ความทรงจำระหว่าง 'แมว'
ในทุกวันที่ไขกุญแจเปิดประตูเข้าห้องมา สิ่งแรกที่เราจะเจอเลย คือ แมวสาวสองตัวที่จะคอยมายืนต้อนรับอยู่หน้าประตูอย่างรู้งาน เหมือนจะกลายเป็นกิจวัตรประจำของพวกเขาสองตัวไปแล้ว หรือมันอาจจะรวมไปถึงตัวเราเองด้วย ที่เปิดประตูเข้ามาเราก็พร้อมทิ้งความรู้สึกทุกอย่างที่ได้พบเจอมาในแต่ละวันลง แล้วเดินไปเข้ากอดพวกเขาทั้งสองทีละตัว และสิ่งที่เราจะทำในทุกครั้งนั่นคือ

"การออกกระจก"

การออกกระจก ก็คือ การที่เราอุ้มแมวสาวมายืนที่กระจกทีละตัว พร้อมกับจุ๊บเข้าไปที่กระหม่อมฉุน และข้างแก้มขนขาวนุ่มนิ่มนั้น เรามองดูกันผ่านทางกระจกตรงหน้า และเราอาจจะรู้สึกนึกคิดไปเองว่าสาวสวยของเราอาจจะชอบ และมีความสุขที่เขาได้ให้เราอุ้มออกกระจกในทุกวัน

ชีวิตเราวนเวียนอยู่แบบนี้ ความสุขในแต่ละวันของเรากับแมวสาวสองตัวคือการเปิดเพลงดัง ๆ ผ่านลำโพงบลูทูธที่ตอนนี้พึ่งซื้อมาใหม่ เพราะตัวเก่าเสียงพึ่งแตกไป ความสุขของการได้เปิดเพลงเพราะ ๆ จังหวะโจ๊ะ ๆ ที่ช่วยทำให้เราผ่อนคลายแล้ว มันยังทำให้เราไดเจอมุมบ้าบอของตัวเองในหลาย ๆ มุมที่เราเองก็พึ่งจะกล้าแสดงมันออกมา ด้วยการทำตัวบ้าบอต่อหน้าสาวน้อยทั้งสองตัวนั้น ทำท่าทีเป็นเข้าไปหยอกล้อให้สาวเจ้าได้กระโดนโลดเต้น และทำตาลอกแลกไปมาตามสิ่งของเล็ก ๆ ที่เรายื่นเข้าไปหยิบแย่เล่นกัน

จังหวะของเพลงที่คลอเคล้าไปกับการหยอกล้อเล่นกันกับพวกเขาสองตัวนั้นทำให้เราไม่เคยรู้สึกเบื่อเลยในแต่ละวัน ชีวิตของเรากับแมวสาวออกจะมีสีสัน บางวันนางจะตื่นสายเป็นพิเศษ นอนมุดตัวอยู่ในผ้าห่มบ้าง ใต้ผ้าปูที่นอนบ้าง ไม่ก็จะหนีแอบเปิดตู้เสื้อผ้าเข้าไปนอนทำหน้าตาสลอนอยู่มยนั้น และบางทีเราก็อดที่จะหมั่นเขี้ยวไม่ได้อยู่เหมือนกัน

หรือแม้แต่บางคืนก็จะเดินเหยียบตัวเราผ่านไปมา บางครั้งนั่งทำงานดึก ก็จะคอยเข้ามานั่งเฝ้านอนเฝ้า เดินผ่านหน้าคอมไปมาให้เราได้รู้สึกผ่อนคลายและคลายความเครียดกังวลจดจ่อลงไปได้บ้าง และเราก็เชื่อว่าเขาก็คงมีจะความสุข ความสนุก พร้อมกับมีความห่วงใยมอบให้เราไม่แพ้สิ่งไหนบนโลกนี้เลย

วันที่เราไปถือศีล 7 วัน เป็นวันที่เราต้องบอกลาสองสาว ไม่ได้ยินเสียง ไม่ได้กลิ่นฉุน ไม่ได้กอดอุ้ม มันเป็นอะไรที่คิดถึงมากไม่แพ้กันไปกับคนธรรมดาอย่างพวกเรา ๆ เลยเช่นกัน มีอยู่วันหนึ่งเรานั่งสมาธิอยู่ในศาลา มีพี่คนหนึ่งซึ่งเขาดูจะชอบแมวเป็นพิเศษ ได้อุ้มแมวตัวสีดำขลับมานั่งในศาลาเดียวกัน เจ้าแมวส่งเสียงร้องเหมือนจะพูดคุยตอบโต้กับเจ้าของ ตอนนั้นเองที่เราแอบนึกคิดถึงสาวสวยของเราสองตัว การปล่อยวางเรื่องนี้ในตอนนั้นเป็นอะไรที่ยากมากพอสมควร การที่เราพยายามข่มยิ้มอยู่นั้นมันก็ทำให้อดยิ้มขำตามเสียงเจ้าแมวแสนขี้อ้อนนั้นได้ช่างยากเย็นเหลือเกินมันยากจนเราต้องกดหยุดนาฬิกาจับเวลา พร้อมทั้งลืมตาขึ้นมามองดูการกระทำที่แสนออดอ้อนพูดโต้ตอบผู้เป็นเจ้าของนั้นกลับไปได้อย่างน่าเอ็นดู และมันทำให้เราแอบเผลอคิดถึงสองสาวของเรามาก ๆ อยู่เหมือนกันในตอนนั้น

สำหรับเราแล้วเราไม่รู้ว่าใครจะคิดหรือมีมุมมองอะไรยังไงเกี่ยวกับสัตว์ แต่สำหรับเรา เขาคือสิ่งมีชีวิตแบบเดียวกันกับมนุษย์ที่ต้องเกิดขึ้นมาเพื่อดำเนินชีวิตไปตามวัฏจักรของเขาดั่งเฉกเช่นเดียวกันกับมนุษย์เรา เมื่อถึงเวลาใดเวลาหนึ่งเราก็ต้องละจากโลกนี้ไปเช่นกันกับเขา แค่เราไม่เบียดเบียนเพื่อนร่วมโลกเราจนเขาต้องถึงกับชีวิตหรือต้องเดือดร้อนไปเพราะเราก็ตาม

เราอยากใช้เวลาร่วมกับเขาสองตัวให้ได้มากที่สุด เท่าที่เขาจะมีชีวิตอยู่ร่วมโลกกับเราได้ เราอยากเก็บทุกความทรงจำระหว่างเรากับสองสาวให้ได้มากที่สุด ว่าครั้งนึงเราเคยเลี้ยงแมวสาวสองตัวพร้อมกัน และแต่ละตัวก็มีนิสัยความแสบความซนต่างกันมากเช่นกัน เราอยากจะเก็บเกี่ยวทุกเรื่องราวรอบตัวรอยเรียงมันเก็บไว้ในแต่วันนั้น เผื่อวันนึงวันนั้นเมื่อพวกเขาได้จากเราไปแล้ว อย่างน้อย ๆ เราก็ได้ทิ้งและมอบสิ่งดี ๆ นี้ไว้ให้แก่กันและกัน...

'เพื่อนร่วมโลกตัวน้อยสองตัวของเรา'

มูมู่&มีมี่ 😸😸

4 พ.ย. 2563
01:31 น.
ณ ห้องพักแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร
SHARE
Writer
Bantuek28
Bantuek28
สวัสดี สบายดีไหม? วันนี้ได้ทำอะไร พักผ่อนบ้างได้ไหม แค่หลับตา

Comments