( if ) i die ( d )
เคยคิดถึงงานศพของตัวเองกันมั้ย ;

ไม่รู้ว่าการทำงานเป็นอินทีเรียดีไซเนอร์ส่งอิทธิพลให้ชีวิตคิดเรื่องความงามของ Environment แม้แต่ตอนที่ตายหรือเปล่า — หรืออาจจะเป็นความตายเอง ที่เรียกร้องความงามแม้วันที่จะจากโลกนี้ไป เพราะนั่นดูเป็นสิ่งสุดท้ายที่พอจะทำได้เพื่อเป็นการผลัดเปลี่ยนช่วงเวลาสำคัญของชีวิต 

จากโลกนี้ไปสู่โลกที่เราไม่รู้จักและไม่อาจจินตนาการถึง

ฉันเคยคิดภาพเอาไว้ว่าถ้าตายอยากมีงานศพแบบไหน
ฉันชอบสีขาวและดอกทานตะวัน ;

🌻

อยากให้ mood and tone เป็นแบบนั้นล่ะ
ทุกคนใส่ชุดสีขาว ตั้งแต่เสื้อ กางเกง กระโปรง หมวก ยันรองเท้า สีขาวที่ตัดกับสีเหลืองสดใสของดอกทานตะวัน และ กิ่งก้าน ผืนใบที่เกาะเกี่ยวกันเป็นทุ่งท่วมไปด้วยสีเขียว( แต่จริงๆ ก็ชอบสีเขียวทุกเฉดด้วย หรือจะให้ใส่ชุดสีเขียวให้หมดเลยดี )  แต่แต่แต่ แค่คิดว่าจะเป็นเขียวทั้งชุดก็รู้สึกแปลกพิลึกเนอะ

เพื่อความไม่ลำบากของคนที่จะมาร่วมงานจนเกินไป
งั้นเป็น สีขาว , สีเขียว แล้วกัน

แต่สำคัญที่สุดคือ ‘ ดอกทานตะวัน ’

เพราะไม่อยากให้ใครก็ตามที่ก้าวเข้ามาร่วมไว้อาลัยในการจากไปของเราต้องโศกเศร้า — เพราะเราไม่ได้จากไปไหน เพียงแต่การเดินทางในโลกนี้ของเรามันหมดเวลาแล้ว และเราเพียงแค่เดินทางกลับบ้านก่อนพวกคุณที่ยังอยู่เท่านั้นเอง 

และหากคุณที่มาร่วมงานวันนั้น รู้สึกว่าได้รับบางสิ่งจากฉันแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องเสียใจเลย

[ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด
เราคงได้พบกัน ณ ที่นั่น ที่ซึ่งเรียกว่าบ้านถาวรนิรันดร์ ]

ความใฝ่ฝันของนักออกแบบหลายคนคือ
ได้สร้างบ้านให้ตัวเองสักครั้ง ในแบบที่ตัวเองชอบ
พวกเราร่ำเรียนกันมา ออกแบบบ้านราคาหลายสิบล้าน แต่ตัวเองอาศัยที่ที่เรียกว่าขอ เพียงซุกหัวนอน คิดแล้วก็อนาถเหมือนกัน แต่ก็รู้สึกดีในมุมที่ คนอย่างเราได้มีโอกาสสร้างบ้านให้ใครหลายๆคน แม้ว่าเขาจะโด่งดังกว่า ร่ำรวยกว่า มีโอกาสได้สร้างความสุข สบาย ให้กับชีวิตพวกเขาผ่านงานที่เราทำ ด้วยมุมมองในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องการที่อยู่อาศัย 

แต่สิ่งสำคัญของมันคืออะไรกันนะ —
ไอ้สิ่งที่เรียกว่าความสุขหน่ะ

จำเป็นต้องมีบ้านหลังใหญ่หรือเปล่า ?
ฉันคิดว่า ก็ไม่จำเป็นหรอก / สิ่งสำคัญคือ การได้อาศัยในที่ที่ทำให้รู้สึก อุ่นใจ ปลอดภัย สบายใจ และพอดิบพอดีมากกว่า ,

แต่ประเด็นที่จะพูดวันนี้ไม่ใช่เรื่องการออกแบบบ้านอย่างไรให้มีความสุข — แต่เรากำลังพูดถึง ตายอย่างไรให้มีความสุขมากกว่า !


“If I live, it will be for Christ, and if I die, I will gain even more.”
‭‭Philippians‬ ‭1 : 21


ข้อพระคัมภีร์ในไบเบิ้ลที่ทำให้การอยู่และการตายมีความหมายต่างออกไปจากที่เคยเข้าใจ ;

การอยู่เพื่อพระคริสต์ — จริงๆ สำหรับเราแล้ว การตายที่ได้กำไรคือ ; ขณะที่มีชีวิตอยู่นั้น เราได้ทำอะไรไปบ้าง การมีอยู่ของเรามันมีความหมายต่ออะไรบ้าง


ที่บอกแบบนี้ไม่ได้แปลว่าว่าเราต้องทำอะไรมากมายถึงจะมีค่ามากๆ แต่มันอาจจะเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย เล็กน้อยมากๆ แต่ว่าเราทำมันด้วยหัวใจ ด้วยรัก ด้วยปรารถนาดี ด้วยจริงใจ กล่าวคือ ตอนนี้เราได้เริ่มทำอะไรที่มีความหมายแล้วบ้างหรือยัง ?








หรือเราปล่อยเพียงให้ชีวิตเดินไปตามวันเวลา
มุ่งหน้าไปพบความตาย ที่รอคอยอยู่
และจะมาถึงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้








จริงอยู่ว่า เราตายแล้วคงไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว และการพูดถึงในสิ่งที่เราเป็น ในวันงานศพเราก็คงไม่สำคัญเท่ากับการที่เรา คนที่ตายไปแล้วทิ้งอะไรไว้บ้าง ? เราให้อะไรกับคนที่ยังอยู่บ้าง ?

เมื่อคนที่ยังอยู่รู้สึกว่าได้รับบางสิ่งจากเรา ; นั่นแหละ คือกำไรที่เราได้รับ จากการมีชีวิตอยู่ของเรา


ส่วนเราที่ตายไปแล้ว ;
ก็คงอยู่ที่ไหนสักที่ ถึงตอนนี้จะมั่นใจได้ว่า โดยความเชื่อจะทำให้เราได้ไปสวรรค์ กลับเข้าสู่อ้อมกอดของพระเจ้า — ความมั่นใจ ที่ไม่ได้มาโดยความดี หรือคุณธรรม แต่เป็น ใจที่ยอมรับว่า เรานั้น ช่างไม่สมบูรณ์เอาซะเลย และขอยอมรับการช่วยเหลือผ่านทางพระคริสต์นั้น เลยทำให้เราได้รับสิทธิในการเป็นบุตรและคืนดี กับพระบิดา ผู้สร้างเราขึ้นมาอย่างถาวร

แต่ก็นั่นแหละ ตอนนี้มั่นใจ
แต่ต่อไปจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้

เลยทำได้แค่ใช้ชีวิตแบบวันต่อวันเท่านั้น ถึงจะเคยไม่ชอบชีวิตแบบนี้แต่ก็ไม่มีอะไรในชีวิตที่แน่นอนและเป็นที่ยืนยันได้ว่่า ชีวิตเราจะมีจุดจบอย่างไร

เราคิดภาพ
วางแผนงานศพของเรา
เหมือนที่เราร่างแบบบ้านส่งงานให้ลูกค้า
แต่ไม่เคยมีงานไหนที่สำเร็จสมบูรณ์ได้อย่าง 100% แบบที่คิดกันเอาไว้

กล่าวคือ ชีวิต ล้วนเปลี่ยนแปลง ผันแปร อยู่เสมอๆ
เราวางแผนได้ มีความต้องการได้
แต่ท้ายที่สุด อะไรจะเกิดขึ้นก็สุดจะตามแต่ที่มันเป็นไป

แล้วกล่าวว่า ; เราทำเต็มที่แล้วจริงๆ ไม่มีอะไรต้องเสียใจเลยแม้แต่น้อย ( เว้นเสียแต่ เราลักไก่ในชีวิตตัวเอง )

เราทำได้ในส่วนของเรา
และควรปล่อยพื้นที่ในใจให้เป็นพื้นที่ของความไม่แน่นอนด้วย 🌻 

ดอกไม้ต้องการพื้นที่ในการเติบโตและโหยหาแสงแดดเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงเพราะเติบโตด้วยตัวเองไม่ได้ฉันใด — เราเองผู้เป็นมนุษย์คงปฏิเสธไม่ได้ ว่าเรานั้นต่างโหยหาความรัก ความหมาย และการเติบโตขึ้น 







SHARE
Writer
PANPANMEME
daughter and — honey skin☽
christian journal part time designer ; full time dreamer “If I live, it will be for Christ, and if I die, I will gain even more.”Philippians‬ ‭1:21‬

Comments

rinraxa
11 days ago
ส่วนเราก็คงไม่อยากให้มีงานศพมั้ง กลัวไม่มีคนมาอาวรณ์55555
Reply
PANPANMEME
11 days ago
อา ลืมคิดแฮะ ว่าจะมีมั้ย!
แต่ก็นะ คิดไว้ก่อน แต่ส่วนที่เหลือก็ช่างมันแหละ
สุดท้ายพอตายจริงๆ ก็อาจจะแค่ตายไปเฉยๆ
งานคงไม่สำคัญอะไร , สำคัญตอนยังอยู่มากกว่า