EP.2 ทริปหลอน [พ่อหายไป]
         ตะวันเคลื่อนคล้อยไปนิดหน่อยบ่งบอกว่าใกล้จะเที่ยงวันแล้ว มือก็ลูบคลำท้องไปพลาง ๆ ด้วยความหิว หันกลังกลับไปมองภาพความอบอุ่นก็ส่งผ่านเป็นเมมโมรี่การ์ดกักเก็บความรู้สึกเข้าในจิตใจ และกันกเก็บความทรงจำเข้าสู่สมอง......
          คุณคุณแม่กำลังป้อนแอปเปิ้ลให้คุณพ่อมนขณะที่อีกมือเอื้อมสะเปะสะปะคว้าเอาผ้าพันคอสีแดงที่คุณแม่ตั้งใจถักพันรอบคอให้คุณพ่อเพื่อเพิ่มไออุ่น อา....ฉันว่าฉันอิ่มเอมพอกับภาพตรงหน้าจนไม่หิวข้าวเลยก็ว่าได้555
           ฉันยิ่งลงไปนอนหนุนตักของคุณพ่อทางคุณแม่ก็เลือกมือมาจั๊กจี้ของน้อย ๆ ของฉันเกิดเสียงหัวเราะผสมกับเสียงซู่ซ่าของธารน้ำตกก่อนจะเลื่อนข้าวผัดไข่ดาวรูปหัวใจมาให้ฉันตรงหน้าค่อย ๆ ละเลียดละมัยทานพร้อมมองวิวตรงหน้า
"คุณพ่อคะครั้งหน้าพาหนูกับคุณแม่มาที่นี้อีกได้ไหมคะ" ฉันหันไปถามพ่อ
"หืม...ชอบที่นี้เข้าให้แล้วเหรอเรา แบบนี้พ่อกับแม่จะให้หนูพักเล่นอยู่ที่นี้พร้อมกางเตนท์ให้เสร็จสับสัก2-3วันเลยดีไหมหืม...?"พูดทักพยักคิ้วให้้เชิงแซวเล่นหน่อย ๆ
"แบบนั้นก็น่าจะสนุกมาก ๆ เลยคะคุณพ่อ ได้ใช้ชีวิตผจญภัยในป่าแต่ว่าต่อให้สถานที่จะสวยแค่ไหนจะสนุกแค่ไหนถ้าไม่มีพ่อกับแม่หนูก็ขอบายดีกว่าค่ะ555"
"ปากหวานเชียวนะเรายิ่งโตยิ่งเหมือนพ่อ55"ไม่ทันไรแม่ก็หันมาแซวเราบ้าง
.
.
.
          ทริปนี้กำลังเป็นไปได้ด้วยดี ทว่าจู่ ๆ เสียงซู่ซ่าของธารน้ำตกที่มันควรจะเป็นแบบนั้นกลับถูกแทนที่ด้วยเสียงลมลูกใหญ่พัดเข้ามาเป็นระลอกต้นไม้ที่ถูกโยกเยกด้วยการกระโดดของฝูงกระรอกกลับแทนที่ด้วยการโยกไปตามจังหวะของลมโยกซ้ายทีขวาทีสลับเปลี่ยนไม่หยุดหย่อนสร้างเสียงเสียดสีของไม้แห้งกรุบกรอบหลอกหลอนจนน่ากลัวมวลวิหคและเหล่าผีเสื้อบินออกมาจากป่าสนกันให้วุ่นอลวนเสียงเจี๊ยวจ๊าวของนกคล้ายกับเสียงฝูงชนกำลังส่งเสียงบอกข่าวหลังเกิดอุบัติเหตุรถชนขนาดใหญ่เพียงแต่ครั้งนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นในป่าที่ไม่สามารถส่งสัญญาณและขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ได้เพราะเราอยู่ในป่าที่ห่างไกลจากตัวเมืองมากเกินไป
"แม่ว่าเตรียมออกไปจากที่นี้กันเถอะ"
"แม่...พาลูกไปขึ้นรถก่อนนะพ่อเก็บของเสร็จแล้วจะตามไป" พ่อบอกกับแม่
"แต่พ่อคะของทิ้งไว้ที่นี้ก็ได้เราขึ้นรถเพื่อความปลอดภัยด้วยกันเถอะนะคะ"ฉันคิดแบบนี้จริง ๆ 
"เรามีอาหารเหลือเพียงเท่านี้ลูกพ่อว่าเพื่อเกิดอะไรขึ้นอย่างน้อยเราก็จะมีอาหารสำรองให้ทานหากเราไม่สามารถออกไปจากที่นี้ได้ในสถานการณ์ที่ลมค่อนข้างเเรงแบบนี้และไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดตอนไหน ไปรอพ่อที่รถนะลูก...พ่อสัญญาจะรีบตามไป" พ่อฉันเป็นคนมีเหตุผลเสมอ
          ฉันเหลียวหลังมองพ่อที่กำลังเก็บของที่คุณแม่เตรียมมาอย่างรีบเร่ง ฉันกับแม่นั่งบนรถเฝ้ามองคุณพ่อด้วยความเป็นห่วง ไม่นานพ่อก็เก็บของเสร็จก่อนจะหันมามองฉันพลางยิ้มน้อยๆ รางกับจะสื่อว่าพ่อทำได้และไม่ต้องห่วงจังหวะที่พ่อกำลังลุกขึ้นและก้าวมาที่รถลมลูกใหญ่พัดมาจนรถกระบะคันเก๋าของคุณพ่อโยกไปตามเเรงลมลมลูกนั้นมันรุนแรงจริงๆ ฉันหันกลับไปมองที่พ่ออีกครั้ง
          ภาพปรากฏว่าพ่อกำลังคว้าผ้าพันคอที่ปลิวหลุดไปผ้าพันคอนั้นอยู่แค่เอื้อมมือเท่านั้นแต่เท้าเจ้ากรรมของคุณพ่อกับเหยียบเข้ากับพุ่มหญ้าที่ไม่มีดินรองรับ "พรึบ" ใจฉันหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มขณะร่างคุณพ่อพลัดตกไปในลำธารก่อนจะถูกกระเเสน้ำพัดพาร่างพ่อไปในที่สุด...ห่างหายไปจากสายตาจนฉันไม่สามารถมองเห็นพ่อได้อีกเลย น้ำตาค่อย ๆ ไหลอาบแก้ม 
คำสัญญาของพ่อก้องอยู่ในหัวของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า "พ่อสัญญาญาพ่อจะรีบตามไป พ่อสัญญาพ่อจะรีบตามไป"
        "ไม่!!..."ฉันสติแตกจะพุ่งกระโจนออกจากรถเช่นกันกับแม่แต่สัญชาตญาณความเป็นแม่ที่ต้องปกป้องลูกในขณะเดียวกันแม่ก็หันมาและคว้าฉันเข้าไปกอดแน่นเหมือนว่ากลัวฉันจะหายไป ฉันเองก็กอดแม่แน่นไม่ต่างกัน หยาดน้ำตาไหลเปื้อนแก้มเราสองคนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
.
.
.
.
ขออย่าให้พ่อเป็นอะไรเลย


SHARE
Writer
JenjilaWilajun
613130140104
What things we can't control? Just accept it and let it go.

Comments