เราสามคน

CHAPTER 1.

ก่อนหน้านี้ทุกอย่างดีมาก
เพราะเราพยายามปรับเปลี่ยน พูดดีดีกับอีกฝ่ายเสมอ 
เพื่ออยากจะพิสูจนฺ์ ทฤษฎีนึง
ว่าเราคนเราจะต่อต้านความดี ดีโดยแท้จริงได้หรือไม่.
ในเมื่อเราดีกับเขา สักวันเขาจะค่อยๆมองเราดีขึ้น และทำดีกับเรา แบบที่เราทำก่อนใช่มั้ย
ถ้าเป็นแบบนั้น.. ฉันเริ่มก่อนก็ได้

ที่ผ่านมาตลอด ย้อนไปคิด ว่าเราน่ะรอให้เขาดีกับเรา 
แต่เราทั้งสองก็มักมีปัญหามากมายเสมอ มันเพราะอะไรนะ
ย้อนไปไกลกว่านั้นอีก..
แต่เขาก็เคยเป็นคนที่ดีที่สุดที่ปฏิบัติกับเรา แบบที่ไม่เคยมีใครทำให้้เลยนี่นา
แล้วทำไม'ตอนนี้' ถึงเป็นแบบนี้กันนะ

พอคิดๆดูแล้ว จริงๆ 'ตอนนั้น' เราก็ไม่ได้ดีสักเท่าไหร่ด้วยซ้ำ
แล้วถ้าสลับกัน เป็นเรา เราจะไม่เปลี่ยนไปจริงหรอ
ก็นั่นน่ะสิ เราก็คงเป็นเหมือนเขาในตอนนี้ ที่เปลี่ยนไปจากอดีตนั้น

แล้วทำไมพึ่งมาคิดนะ
เราคงมัวแต่คิด
ว่าเขาท่ามกลางสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เขาควรจะทำดีกับเราๆๆ 
คิดแค่นั้น
แต่ทำไมเราถึงไม่คิดทำมันก่อนบ้างล่ะ
นี่แหละ มนุษย์ มักคิดถึงในสิ่งที่ตัวเองควรได้รับ

เพราะเราคิดว่าในแง่อื่นๆเราทำดีมากๆแล้ว แค่นี้เอง เขาควรดีกับเราก่อน
ซึ่งมันไม่เกี่ยวกันเลย เพราะมันคนละเรื่อง 
เราทำดีส่วนนึง ก็ไม่ใช่ทั้งหมดไง 
เค้าก็คงมองเห็นว่าเราไม่ได้ดีพอขนาดนั้นที่เค้าจะมาพูดมาทำดีๆอะไรด้วย แบบที่ควร

CHAPTER 2.
พอคิดได้อย่างนั้นก็เหมือนเปิดโลก
เราทดลองทำดี พูดดี ให้สิ่งดีดี กับอีกฝ่ายก่อน
ทุกๆวันโดยไม่คาดหวังว่าจะมีอะไรตอบกลับมา
แต่ไม่น่าเชื่อว่ามันดีเกินคาด 
ผลที่สะท้อนกลับมา มันเหมือนกับว่า เราช่าง รักกัน เมตตากัน และดีต่อกันมากเหลือเกิน
ไม่เหนื่อยเหมือนที่ผ่านมาเลย จริงๆแล้วความดี มันช่างดีอะไรอย่างนี้
มันเปลี่ยนแปลงทั้งเราและสิ่งรอบตัว

ถึงแม้บางครั้งเราอาจจะได้รับสิ่งไม่ดีบ้าง 
แต่เราก็เลือกจัดการสะท้อนกลับไปด้วยคำพูดดีดี
สุดท้ายแล้วทฤษฎีที่ว่า "คนเราจะแพ้ความดี" นั้นเป็นจริง แบบโบราณว่า

คือเอาจริงๆมันไม่ใช่การทดสอบแบบปลอมๆอะไร 
ทั้งหมด มันมาจากสิ่งที่เราตั้งใจทำดีดีเพื่อจะเปลี่ยนแปลงอะไรให้มันดีขึ้น
โดยเกิดจากเราทั้งหมด ที่อยากทำให้จริงๆ

.
.
อยู่มาวันนึงเค้าก็จะเอาแมวตัวนึงมา 
โดยที่ผ่านมาเราก็ไม่สนับสนุน เพราะยังไม่พร้อม
และครั้งนี้ก็ไม่สนับสนุน แต่ก็ไม่อยากจะพูดไม่ดีด้วย 
ก็ดีไปซะจนเขาเข้าใจว่าเราน่ะโอเค 
สุดท้ายปัญหาเริ่มกลับมา เพราะตอนนั้นเรารู้สึกว่าลืมเรื่องราวความดี
เราคิดแค่ เค้าช่างไม่มีตรงกลางที่แฟร์เอาเสียเลย
แต่จะทำไงได้ ก็เอามาแล้ว 
เลี้ยงก็เลี้ยง
.

( เราชอบแมวนะ แต่พื้นฐานเราเป็นคนกลัวแมวมาก
ก็คิดว่าวันนึงที่มีบ้านของตัวเองก็จะเลี้ยง จะดูแล จะเปย์ทุกอย่าง
เตรียมทุกอย่าง แม้กระทั่งฟาร์ม สายพันธุ์ ที่เลือกที่ดีที่สุดมากขนาดนั้น
เพราะเรารู้ดีว่าเรารักใครแล้วก็อยากให้เค้าอยู่กับเราแสนนาน
เราเคยเลี้ยงหมาชิสุตัวนึง สายพันธุ์ยอดเยี่ยม และมีอายุนานถึง20ปี
เรามีความเชื่อว่า อาหารที่ดีทุกอย่างที่ดี จะทำให้อายุยืนนาน
แต่สำคัญที่ดีเอ็นเอ ในเมื่อเขาถูดบรีดมาแบบยอดเยี่ยม 
ไม่มีขาดตก นั่นยิ่งทำให้เขาไม่เจ็บป่วย พิการใดใด และอยู่กับเราแสนนาน
ตรงๆก็คือ กลัวความตายของคนที่รักนั่นแหละ หากเรารักดีเอ็นเอจร..
เค้าจะจากไปเร็วมั้ย เจ็บปวดจนสุดแสน ไม่อยากจะพบเจอ
คนอาจจะบอกว่า มันไม่ได้อายุสั้น ใช่แล้วเรารู้ดี
แต่เราอยากให้มันนาน นานกว่าที่จะเป็นไปได้ในดีเอ็นเอปกติน่ะ )

.
.
เวลาผ่านไปทีละวัน บอกตรงๆ เรารักเจ้าตัวเล็กที่มาอยู่
รักมาก มากแบบมากกกก มากอย่างรวดเร็ว
มากจนเสียเส้น มากจนจะซึมเศร้าเลยล่ะ
ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม สนใจแต่ลูกคนนี้ 
ตั้งแต่วันแรกๆที่มีปัญหากะพ่อของเค้า เราก็ไม่ค่อยคุยกันเท่าไหร่ 
หมายถึง เรื่องที่คิดไม่ตรงกันน่ะนะ 👆🏻
ก็คุยปกติ แต่ส่วนใหญ่จะคุยกับลูก 
และที่สำคัญ เราไม่ได้เป็นคนที่ทำความดี พูดดีดี กับพ่อน้องอีกต่อไปแล้ว
ทุกอย่างเป็นไปโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย 

เรากลับมามีปัญหากันอย่างหนักหนาอีกครั้ง
เพราะเหตุผลการเลี้ยงลูกที่ต่างกัน
มันหนักมากจริงๆ จนเราทั้งคู่ คงไม่ต้องการจะมีกันอีกแล้วก็ได้
เจ็บปวดที่สุดเมื่อรู้ว่าลูกอาจจะต้องถูกเอาไป
บอกเลยว่า เราไม่ได้เสียสติเพราะรักใครมานานมากแล้ว 
ไม่มีอะไรสะเทือนจิตเราได้ขนาดจะทำให้คลั่งเมื่อกำลังจะเสียไป 

แต่ลูกอะคือข้อยกเว้น ในตอนนี้ ..
รักลูกมากก ถ้าไม่มีลูกก็คงอยากตาย 
และครั้งนี้ก็ตัดสินใจจริงๆว่า มันไม่เหมือนครั้งไหนเลยที่เคยเป็นมา
รักมากมายย รักจนโดนดูถูกว่า เราน่ะ รักเกินไปรึป่าว มันเว่อร์มากไป
อะไรก็ช่าง แต่เรารู้ดีว่า ลูกเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ 
ลูกคือสิ่งมีชีวิตน้อยๆที่รักเราตอบ
แบบที่เรารักเค้า 
แบบไม่ทำให้เราต้องเสียใจเลย
 ไม่เหมือนความรักทั่วไป ที่เคยพบในชีวิตเลย
..ไม่เคยพบเจอเลย
..
 
บอกตามตรงว่าก็ยังไม่เคยสติแตกตอนอยู่ปกติเหมือนกัน
ที่ผ่านมา ไม่เพราะยา ก็เพราะอาการdepress 
 เอกเฟคจากยา ทั้งเสพติดและรักษา
เราก็สามารถที่จะจิตหลุดกรี้ดใส่หน้าคนได้ แบบไร้การควบคุม
.
แต่ครั้งนี้ จิตหลุดพร้อมที่จะต่อสู้ทุกสิ่งอย่าง แค่เพื่อไม่ให้ใครพรากลูกจากไป
กลัวที่สุด
นี่แหละคือเหตุผล ว่าทำไม ฉันถึงไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรก
เพราะรู้ดีวันนึงที่มีปัญหากัน ฉันคงรักลูกมากแล้ว
และเค้าจะพรากลูกไป
ทนไม่ได้หรอก
รู้ดีมาก ว่าวันนึง ความกลัวขนหัวลุกจะมาถึง และจะไม่สามารถรับมือกับมันได้
ฉันถึงเลือกไม่อยากรับใครตัวไหนเข้ามา รัก
ฉันน่ะไม่เคยรังเกียจหรอก ลึกๆแล้วไม่ว่าจะเป็นแบบไหน 
ฉันก็คงรักแบบหาที่สุดไม่ได้เชื่อเถอะ
และมันก็จริง
 
ต่อเจ็บปวดสุดแสนกับคำดูถูกหรืออะไรก็ช่าง แต่มันก็ไม่ได้อยู่ในสมองนัก
ยกเว้นแค่เรื่องเดียวในหัว ว่าอย่าเอาลูกไปจากฉันเลย 
คิดอยู่สองทาง เราจะยอมเป็นคนแตกร้าว ให้ลูกจากไป แล้วแอบไปกระโดดตึกเงียบๆคนเดียว
เพราะไม่มีลูกก็ไม่อยากมีตัวเราอีกแล้ว
แต่อีกใจก็คิดว่า ต่อให้เราจากไป แต่ลูกก็ยังอยู่ที่ไหนสักที่ ลูกจะปลอดภัยมั้ย
ลูกจะเป็นยังไง ถ้าเราเป็นแม่ เราจะต่อสู้สุดใจเพื่อลูกไม่ว่าจะเจ็บตัวแค่ไหน ใช่มั้ย
 ไม่ยอมเสียใจ ให้ลูกไปไหน 
อย่ายอม
รักลูก เราต้องสู้เพื่อให้ลูกอยู่ตรงนี้ 
ลูกก็รักเรา 
จะไม่ยอมให้ลูกเสียใจที่เราหายไปไหนเด็ดขาด

.
หลังจากนั้นมันก็คงจริงที่ทุกอย่างมันเป็นอยู่คือ ทั้งพ่อแม่และแม่ของลูก ก็คงไม่ต้องการกันอีกแล้วก็ได้ เหมือนที่เป็นไปในทุกๆวัน ก็เพราะเราต่างคนต่างรักลูก เลยอยู่ตรงนี้ล่ะมั้ง
..


พอมาคิดๆดูหลังจากเรื่องทั้งหมด (คิดอีกแล้ว)
เพราะมีเวลาได้อยู่คนเดียว
ก็คิดได้ว่า ตอนแรกพวกเรากำลังดีขึ้นมากเลยไม่ใช่หรอ เพราะอะไรนะ

อ๋อ.. เพราะเราหยุดปฏิสัมพันธ์ดีดีกันไงละ

 ใช่เราอาจจะมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูกมากๆกันทั้งคู่
แต่เรื่องดีดีของเรา มันหยุดไปตั้งแต่ช่วงนั้น และฉันก็ไม่ได้พูดจาดีกับเค้าสักเท่าไหร่
วันๆแทบไม่พูดกันเลยด้วยซ้ำ เพราะแบบนี้รึป่าวนะ....
ก็ต้องยอมรับ ว่าฉันน่ะละเลยการทำหน้าที่คนรักที่ดีไปมากๆ ลืมไปด้วยซ้ำ
ไอเรื่องในตอนต้น ที่คิดไว้ว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้รักมันดี
และพยายาม ค่อยๆเห็นเห็นเป็นรูปธรรม

ช่วงหลัง
เราคุยกันแค่เรื่องลูกเท่านั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้เรายังมีเรื่องให้คุยกันเยอะแยะ
จริงๆแล้วเราแค่ละเลยความสำคัญของบุคคลที่สาม เมื่อมีอีก1คนเข้ามา 
เพราะเราเคยชินกับการสนใจแค่เราและใครอีกคน แต่ตอนนี้ เรามีสามคน
เราลืมไปมากๆ 


จะว่าไปก็อยากจะลอง ปรับตัวใหม่และสนใจทั้งคู่ให้เท่ากันดู
ก็อาจจะช้าไปก็ได้ มาถึงตอนนี้แล้ว ก็ไม่รู้เหมือนกัน
มันก็เศร้าเลยพอมาถึงตรงนี้ 

ถ้าฉันกลับไปทำความดีกับเขา เขาจะคิดว่าฉันเสแสร้งมั้ยนะ
หรือถ้า เขาได้มาอ่านบทความนี้ วันนึงจะมีเรื่องจนทำให้เขาย้อนมาใช้เรื่องที่เขียนนี้
ทิ่มแทงฉันไหมนะ

จริงๆก็ ห่างหายกับการเขียนบทไปมาก ที่วันนี้เขียนก็เพราะฉันพูดกับใครไม่ได้มั้ง
ใครจะเข้าใจ เขียนไว้ก็เข้าใจคนเดียว อย่างน้อยก็ได้ระบายออกไป
จริงๆคิดจะเขียนหลายวันแล้วแหละ
แต่ก็มักมีเรื่องให้ล้มเลิกเสมอ เขียนสะหน่อยแล้วกัน เดี๋ยวก็ไม่เขียนอีก
เขียนมาถึงตรงนี้ได้ก็เก่งแล้ว
พยามรวมรัดจากสมองออกมา ได้
ขอบคุณตัวฉัน 

และขอโทษที่พาตัวเองพบเรื่องเจ็บปวดหัวใจเสมอ

รักทั้งสามคน

รักลูก เขา และตัวฉัน

End.

SHARE
Writer
greyyscale_
Destroyer
ยากจะเป็น

Comments