เลิกเป็นเพื่อนเลื่อนไปเป็นคนคุยและจบที่สถานะชาวบ้าน1
หยอดก็เพราะเอ็นดูเท่านั้นแหล่ะฉันคิดแบบนั้นมาตลอดตั้งแค่ครั้งแรกที่หยอดเธอไปเพราะความเอ็นดูล้วนๆ คิดดูสิคนที่น่ารักทั้งหน้าตานิสัยและคำพูดน่ะ สำหรับฉันเธอเป็นแบบนั้นเพื่อนแสนดีที่น่ารัก คำนิยามของเธอก็มีเท่านี้ฉันคิดแบบนั้นความรู้สึกทั้งหมดเหมือนน้ำใสที่เรียบง่ายชัดเจนและมองเห็นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง แต่บางครั้งเราก็ลืมนึกถึงตะกอนที่นอนก้นอยู่ เมื่อถูกคนรอบข้างหยอกล้อให้เสียอาการก็เหมือนการกวนน้ำใสนั่นจนตะกอนทั้งหลายลอยขึ้นมาทำให้ความรู้สึกที่เคยเรียบง่ายนั้นกลับซับซ้อนขึ้น ในวินาทีแรกเต็มไปด้วยความสับสนพยายามหาทางแก้ไขในความรู้สึกที่เข้าสู่สภาวะกระตุ้นนี้ ใช้เวลาพักใหญ่กว่าตะกอนทั้งหมดจะลงไปนอนก้อนอีกครั้งแต่ครั้งนี้น้ำใสนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว ราวกับว่าได้พบสิ่งใหม่ อะไรสักอย่างที่เก็บซ่อนไว้ในตะกอนนั่นก็คือฉันชอบเพื่อนแสนน่ารักคนนั้นเข้าให้แล้ว
ว่ากันว่าผู้หญิงที่ชอบผู้หญิงน่ะเหมือนแวมไพร์ยากที่จะระบุได้อย่างแม่นยำ นั่นทำให้ความคิดที่จะเดินหน้าถูกพับเก็บไว้ก่อน การสังเกตทั้งๆที่ปกติไม่เคยคิดจะสนใจนั้นทำให้ได้ข้อมูลใหม่ๆมาพอสมควรนั่นก็คือเธอน่ารักมากเวลายิ้มหรือหัวเราะ เธอแสนดีกับเพื่อนที่ไม่สนิท(อาจจะรวมฉันเข้าไปด้วย)และก็มีมุมทั่วไปที่พูดคำหยาบบ้างเหมือนอย่างที่เราๆทำกันกับเพื่อนสนิทของเธอ ในขณะที่ฉันพยายามเก็บข้อมูลก็ไม่ลืมที่จะให้เพื่อนรอบตัวไปสืบข้อมูลมาให้ว่าเธอมีคนในใจหรือยังหรือมีมุมมองอย่างไรกับความรักแบบเพศเดียวกัน ในตอนที่หลงแม้ว่าจะมีเรื่องมากมายเข้ามารบกวนให้ได้ปวดหัวไปหลายหนแต่ฉันก็ลืมมันไปง่ายๆเพียงแค่ได้เห็นหน้าเธอ ใช่แล้วฉันคลั่งรักเธอมากมายถึงขนาดนั้นเลย และแล้ววันที่สำคัญที่สุดก็มาถึง

มาทำงานกลุ่มที่บ้านเค้ามั้ย เค้าอยากให้เธอมานะ
แผนการชักชวนกลุ่มเพื่อนมาถ่ายงานกลุ่มที่บ้านเรียบง่ายไม่ซับซ้อนและสำเร็จตามเป้าหมายได้โดยง่าย เพื่อนแทบทุกคนดูออกว่าฉันมีความสุขมากแค่ไหน ฉันยิ้มแทบจะตลอดเวลาทั้งตอนที่รู้และไม่รู้ตัว ตลอดวันเรียกได้ว่าวุ่นวายและสนุกกันมากๆ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าบ้านตัวเองสามารถจุคน23คนได้ เมื่อกลุ่มเพื่อนมาอยู่ร่วมกันตั้งแต่เช้าจรดเย็นแบบที่ไม่ใช่การไปเรียน คงไม่พ้นต้องมีงานเลี้ยงและงานนี้คงขาดแอลกอฮอล์ไปไม่ได้ เราพูดคุยกันเล็กน้อยในระหว่างวันเหมือนปกติ ปกติที่ฉันเป็นพวกนักเลงคีย์บอร์ด ไม่รู้ว่าต้องโทษแอลกอฮอล์หรือความรู้สึกชอบมากมายที่ล้นอกนี้(ใจจริงฉันเชื่อว่าเป็นเพราะทั้งสองอย่าง) ฉันหยอดเธอไปด้วยคำหวานหลายคำตอนที่เธอกำลังจะกลับแล้วยังส่งข้อความไปหยอดอีก ราวกับรู้ล่วงหน้าเพราะในวันนั้นเธอตัดสินใจถามถึงความรู้สึกที่ฉันมีให้ต่อเธอ ในวินาทีแรกฉันคิดว่าคงต้องเตรียมใจโดนปฏิเสธตั้งแต่ตอนนี้ 
เค้ากับเธอลองมาเป็นคนคุยกันก่อนมั้ย
แต่ผิดคาดเธอยังไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดยังไงกับฉันทำให้สถานะจากเพื่อนเลื่อนไปเป็นคนคุย วันนั้นหัวใจฉันเต้นระรัวที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับคนทั้งหมดที่ฉันเคยเป็นคนคุยด้วย มันดี...ดีมากๆแม้จะเคยผ่านความรักมาบ้างแต่ก็ไม่เคยเกิดขึ้นกับคนที่อยู่ตรงหน้าจับต้องได้มักจะเป็นความรักระยะไกลมากกว่าที่เกิดขึ้นในชีวิตฉัน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงไม่ได้เผื่อใจให้กับรักครั้งนี้และทุ่มใจให้มันจนหมดทั้งใจ ในวันแรกของสัปดาห์เธอทำขนมมาให้ฉันจริงๆแล้วเธอก็ทำให้ทุกคนนั่นแหล่ะแต่ของฉันพิเศษกว่าคนอื่นนิดหน่อย เป็นวันจันทร์ที่ดีที่สุดในชีวิตเลยหล่ะ และหลังจากนั้นก็เหมือนจะเข้าสู่ภาวะประสาทแดก ความรู้สึกฉันบอกว่าเธอเปลี่ยนไปในทางที่หมางเมินกันแต่อีกใจก็แย้งไปว่าเป็นเรื่องปกติที่เราไม่ค่อยได้พูดคุยกันที่โรงเรียน(ฉันน่าจะเชื่อความรู้สึกตัวเอง) ความสัมพันธ์ที่เคยดีเริ่มตึงขึ้นเรื่อยๆแบบที่ฉันเองก็ไม่ได้รู้ตัว และฟางเส้นเกือบสุดท้ายเหมือนจะเป็นวันนั้นฉันได้รู้ว่าขนมที่ฉันซื้อให้เธอถูกเพื่อนสนิทเธอที่ดูจะต่อต้านฉันในตอนแรกกินไปเกือบหมด ความหงุดหงิดแล่นพล่านไปทั้งตัวควบคู่กับความผิดหวังฉันหงุดหงิดที่เงินจำนวนไม่น้อยนั้นถูกละลายไปกับ'คนอื่น' ผิดหวังที่เธอดูจะไม่แคร์ฉันเลยสักนิดปล่อยให้เพื่อนเธอทำแบบนั้นฉันได้รับรู้ความจริงหลายอย่างทั้งดีจนทำให้ความหงุดหงิดหายไปจนหมดและร้ายจนเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นเสียเดี๋ยวนั้น ความอดทนสุดท้ายมลายหายไปพร้อมกับรูปการคอลกันเป็นเวลาหลายชั่วโมงของเธอกับ'อดีต'ของเธอ ฉันรู้สึกแตกสลายอีกครั้งเป็นครั้งที่3หรืออาจจะมากกว่านั้นในรอบ2ปี ในตอนที่ฉันชวนเธอคอลเธอบอกไม่แต่พอเป็นเขา... เป็นการคุยกันที่สั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ ใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์แต่เสียสุขภาพจิตไปมากมาย ในตอนนี้ที่ฉันมองกลับไปฉันนึกสงสัยว่าตัวเองทนไปได้ยังไงทั้งๆที่มีเรื่องให้ปวดหัวรายวันขนาดนั้นและก็พบคำตอบว่ามันคือความรัก ความชอบและความหลงที่ทำหน้าที่หยุดประสาทการรับรู้ทั้งหมดของฉัน เจ็บปวดหรอ?แค่ได้คุยกับเขาก็หายแล้วหล่ะ ท้อแท้หรอ? แค่รู้ว่าเธอยังตอบข้อความกันก็มีแรงแล้ว ฯลฯ ความรักมันน่ากลัวจริงๆนะ ฉันบอกกับตัวเองคิดว่าความเจ็บปวดครั้งนี้คงทำลายความรักในใจฉันจนหมดได้ แต่ฉันคิดผิดฉันยังคงชอบเธอ ชอบเธอมากมายเพียงแต่ไม่ได้คุยไม่ได้แสดงออก ความจริงชัดเจนขึ้นเมื่อฉันเงียบหายไปไม่มีแม้สักข้อความที่เธอทักมา ราวกับว่การเลื่อนสถานะไม่เคยเกิดขึ้น สุดท้ายฉันก็ทนไม่ไหวเป็นฝ่ายตัดขาดความสัมพันธ์นี้ก่อนฉันใช้เวลาคิดประโยคตำหนิต่อว่ามากมายมาหลายวัน แต่พอถึงเวลาจริงแค่เห็นคำว่าขอโทษคำพูดต่อว่าทั้งหมดมลายหายไปในทันใด ฉันทำเพียงแค่บอกไปว่าไม่ถือโทษโกรธอะไรและเข้าใจเธอเมื่อคุยไม่คลิ๊กก็ไม่ได้ไปต่อ ประโยคเดียวที่ส่งไปคงมีแค่คำว่าวิธีของเธอมันใจร้าย ฉัพิมพ์ข้อความเหล่านั้นด้วยความรู้สึกใจสลาย ฉันคิดว่าฉันคงไม่เป็นไรเพราะทำใจมาแล้วแต่พอถึงเวลาจริงน้ำตามันกลับไหลออกมาเองและความเจ็บปวดในใจก็รุนแรงมากขึ้นฉันเจ็บปวด เหมือนภายในของฉันมันพังทลายอีกครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่น่าเชื่อว่าเวลาแค่2ปีจะทำให้ฉันพังทลายได้มากมายขนาดนี้ ความรักไม่เคยใจดีกับฉัน2ปีที่ผ่านมาเป็นหลักฐานชั้นดี ในเวลาที่อ่อนแอฉันฟูมฟายตัดพ้อน้อยใจไปมากมายถึงทุกๆสิ่ง เหนื่อยล้าเกินกว่าจะวิ่งตามหาสิ่งที่ไม่มีจริง แต่เพราะว่ารักมาก..ไม่สิอาจจะหลงมากทำให้ฉันอ่อนไหวไปกับเรื่องของเธอทุกทาง อดทนรนรอนไม่คุยด้วยได้นานถึง1สัปาห์แต่ก็มีเรื่องให้ต้องเป็นฝ่ายเข้าไปคุยก่อน เมื่อได้คุยความโกรธในใจมลายหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่ หัวใจไม่รักดีเต้นแรงจนเจ็บเสียดความรักมันช่างน่ากลัวทำให้คนที่เคยเจ็บแทบตายลืมความเจ็บไปได้อย่างง่ายดาย เพื่อนๆที่คอยดูสถานการณ์เริ่มจะทนไม่ไหวต้องเข้ามาช่วยดึงไม่ให้ฉันตกลงไปในหลุมรักโง่ๆที่เต็มไปด้วยหนามแหลมอีกครั้ง
มึงอย่าลืมว่าวันที่มึงทุกข์ใจเขาทิ้งมึงไปคอลกับใคร
ประโยคง่ายๆที่ช่วยดึงสติฉันไว้แม้จะไม่ใช่หมดทั้งหัวใจแต่ก็สามารถหยุดอาการใจสั่นเวลาที่เห็นหน้าเธอได้ ในวันนี้แม้จะผ่านมาเกือบ3สัปดาห์แล้วฉันยังไม่สามารถลืมเธอได้100% แต่มันก็ดีขึ้นกว่าในตอนแรกและฉันหวังว่าสักวันจะลืมเธอได้เหมือนกับคนที่ผ่านๆมา และก็ต้องยอมรับว่าเสียดายความสัมพันธ์ตอนเป็นเพื่อนเหตุการณ์ครั้งนี้ตอกย้ำให้รู้ว่าอย่าเอาเพื่อนมาเป็นคนคุยและคนบางคนก็เป็นเพื่อนที่ดีแต่เป็นคนคุยที่....








SHARE

Comments