จับเอามาเล่า : ทำไมหนังสือแปลญี่ปุ่นจากอังกฤษจึงไม่ได้รับการยอมรับ
ฉันเป็นคนที่แอนตี้หนังสือแปลภาษาญี่ปุ่นที่แปลจากภาษาอังกฤษเป็นไทยมากเลยค่ะ ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวเท่านั้น แต่ถ้าถามผู้รู้ภาษาญี่ปุ่น ส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยชอบ เนื่องจากใช้คำที่ไม่เหมือนกับคำที่ใช้ในญี่ปุ่นจริงๆ และแปลไม่ครบความ ไม่นับแปลผิดค่ะ 
ตอนแรกฉันก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมหนังสือแปลภาษาญี่ปุ่นที่แปลจากภาษาอังกฤษเป็นไทยจึงไม่ครบความ / แปลผิด จนกระทั่งได้มาลองแปลภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาอังกฤษเองจริงๆ ด้านประวัติศาสตร์ ถึงได้รู้ว่า

1. ศัพท์ด้านประวัติศาสตร์ภาษาญี่ปุ่น เมื่อแปลเป็นภาษาอังกฤษ มันหาศัพท์แทนที่ได้ยากมากค่ะ อย่างเช่น 陣屋長屋門 (jinyanagayamon) ก็ไม่รู้ว่าจะแปลเป็นภาษาอังกฤษว่ายังไงให้คนเข้าใจ เพราะไม่มีศัพท์เฉพาะ
2. ญี่ปุ่นกับตะวันตกมีวัฒนธรรมที่ต่างกัน ความแตกต่างทางวัฒนธรรมทำให้ผู้แปล (ที่เป็นชาวตะวันตก) ไม่สามารถแปลคำศัพท์เฉพาะให้เข้าใจอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ชาวตะวันตกยังมีการใช้คำศัพท์แตกต่างจากคนญี่ปุ่น เช่น คำว่า SCAP (Supreme Commander for the Allied Powers หรือ ศูนย์บัญชาการสูงสุดของฝ่ายสัมพันธมิตร (สมัยจบสงครามโลกครั้งที่สอง) ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการของอเมริกาที่มาตั้งในญี่ปุ่นเพื่อควบคุมหลังจากญี่ปุ่นประกาศจบสงคราม สำหรับคนที่ชอบอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ น่าจะเคยเห็นคำนี้ผ่านตานะคะ

แต่รู้ไหมว่า คำว่า SCAP นี้ เป็นคำที่ใช้เฉพาะในต่างประเทศค่ะ ในญี่ปุ่นไม่ใช้คำว่า SCAP แต่จะใช้คำว่า GHQ (General Headquarters) แทน

ตอนออมเรียนปริญญาตรีในมหาวิทยาลัย ออมก็ท่องแต่คำว่า SCAP เพิ่งรู้ตอนนี้นี่แหละค่ะ ว่าจริงๆ ไม่ได้ใช้ SCAP แต่ที่ญี่ปุ่นเขาใช้คำว่า GHQ กัน - -'' เป็นความรู้ที่เพิ่งรู้เมื่อผ่านมาแล้ว 10 กว่าปี - -''

แล้วทำไมหนังสือต่างๆ ในเมืองไทยถึงใช้คำว่า SCAP เมื่อกล่าวถึงคำนี้?
เพราะคนที่เขียนหนังสือ เอาความรู้จากหนังสือภาษาอังกฤษที่เขียนเกี่ยวกับญี่ปุ่นค่ะ ไม่ได้อ้างอิงจากหนังสือภาษาญี่ปุ่นจริงๆ

ด้วยสาเหตุดังกล่าวมานี้ ถ้าเห็นหนังสือเชิงวิชาการที่มาจากภาษาญี่ปุ่น ต้องดูว่าแปลมาจากภาษาญี่ปุ่นจริงไหม หรือแปลจากภาษาอังกฤษที่แปลจากภาษาญี่ปุ่นอีกที เพราะความแตกต่างทางด้านคำศัพท์ การอ่านชื่อเฉพาะ และวัฒนธรรม อาจทำให้เพื่อนๆ ได้รับความรู้ผิดๆ ได้ค่ะ

นอกจากนั้นเวลาเห็นหนังสือเชิงวิชาการที่มาจากภาษาญี่ปุ่น ต้องดูบรรณานุกรมด้วย ว่าเอาความรู้มาจากหนังสือภาษาญี่ปุ่นจริงๆ หรือเสิร์ชอินเทอร์เน็ตแล้วนำมารวบรวมเป็นเล่มหนังสือกันแน่

แต่อย่างที่กล่าวไว้ในตอนต้น ว่าตอนนี้ฉันรู้แล้ว ว่าทำไมหนังสือที่แปลจากภาษาญี่ปุ่นจากภาษาอังกฤษเป็นไทย ถึงมีจุดเอ๊ะอ๊ะที่ทำให้ผู้รู้ภาษาญี่ปุ่นรู้สึกแปลกๆ ค่ะ ต้องมาลองแปลเองถึงจะรู้ค่ะ
SHARE
Writer
Chocofrozen
Japanese Translator
เป็นนักแปลภาษาญี่ปุ่นปีนี้ปีที่สิบสอง เจอประสบการณ์งานแปลมาหลากหลายรูปแบบ แต่คิดว่าถ้าแปลต่อไปก็ต้องเจอประสบการณ์แปลกใหม่กว่านี้อีก ยินดีน้อมรับคำแนะนำจากทุกท่านค่ะ

Comments