WILT

ถ้าไม่พบรักใครก่อนอายุยี่สิบปีจะกลายเป็นดอกไม้
 
ธรรมชาติในโลกของดลย์เป็นแบบนั้น ใครต่อใครในโลกของเขาถึงได้ดิ้นรนค้นหาความหมายของคำคำนั้น เพียงเพื่อพิสูจน์ต่อพระเจ้าว่าตนเองมิใช่ดอกไม้ใบหญ้าอันไร้วิญญาณและความรู้สึก เพื่อพิสูจน์ว่าคู่ควรจะดำรงอยู่ต่อไปในฐานะมนุษย์ผู้เปี่ยมด้วยชีวิตจิตใจ


หากแต่เขาน่ะเป็นความผิดพลาดของพระเจ้า

ร่างกายของเขาผิดแผกไปจากนั้น--สำหรับดลย์น่ะ ถ้าหากพบรักใคร เมล็ดพันธุ์ที่แฝงเร้นอยู่ในกายจะเติบโต ผลิบาน ครอบครองกลืนกินความเป็นมนุษย์ไปจนหมดสิ้น กลายสภาพเป็นดอกไม้งามประดับผืนปฐพี
 
เขาถูกสาป

หรือบางทีอาจกำลังถูกท้าทาย

กล้าไหมที่จะตายเพื่อความรัก?

ดลย์ใช้ชีวิตอย่างระวังตัวมาตลอดยี่สิบสี่ปี เขามีระยะห่างระหว่างผู้คนเสมอ เป็นกุหลาบหอมที่พร้อมด้วยหนามแหลม สวยงามทว่าใจร้าย--ด้านชาและไร้หัวใจ ชายหนุ่มไม่เคยรับคำท้าของพระเจ้าเลย ใครแม่งจะโง่ยอมตายเพราะความรักวะ ใครจะโง่เอาชีวิตตัวเองไปแลกกับสิ่งที่จับต้องไม่ได้แบบนั้น

ไม่มีใช่เขา และจะไม่มีวันใช่
 
มีอะไรมากมายสำคัญกว่าความรัก

และหัวใจไม่จำเป็นต้องใช้ในโลกเวรๆใบนี้ 
ดลย์เป็นอย่างนั้นจนกระทั่งได้เจอลันตา

เด็กหนุ่มคนนั้นที่มีดวงตากลมโตประกายใส รอยยิ้มกว้างสว่างไสวยิ่งกว่าพระอาทิตย์

อันตราย อันตรายมาก

นั่นคือความคิดแรกในหัวของดลย์ตอนที่ได้พบกับลันตาในวันหนึ่งของฤดูร้อน ท่ามกลางประกายแสงแดดอ่อนจางยามสาย อุ่นไอแห่งคิมหันต์ระบัดระบายลงบนดวงตากลมโตสีอ่อน และรอยยิ้มอันแสนซื่อตรง เรือนผมนุ่มสลวยสีเข้มของเขาปลิวพลิ้วไหวไปตามสายลมที่อวลด้วยกลิ่นดอกส้มหอมสดชื่น

"ผมชอบพี่ครับ"

เขาเอื้อนเอ่ยถ้อยคำนั้นออกมาได้อย่างบริสุทธิ์เป็นที่สุด ความไร้เดียงสาในน้ำเสียงทำให้ดลย์ไม่กล้าพ่นถ้อยคำปฏิเสธอันใจร้ายเหมือนทุกที 

"เดี๋ยวเราโตขึ้นก็ลืมพี่แล้ว"

ชายหนุ่มเอื้อมมือลูบหัวคนเด็กกว่า--ขวบปีที่สิบหกของชีวิตคือช่วงที่ชีวิตช่างเต็มไปด้วยความฟุ้งฝัน ดลย์เห็นความฝันเหล่านั้นสะท้อนผ่านผืนทะเลในแววตาของคนตรงหน้า แต่อีกไม่นานเขาจะค้นพบว่ากุหลาบอย่างดลย์เย็นชาและโหดร้ายเกินกว่าจะพยายามแตะต้อง

ไม่มีอะไรตอบแทนจากกุหลาบดอกนี้นอกจากรอยแผล

ไม่คุ้มค่าความพยายามที่ทำไป

เพราะไม่ว่ายังไงดลย์ก็จะหักหาญมันทิ้งอย่างไม่ไยดีเหมือนๆกับทุกคนที่เข้ามาในชีวิตเขา

"นั่นเป็นเรื่องในอนาคตนี่ครับ แต่ตอนนี้ผมชอบพี่นี่นา" เด็กหนุ่มหมุนดอกส้มในมือเล่นตอนที่พูด แล้วจึงเงยหน้าขึ้นสบมองดวงตาเรียวสีสวยของคนโตกว่า "ผมพูดจริงๆนะ"

ดลย์หัวเราะเบาๆให้กับคำตอบนั้น--แล้วสักวันเด็กคนนั้นจะรู้

เขาเคยคิดแบบนั้น

แต่จนแล้วจนรอดคำว่ารักในดวงตาของเด็กหนุ่มคนนั้นก็ยังไม่เลือนหายไปสักที จากหนึ่งปี เลื่อนเป็นสองปี เลื่อนเป็นสามปี และปีนี้กำลังเข้าปีที่สี่ 

ไอ้ฉิบหาย อันตรายเกินไปแล้วนะโว้ย

อะไรบางอย่างในตัวเด็กคนนั้นเป็นภัยกับเขา

หอมหวานและอบอุ่น

หลุมรักเวรนั่นเรียกร้องให้เขากระโดดลงไป

ยวนใจด้วยรอยยิ้ม

ล่อหลอกด้วยอ้อมกอดอุ่นๆในวันฝนตก

ลันตาเรียบง่ายและตรงไปตรงมามาก

เขาไม่ปิดบังคำว่ารักในแววตา ในน้ำเสียง ในรอยยิ้ม

ไอ้เวร

เขาอาจตายได้เพราะเด็กคนนี้

ตายได้จริงๆ



คืนวันพระจันทร์เต็มดวง ในสวนดอกไม้อันประปรายด้วยดอกกุหลาบแดงแซมด้วยขาว ลมหนาวต้นธันวาพัดโชยพลิ้วผ่าน หอบเอากลิ่นไอเย็นชื่นของยามกลางคืนติดมาด้วย แสงจันทร์และลันตาคือส่วนผสมที่เหมาะแก่การตกหลุมรัก

"พี่เป็นมัทนะซินโดรม"

"ฮะ?--เดี๋ยว--ทำไมพี่ไม่เคยบอกผม"

เด็กหนุ่มคนนั้นมึนงง จับต้นชนปลายไม่ถูก ดวงตาคู่นั้นพร่าพรายด้วยประกายความหวาดกลัว 

"ก็ไม่รู้จะบอกทำไม"

"พี่ควรบอก"

"ไม่มีประโยชน์"

ดอกกุหลาบดอกหนึ่งผลิขึ้นที่ปลายนิ้วของดลย์

เขารับคำท้าของพระเจ้าแล้ว

"ลันตา--พี่รักเรา"

ดอกกุหลาบดอกที่หนึ่งร้อยผลิบานบริเวณเหนือหัวใจเขา มันกำลังครอบครองและกลืนกิน

"ไม่ พี่ ไม่ได้"

เด็กคนนั้นกำลังถอนมันออก พยายามจะหยุดการกลืนกินของพืชพันธุ์สีเขียว เขาร้องไห้ หยดน้ำตาวาววามบดบังประกายตาที่เคยสว่างจ้าพร่าพราย

"ไม่เห็นเป็นไร มันคุ้มค่าแล้ว"

เด็กหนุ่มกอดร่างที่เต็มไปด้วยหนามแหลม แผ่ซ่านความอบอุ่นจากหยดเลือด น้ำตา และหัวใจ

เขาโอบกอดกุหลาบดอกนั้นอย่างที่เคยทำเสมอมา 
 
"จูบพี่ที"

นั่นคือคำขอสุดท้ายจากปากของดลย์
 
ดอกกุหลาบดอกที่หนึ่งพันผลิบานกลางแสงจันทร์

จูบแรกของลันตาหวานด้วยรสชาติของดลย์และเคล้าด้วยเศร้าโศกแห่งการจากลา

SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นขยันเขียน
รวมมเรื่องสั้นของเก๊าเอง จับฉ่ายกันไปเลย 55
Writer
Sunflower38
Beginner
เจิดจ้า แจ่มใส ให้เหมือนทานตะวัน :) TW : Chirwa_Sunshine Joylada : Sunflower38, สนธยา2738

Comments

J12E
4 months ago
อ่านรอบ 3 ✨
Reply
Sunflower38
4 months ago
เง้ยยย ขอบคุณค้าบ ;-;