ณ ริมธาร สวนลุงโชย
นี่เป็นประสบการณ์การนอนแคมป์ครั้งที่ 2 ของเรา และเป็นครั้งแรกของน้อง ๆ ในช่วงปิดเทอมที่จะได้ออกมาตั้งแคมป์กันใกล้กรุงเทพฯ แบบนี้ที่นครนายก

พวกเราออกเดินทางตั้งแต่บ่ายสามโมงครึ่ง ถึงที่พักก็ประมาณหกโมงเกือบทุ่มกว่า ๆ ไปแล้ว อากาศที่นี่ค่อนข้างเย็นสบาย สดชื่นสุด ๆ ท่ามกลางป่าเขาริมน้ำในสวนของลุงโชย

บรรยากาศที่เงียบสงบ ผู้คนต่างทยอยเข้ามาตั้งแคมป์ริมน้ำกันก่อนหน้าที่พวกเราจะมาถึง แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นปัญหาในการหาพื้นที่ตั้งแคมป์ของพวกเราในคืนนี้ และแล้วพวกเราก็หาพื้นที่ตั้งแคมป์ใต้โคนต้นไม้ใหญ่ริมลำธารมะเดื่อจนได้

พื้นที่โล่งติดลำธาร บรรยากาศที่ยิ่งค่ำ ยิ่งดึกยิ่งเงียบสงัด ยิ่งหนาวเย็นชื่นฉ่ำจับใจ คืนทั้งคืนคงเห็นจะมีแต่เพียงเสียงจิ้งหรีดหรีดร้องเรไรระงมไปทั่วทั้งป่าเขา ท้องฟ้ามืดสนิทที่ถูกบดบังด้วยกิ่งต้นไม้ใหญ่สูงชะลูดทำให้การมองเห็นดาวของพวกเราในคืนนี้ต้องเป็นอันพับเก็บไป แล้วหันมาสนใจกับการนั่งนิ่งฟังเสียงธารน้ำไหลในความมืดที่ไร้ซึ่งแสงไฟจากตะเกียง หรือแม้กระทั่งแสงไฟจากหลอดนีออนของเต้นท์อื่น ๆ

เต้นท์เยื้อง ๆ กันกับพวกเราที่มาก่อนต่างก็พากันเริ่มปิดไฟพร้อมทั้งเข้านอนกันหมดแล้ว คืนนี้คงจะเป็นอีกคืนที่เงียบสงบ สงัดที่ดูแสนยาวนานอีกวันหนึ่งที่เราได้ออกมานั่งซึบซับบรรยากาศกับธรรมชาติตรงหน้า ความสุขเล็ก ๆ ที่หาได้และได้ถูกธรรมชาติเป็นผู้มอบให้มันช่างเป็นเรื่องราว เป็นความทรงจำที่แสนวิเศษ ซึ่งเราอาจจะหาโอกาสกลับมากันเป็นกลุ่มกับน้อง ๆ แบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว สิ่งที่เราจะทำได้มากที่สุดคงจะเป็นการเก็บเกี่ยวบรรยากาศตรงหน้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็เท่านั้น

สายลมหนาวเย็นพัดเข้ามากระทบผิวพอให้ขนกายได้ลุกชัน แสงเทียนที่น้องสาวจุดขึ้นวางข้างโขดหินพอทำให้เราสองคนที่นั่งเล่นหน้าเต้นท์ได้อุ่นขึ้นและพอให้ได้มีแสงสว่างเล็กน้อยเพื่อที่จะไม่เป็นการรบกวนเต้นท์ของคนอื่น ๆ ในคืนนี้

ยิ่งดึกอากาศก็เริ่มยิ่งเย็นขึ้นไปทุกที เราเริ่มเข้าไปนั่งห่มผ้าในเต้นท์ที่มีแฟนน้องชายกำลังนอนดูหนังอยู่ที่หน้าไอแพด ส่วนน้องสาวและน้องชายอีกสามคนต่างก็ยังพากันนั่งเล่นอยู่ที่หน้าเต้นท์กันไม่ห่างไปไหน คงจะมีแต่เพียงเสียงพูดคุยกันไม่ดังนักที่หน้าเต้นท์ ไม่นานทั้งสี่คนก็เริ่มทยอยกลับเข้ามานอนในเต้นท์ที่พวกเราได้เตรียมกันไว้

เสียงสายน้ำยังคงทำงานไหลนิ่งเอื่อยไปตามทิศทางของมัน กระแสลมก็คงต้องทำหน้าที่ของมันเช่นกัน คงไม่ต่างกับพวกเราในคืนนี้ที่คงต้องถึงเวลาเข้านอนกันเสียที มันก็คงจะเหมือนกับต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของกันและกัน ธรรมชาติเองก็คงจะมีหน้าที่ที่ต้องทำไม่แตกต่างจากเราสินะ...


SHARE
Written in this book
Bantuek By กูนี่แหละเขียน
คนเรามีทั้งช่วงดีและไม่ดี บางคนทุกข์ บางคนท้อ แต่อย่ารอให้มันนานจนกัดกร่อยใจ ถ้าใจยังบอกว่า 'สู้ไหว' ก็ขอให้คุณจงลุกขึ้นสู้เดินต่อไป แค่เดินต่อไป แต่นั้นจริง ๆ
Writer
Bantuek28
Bantuek28
สวัสดี สบายดีไหม? วันนี้ได้ทำอะไร พักผ่อนบ้างได้ไหม แค่หลับตา

Comments