’ 

ยอมรับว่าบางครั้ง เราอาจไม่เหมาะสมกับสายลมปกติ

บางสิ่งที่ฝากไปกับสายลม
          เราอาจรู้สึกว่า ความรักคือการส่งมอบสิ่งที่ ‘ดี’ และ ‘มีควาหมาย’ ให้แก่ผู้เป็นที่รัก เธออาจมีคำพูดให้ชวนหลงใหล รอยจูบที่ทำให้เราล่องลอยให้ห้วงมิติเวลา ของขวัญที่ทำให้ไม่อาจคิดถึงสิ่งใดได้เลย

เมื่อเราอยู่ห่างไกล แต่รักไม่ไกลตาม เราส่งมอบสิ่งนั้นไป
‘ความคิดถึง’ ฝากไปกับสายลม
‘ความห่วงใย’ ฝากไปกับสายลม
‘การรอคอย’ ฝากไปกับสายลม
‘ความมั่นคง และเชื่อใจ’ ฝากไปกับสายลม

เพลง ฝันหวานอายจูบ ของ STAMP & วิโอเลต วอเทียร์
ร้องว่า

“ฉันฝันถึงเธอคนที่อยู่ไกล แสนไกล
ช่างหวานละมุม อบอุ่น ข้างในหัวใจ
แต่อายไม่กล้า แม้จะบอกกับใคร
จึงจูบผ่านสายลม ให้พัดพาไป”


เรายังสามารถส่ง ‘จูบ’ ฝากไปกับสายลมได้

การเปลี่ยนแปลงของความรักและสายลม
          เมื่อพัดผ่านมาแล้ว ก็อาจจะพัดผ่านมาอีก แต่ถ้าเราเชื่อในสิ่งที่ว่า ‘ทุกสิ่งย่อมแปรเปลี่ยนตามกาลเวลา’

          นั่นหมายความว่า สายลมที่รอคอย อาจพัดผ่านเข้ามา แต่อาจไม่ทำให้เราได้สัมผัสกับความรู้สึกแบบเดิม

          มันคือสายลมใหม่ คราวนี้อาจร้อนเกินไป อาจไม่เย็นสบาย อาจพัดพาฝุ่นละออง PM 2.5 เข้ามาด้วย

ยังไม่แน่ด้วยซ้ำว่า สายลมคราวนี้ จะทำให้เราได้สัมผัสกับความรักได้นานแค่ไหน

และจะแน่ใจได้อย่างไรว่า เมื่อเราเองก็เปลี่ยนแปลงไป เราจะยังคงโหยหาสายลมนั่นดั่งเคย

เราอาจใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องทำงาน หลบอยู่ในบ้าน มุมที่แสนสบายใจ สถานที่แห่งความปลอดภัย
‘ปลอดภัยจากสายลม’ 
ที่ไม่รู้ว่าจะพัดอะไรเข้ามา และเหลือเศษซากอะไรไว้

ความรักที่ไม่เรียกร้อง
          เราอาจไม่เคยต้องเอ่ยปากถาม หรือสื่อสารไปตรงๆ ว่าสายลมนั้นต้องการอะไร คาดหวังอะไรจากเรากันแน่ ความรักที่นำมานั้น ต้องแลกไปกับสิ่งใด

          สายลมไม่เคยตอบหรอก และไม่เคยมีคำตอบ เพียงแต่ถ้าเราจะลองเปิดใจฟัง เราอาจได้ยิน
‘เสียงของสายลมที่ไม่เคยต้องการอะไร’

มีแต่เรา.... ที่ต้องการ

รักอาจไม่อยู่กับเรา แต่รักจะอยู่ที่ไหนสักแห่ง เมื่อเรามองหา
          สุดสายแล้วสายลมได้พยายามกระซิบบอกกับเราว่า ความรักนั้นอยู่ทุกหนแห่ง เธอสัมผัสสายลมได้ ก็อาจสัมผัสได้ถึงความรัก

ครอบครองสายลมไม่ได้ ครอบครองเธอผู้เป็นที่รัก ก็ไม่ได้เช่นกัน

สุดท้ายแล้วเราก็ต่าง พัดผ่านมาและพัดผ่านไป

เพื่อที่อย่างน้อยได้เรียนรู้สึก ‘รักนั้น ก็มีจริง’

#ความรู้สึกเป็นเรื่องของปัจจุบัน
SHARE
Writer
Uten
| Human |
กำลังเขียนนิยายเรื่องยาวอยู่... พร้อมๆ กับใช้ชีวิตแบบ Minimalist และชื่นชอบการถ่ายภาพ

Comments