(we) healed from his wounds

“For all have sinned and fall short of the glory of God; they are justified freely by his grace through the redemption that is in Christ Jesus.”
‭‭Romans‬ ‭3:23-24‬ ‭CSB‬‬



มีใครบ้างที่ดีเลิศ ?
มีใครบ้างที่ดีพร้อมจนไม่กระทำผิดอะไรเลย ?

เมื่อลองนึกถึงหน้าของคนที่ไม่ทำผิดอะไรเลย
...เราก็นึกไม่ออกว่ามีใครบ้าง 
— แม้แต่ตัวเราเอง

หากลองนึกถึงชื่อ ถึงหน้า ของคนที่ทำให้เราเจ็บปวด รายชื่อก็คงยาวเป็นหางว่าวจนเราเรียงคิวให้แทบไม่ทันว่าเจ็บเพราะใครมากกว่า


และเมื่อลองนึกดูว่า...
เราทำให้ใครต้องเจ็บบ้าง ?
ในใจก็เกิดกลัวขึ้นมาที่จะต้องนึก
และเผชิญหน้ากับความจริงเกี่ยวกับตัวเอง



“But it was our sins that caused him to be hurt. The bad things that we had done knocked him down. The punishment that he received has brought peace to us. The wounds that he received have made us well. We have all turned away, like sheep that take the wrong path. Each of us has turned to follow our own way. But the Lord has taken all our sins and put the punishment on him.”
‭‭Isaiah‬ ‭53:5-6‬ ‭EASY‬‬

พระคัมภีร์เป็นสิ่งที่สอนให้มนุษย์อยู่ในลู่ทาง
ขณะเดียวกัน พระคัมภีร์ ก็บันทึก ‘ความรักความเมตตา’ ของพระเจ้าเอาไว้จนอัดแน่น 

ทั้งพระธรรมโรมและอิสยาห์ เขียนอย่างชัดเจนว่า
‘มนุษย์ทุกคนล้วนเป็นคนบาป (และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า ) และเราได้รับการช่วยเหลือให้พ้นจากความตายทางจิตวิญญาณผ่านทางพระเยซูคริสต์ที่ตายและฟื้นเพื่อเราบนไม้กางเขน — พระองค์เจ็บปวด ทรมาน เพราะบาปของตัวเรา เพื่อให้เราได้กลับคืนดีกับพระเจ้า

ได้กลับเข้าสู่การเป็นบุตรของพระเจ้าอีกครั้ง

...ถ้าพระเจ้าไม่รักเรา 
เรื่องนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้

...ถ้าพระเจ้าไม่รักเรา 
มนุษย์ก็ยังคงติดและวนเวียนอยู่ในชีวิตที่มืดบอด มืนมน และหาทางออกไม่เจอ วุ่นวาย สับสน จมอยู่ในความเจ็บปวด การกระทำที่อ่อนแอ จมอยู่กับความอาฆาต พยาบาทที่สะสมเป็นตะกอนอยู่ในชีวิต เพราะให้อภัยไม่ได้

...ถ้าพระเจ้าไม่รักเรา
และทำให้เห็นว่า พระเยซู ทรงทำเพื่อเราและคนที่ทำร้ายเราอย่างไร เราก็คงติดอยู่ในบ่อแห่งความโกรธและไม่เริ่มต้นเรียนรู้ที่จะให้อภัย

เราคงติดอยู่กับบาดแผลในชีวิต
ที่ทิ่มแทงในชีวิต ทั้งที่เป็นฝีมือคนอื่นและฝีมือเราเอง
จนบางทีแผลเล็กๆนั้น อาจจะลุกลามเป็นแผลติดเชื้อใหญ่โต ...

เมื่อมองดูและพบว่า การแช่งด่าไม่ช่วย หรือเปลี่ยนแปลงอะไร แต่เราก็นิ่งเฉยไม่ค่อยจะได้ จิตใจภายในเดือดพล่านเมื่อเราเป็นฝ่ายถูกกระทำ — แต่วันนี้ พระคัมภีร์ชวนให้เพ่งมองดูที่ ‘ไม้กางเขน’ อีกครั้ง พระเยซูไม่ได้ทำผิดอะไร พระองค์จะแช่งด่าทุกคนที่ทำร้าย หรือทุกคนที่ทอดทิ้งพระองค์ หรือแม้แต่จะต่อว่าพระเจ้าพระบิดาผู้ส่งพระองค์มาก็ได้ ที่ปล่อยพระองค์ไว้แบบนั้น 

... แต่พระองค์ไม่ได้ทำเช่นนั้น

พระเยซูกลับทรงกล่าวคำให้อภัย

“Jesus said, ‘Father, these people do not know what they are doing. So please forgive them.’ The soldiers then picked up Jesus' clothes for themselves. They played a game to decide who would receive each piece of his clothes.”
Luke 23:24

เพราะพระองค์มาเพื่อช่วยพวกเขา (และเรา)
พระองค์ไม่ได้เห็นพวกเราเป็นคนชั่วร้ายแต่ทรงมองเห็นว่าพวกเรามืดบอดเพียงใด ... และเราก็กลายเป็นเรื่องด่วนสำคัญที่พระองค็ต้องช่วย

note to self : เป็นเวลานานเท่าไหร่แล้ว ที่ต้องเจ็บปวดเพราะความทุกข์ใจ นานเท่าไหร่แล้วที่ปล่อยให้ความเคียดแค้นอาศัยอยู่ในหัวใจ...

เกาะกุม เกาะกิน แน่นในใจ จนยากที่จะเอาออกไปได้
จนพิษแห่งความโกรธนั้นมันทำลายล้างชีวิตของเราเอง
ขอให้พระเจ้าช่วยให้มองเห็นหัวใจแห่งการให้อภัยแบบที่พระเยซูทรงมี ฟังดูเป็นเรื่องโง่ที่จะให้อภัยคนที่ทำร้ายเรา ... แต่เพราะการให้อภัยนี้เอง ที่หยุด โศกนาฏกรรม ทางจิตวิญญาณของมวลมนุษย์ ที่เกิดจากความมืดบอดและมันลุกลามอย่างรวดเร็ว

ขอพระเจ้าช่วยให้เราหายดี
จากอาการมืดบอด ทางจิตวิญญาณ 


และเมื่อใดที่เราเจ็บ
ขอให้เรามองดูที่บาดแผลของพระองค์
ว่าพระองค์ทรงเจ็บเพียงใด

ขอให้เราระลึกถึงพระสัญญา
ที่พระเจ้าเขียนไว้เพื่อเรา
ว่าพระองค์จะรักษาเราให้หาย 🕊


sun 08
sep , 2020




SHARE
Written in this book
PEACE LIFE IN GOD
Living in the water of life - Be still rest under the shadow of mercy grace
Writer
PANPANMEME
daughter and — honey skin☽
christian journal part time designer ; full time dreamer “If I live, it will be for Christ, and if I die, I will gain even more.”Philippians‬ ‭1:21‬

Comments