propose a step back
“ Don't be afraid, and don't be discouraged by what happened at the town of Ai. Take the army and attack again. But first, order part of the army to set up an ambush on the other side of the town. I will help you defeat the king of Ai and his army, and you will capture the town and the land around it. Destroy Ai and kill its king as you did at Jericho. But you may keep the livestock and everything else you want...God told Joshua”
‭‭Joshua‬ ‭8:1-2‬ ‭CEV‬‬


ที่ผ่านมาพระเจ้าไม่เคยให้ก้าวถอยหลัง
แต่เมื่อถึงคราวที่เราเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในการต่อสู้กับอะไรสักอย่างในชีวิต — และเป็นเวลาที่เราต้องเรียนรู้ที่จะ 
ถ อ ย . . . 

เราจะยอมถอย
หรือแสร้งว่ายังไหวและรับมือทุกอย่่างได้?



เรานึกถึงตอนที่ตัวเอง burn out จากงานหนักๆ และไม่ยอมหยุดยังมุทะลุทำทุกอย่างต่อไป เปิดโหมด auto pilot ในตัวเองแล้วทำงานไปด้วยความเคยชิน เพียงเพราะคิดว่าเราจะหยุดไม่ได้

เราไม่อยากเผชิญหน้ากับความรู้สึกผิดที่ไม่ทำอะไร
และดูเป็นคนไม่รับผิดชอบหรือไม่เอาไหน

แน่นอนว่า มันยังดำเนินต่อไปได้
บางครั้งงานก็ผ่านไปได้ด้วย อาจจะดีและไม่ดีบ้าง
แต่ภาพภายนอกทุกอย่างดูปกติดี

แต่เรารู้อยู่แก่ใจว่า
ทุกอย่างไม่โอเคเลย
ทั้งใจเรา ร่างกายเรา และความรู้สึกที่เรามีต่อสิ่งที่เราทำ
ความรู้สึกเหล่านี้มันไม่ได้ส่งผลเพียงแค่ให้งานแย่เท่านั้น — แต่มันยังพ่วงรั้งเอาความสัมพันธ์ร่วงหล่นล้มรุดลงเหวไปด้วย

และร่่างกายก็ประท้วงด้วยการป่วยซะเลย!!

เมื่อทุกอย่างรวนไปหมดแล้ว
คนดื้ออย่างเราก็เลย ยอมหยุด 
แต่ถึงกระนั้น ตอนนี้พระเจ้าไม่ได้เราหยุดเฉยๆ
แต่กลับบอกให้ถอย ...

เมื่อต้องถอย
และดูเป็นฝ่ายแพ้
ยอมให้อีกฝ่ายดูถูก ดูหมิ่น ส่งยิ้มเยาะกลับมา
หรือแม้แต่มีท่าทีเมินเฉยต่อเรา
เมื่อนั้นเราเลยรู้สึกเจ็บใจที่ต้องถอย

บางครั้งเราก็พยายามสู้กับคนที่เรารัก
ด้วยความเป็นห่วง
พยายามยัดเยียดและพยายามอยู่ใกล้
แต่ยิ่งทำแบบนั้นโดยที่เขาไม่ต้องการ
ก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่


เมื่อเราเดินกับพระเจ้าผู้ครอบครองทุกสิ่ง
และไม่เคยพ่ายแพ้ การที่พระองค์บอกกับเราว่าให้ ‘ถอย’ เมื่อนั้นแปลว่า พระองค์กำลังมีจุดประสงค์บางอย่างสำหรับชีวิตของเรา ถึงจะแปลกใจไปบ้าง แต่เมื่อเป็นแบบนั้นก็เป็นเวลาที่เราควร ‘หยุดและฟัง’

god’s purpose to me :
• ตั้งหลัก ทบทวนข้อผิดพลาดเกี่ยวกับตัวเอง 
ยอมรับว่าตัวเองผิดพลาด ยอมรับว่าตัวเองอ่อนแอ ยอมรับว่าตัวเองต้องการช่วยเหลือ ... 

ข้อผิดพลาดนั้นคือ เราพึ่งพาตัวเองโดยสมบูรณ์แบบไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย และการที่เรานิ่งชะงักในการต่อสู้ก็ทำให้เราต้องเรียนรู้ที่จะไม่พึ่งพาตัวเอง

การต่อสู้แบบทั่วไปคือการต่อสู้โดยมีเราอยู่บนสังเวียรกับคู่ต่อสู้ แต่การต่อสู้โดยมีพระเจ้านั้นมันต่างออกไป 

‘don’t be afraid ...’ 

การต่อสู้โดยมีพระเจ้านั้น
เราต้องวางนวมของตัวเองลง
ยอมที่จะฟังว่า ครั้งนี้เราต้องทำยังไง
และครั้งหน้าล่ะ จะเป็นยังไง

การต่อสู้โดยมีพระเจ้านั้น
มันไม่ใช่วิธีการที่เราเคยชิน และอาจจะนึกไม่ถึงเลยก็ได้
การเป็นแม่ทัพก็คงเท่ห์ดีอยู่ แต่ถ้าหากวันหนึ่งต้องเป็นเพียงเบี้ยพลทหารตัวน้อยๆในพื้นที่การต่อสู้ของสนามชีวิต เราจะยอมรับได้ไหม ... ยอมให้พระเจ้าเป็นแม่ทัพแล้วบัญชากองทัพชีวิตของเราได้ไหม?

เราอาจดูต่ำต้อย
แต่พระเจ้าจะได้รับเกียรติ

เราอาจจะดูไร้ค่า
แต่ในขณะเดียวกัน
ถ้าเราอยู่ในจุดที่เกินตัว
และตายอย่างอนาถก็คงไม่ต่างกัน

เพราะฉะนั้นการอยู่ในจุดที่ต่ำ
ก็เป็นจุดที่ปลอดภัยกว่าการโผออกไปกลางสนามโดยที่ไม่พร้อม —


• รอโอกาส จังหวะ และเวลา 

การถอยออกมาจากที่ที่ไม่ใช่ของเรา ทั้งเวลาและโอกาสก็เป็นเรื่องที่ควรทำมากกว่าฝืนยืนอยู่ตรงนั้น แม้จะทำด้วยความหวังดี จนกลายเป็นทำให้ทุกอย่างแย่ไปกว่าเดิม — แม้เราจะเคยชินกับการ try it, try again เคยชินกับคำว่าความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น ...
แต่ถ้าเราเบิกตาให้กว้าง มองตามความเป็นจริง เหนื่อยแค่ไหน ใช้เวลามากแค่ไหนเพื่อจะสำเร็จ ... บางครั้งพิชิิตเป้าหมายสำเร็จราวกับพิชิตยอดเขาได้แต่กลับพบว่าตัวเองปีนเขาผิดลูก ...

เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่ดีในบางเวลาหากเราจะหยุดนิ่งๆบ้างๆ สำรวจความต้องการของตัวเอง สำรวจสิ่งที่ตัวเองกำลังเป็น ฟังเสียงของพระเจ้า ว่าจะให้เราไปทางไหน ทำอะไร หยุดตอนไหน เดินตอนไหน

บางครั้งเสียงเดิน เสียงวิ่ง เสียงหอบ อย่างเกินกำลัง
ก็ทำให้เราไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยจากคนอื่นหรือแม้แต่ตัวเอง 




note to self : 
• ยอมถอยบ้าง 
• ยอมถอยไม่ได้แปลว่าแพ้เสมอไป
เพียงแต่ ต้องรอจังหวะ เวลา และยอมรับวิธีการจากพระเจ้า ...
• หยุดนิ่งๆบ้างก็ไม่เป็นไร
การอยู่เฉยๆ ก็ไม่ได้ทำให้เรากลายเป็นคนไม่เอาไหน ในทางกลับกัน การมุทะลุดันทุรัง ก็มีแต่จะเป็นผลเสีย !
• ยอมให้พระเจ้านำ ยอมให้พระเจ้าเป็นแม่ทัพในสนามชีวิต 
• อย่าเผลอเข้าใจผิด และอย่าเผลอคิดว่าเราควบคุมทุกอย่างได้ เราไม่ใช่พระเจ้า!!! 

ขอให้เป็นวันจันทร์ที่เริ่มต้นใหม่
ให้พระเจ้าช่วยเหลือในทุกสิ่งที่ทำ
ทุกก้าวเดินที่เดินในชีวิต
เพราะเราเรียนรู้กับตัวเองแล้วว่า
การเดินในแบบที่ผ่าน ที่เดินด้วยขาตัวเอง
มันโดดเดี่ยว หนักหนา และชวนท้อใจแค่ไหน

ต่อจากนี้เราจะเดินไปกับพระเยซูนะ
 :~)









SHARE
Written in this book
PEACE LIFE IN GOD
Living in the water of life - Be still rest under the shadow of mercy grace
Writer
PANPANMEME
daughter and — honey skin☽
christian journal part time designer ; full time dreamer “If I live, it will be for Christ, and if I die, I will gain even more.”Philippians‬ ‭1:21‬

Comments